
โลกตะวันตก-โลกตะวันออก
โลกตะวันตก-โลกตะวันออก: วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ท่าทีของที่ประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization : SCO) ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ต่อกรณีอิหร่านและซีเรีย มิได้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐ และชาติตะวันตกแต่อย่างใด
องค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย และอดีตรัฐในเครือสหภาพโซเวียต คือคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน ทาจิกิสถาน และคีร์กีซสถาน โดยได้เริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ.1996 มีสมาชิกเริ่มแรก 5 ประเทศ ต่อมาในปี 2001 อุซเบกิสถานจึงเข้าร่วมด้วย องค์การนี้มีวัตถุประสงค์พื้นฐานเพื่อลดกำลังทหารตามแนวชายแดนของประเทศสมาชิก และก้าวไปสู่ความตกลงในการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตร ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียกลาง และป้องกันความขัดแย้งตามแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการกระทบกระทั่งกันระหว่างจีนกับรัสเซีย
สำหรับกรณีอิหร่านและซีเรีย ที่ประชุมสุดยอดเอสซีโอมีมติคัดค้านการใช้กำลังเข้ารุกราน การกดดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอำนาจการปกครอง หรือการคว่ำบาตรในรูปแบบใดๆ ในตะวันออกกลาง ในส่วนของซีเรีย เอสซีโอต้องการให้ยุติความรุนแรงทุกฝ่ายและทุกรูปแบบ พร้อมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีผ่านการเจรจาทางการเมือง ส่วนกรณีอิหร่านก็คัดค้านการหาทางใช้กำลังต่ออิหร่านของประเทศตะวันตก ด้วยการกล่าวหาว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และลงมือจัดการกับอิหร่าน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทั้งยังอาจนำไปสู่สิ่งอื่นๆ ที่ไม่อาจคาดหมายได้ อันจะเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของภูมิภาคและของโลก แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาด ของอิหร่านได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย ในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์ และภายหลังการประชุม ประธานาธิบดีอิหร่านก็ได้พบปะกับประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการพูดกันถึงเรื่องโครงการปรมาณูของอิหร่านด้วย
ความร่วมมือของจีนกับรัสเซียในด้านต่างๆ โดยเฉพาะความมั่นคงและเศรษฐกิจ ถูกมองว่าเป็นความพยายามในการที่จะสร้างดุลถ่วงแห่งอำนาจของโลกขึ้นมาใหม่ หลังจากที่สหรัฐแสดงบทบาทผู้นำโลกตามลำพังมาตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ.1991 อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ผ่านมา รัสเซียได้พยายามสร้างความประนีประนอมกับจีนและสมานไมตรีกับอดีตรัฐในเครือสหภาพโซเวียต ดังเช่นแนวคิดเรื่องสหภาพยูเรเซีย (Eurasia Union) ของปูติน สมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว โดยเน้นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ โดยนำศักยภาพทางทรัพยากร และเศรษฐกิจของอดีตรัฐในเครือสหภาพโซเวียตมารวมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งปูตินย้ำว่าแนวคิดดังกล่าวไม่ใช่การสถาปนาสหภาพโซเวียตขึ้นมาใหม่
อย่างไรก็ตาม ทั้งจีนและรัสเซียก็มีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งหากเหตุการณ์รุนแรงหรือความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจขึ้นมา ไม่ว่าจะในอิหร่าน ซีเรีย หรือประเทศอื่นใด ย่อมส่งผลกระทบถึงกลุ่มประเทศในเอเชียกลาง ซึ่งเป็นอดีตรัฐของสหภาพโซเวียต และมีชายแดนติดต่อกับมณฑลซินเกียงของจีน
และการเขยิบเข้ามาของสหรัฐในภูมิภาคนี้ ก็จะเป็นการขยับหมากครั้งสำคัญบนกระดานการเมืองระหว่างประเทศและเขย่าประตูหลังบ้านของจีนและรัสเซียอย่างแรง



