ข่าว

องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้กำลังสร้างระเบียบโลกใหม่

องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้กำลังสร้างระเบียบโลกใหม่

11 มิ.ย. 2555

องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้กำลังสร้างระเบียบโลกใหม่ : หน้าต่างอาเซียน โดย ทนง ขันทอง

               ในระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการประชุมครั้งที่ 12 ของผู้นำประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Economic Organization) จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ทำให้อนาคตขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ถูกผู้คนจับตามองมากขึ้น
   
               กลุ่มองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ก่อตั้งขึ้นที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2544 โดยปัจจุบันมีสมาชิกถาวรประกอบด้วยจีน คาซัคสถาน คีร์กีซสถานรัสเซีย ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน มีประเทศผู้สังเกตการณ์ (Observer States) 5 ประเทศคือ อัฟกานิสถาน อินเดีย อิหร่าน มองโกเลีย และปากีสถาน
   
               นอกจากนี้ยังมีประเทศหุ้นส่วนในการเจรจา (Dialogue Partners) 2 ประเทศคือเบลารุส และศรีลังกา
   
               ปรากฏว่าประเทศไทยและประเทศอาเซียนอื่นๆ ยังไม่ได้เข้าร่วมหรือมีบทบาทอะไรในกลุ่มองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้นี้ ซึ่งกำลังเพิ่มบทบาทในเวทีโลก เพื่อที่จะท้าทายหรือปฏิเสธระเบียบโลกเก่า (old order) ผ่านการสร้างระเบียบโลกใหม่ขึ้นมา (new order)
   
               การปรากฏกายของนายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เคียงคู่นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีของประเทศเจ้าภาพตอกย้ำให้เห็นถึงสัมพันธภาพที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศมหาอำนาจทั้งสองที่จะต่อกรกับมหาอำนาจโลกปัจจุบันคือสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และพันธมิตรในโลกตะวันตก
   
               กล่าวได้ว่าสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเป็นแกนนำของพวกแองโกล-แซกซั่น (Anglo-Saxon) ที่กำลังควบคุมและมีอำนาจเหนือระเบียบโลกปัจจุบันที่เราเรียกว่าทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยผ่านกลไกและสถาบันต่างๆ ที่มีพัฒนาการช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา กลไกที่พวกแองโกล-แซกซั่นได้วางไว้คือแบ่งแยกแล้วปกครอง (divide and rule) หรือระเบียบผ่านความไร้ระเบียบ (order through chaos) อันนำไปสู่การค้าเสรี การเงินเสรีและเปิดประเทศเสรีเพื่อผลักดันทุกประเทศเข้าสู่ขบวนการประชาภิวัฒน์
   
               ส่วนสถาบันที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกลไกนี้ได้แก่แสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐ และพันธมิตรนาโต องค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ องค์การการค้าโลก ศาลโลก ธนาคารพาณิชย์ที่คุมระบบการเงินโลกบรรษัทข้ามชาติที่ครอบครองทรัพยากรของโลก บริษัทน้ำมันที่มีอำนาจเหนือบ่อน้ำมันในตะวันออกกลาง ตลาดเงิน/ตลาดทุน ฮอลลีวู้ด ฯลฯ
   
               แต่ระบบโลก หรือระเบียบปัจจุบันกำลังจะล่มสลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ยุโรป เพราะภาวะการถดถอยของเศรษฐกิจ ธนาคารที่อ่อนแอ หนี้สินภาครัฐที่ล้นพ้น ภาวะการตกงานที่แพร่กระจาย และความสิ้นหวังของประชาชนจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม ถ้าเงินยูโรหรือเศรษฐกิจยุโรปมีอันต้องเป็นไป จะลากระบบการเงินและเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาไปด้วย ผลกระทบจะลามไปทั่วโลก
   
               ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ จึงกำลังก่อตัวอย่างเด่นชัดขึ้นมาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและท้าทายอำนาจเก่าของพวกแองโกล-แซกซั่น ซึ่งก็กำลังสร้างระเบียบโลกใหม่ของตนเอง (New World Order) เพื่อที่จะรักษาสถานภาพของการเป็นผู้นำโลกอีกต่อไป
   
               ในฐานะเจ้าภาพ นายหู จิ่นเทา ได้กล่าวให้คำมั่นว่าจีนจะปล่อยเงินกู้ให้แก่ประเทศสมาชิกในกลุ่มเอสซีโอในวงเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 แสนล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก
   
               นายหูกล่าวและกระตุ้นด้วยว่า ประเทศสมาชิกจำต้องทำงานอย่างหนักในการสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ทางรถไฟ ถนน การเดินทางทางอากาศ โทรคมนาคม และโครงข่ายพลังงานเพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงภายในภูมิภาค
   
               ประธานาธิบดีจีนยังเรียกร้องให้มีการก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนากลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร กลุ่มพลังงาน ธนาคารเมล็ดพันธุ์และการอำนวยความสะดวกในการค้าและการลงทุนในหมู่ประเทศสมาชิกอีกด้วย ขณะเดียวกันก็ระบุว่า ประเทศสมาชิกจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความสามารถในการแข็งขันทางเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งรวมถึงความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยี วัฒนธรรม การศึกษา และการแพทย์
   
               ที่สำคัญในขณะที่จีนกำลังถูกสหรัฐปิดล้อมในทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการใช้กำลังทหารโจมตีอิหร่านและซีเรียทุกรูปแบบ โดยให้เหตุผลว่า จะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลก
   
               แถลงการณ์นี้มีขึ้นหลังสิ้นสุดการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดิเนจัด แห่งอิหร่านก็เดินทางเข้าร่วมด้วย
   
               โลกเราจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จะเป็นการแข่งกันแจ้งเกิดของระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ของแองโกล-แซกซั่น และของจีน รัสเซียผ่านความขัดแย้งและสงคราม