
'แก้วสรร'ขึ้นเวทีปชป.อัด'แม้ว-อัยการ'
"แก้วสรร" โผล่เวที ปชป. อัด "ทักษิณ" แฉมีเงินแค่ 2 หมื่นล้านก่อนเล่นการเมือง ซัดอัยการที่สั่งไม่ฟ้องร้องค้านแก้ไขรธน. ชี้หากไม่เห็นด้วยก็ต้องปิดคดีไปเลย "ชวน"แนะศาลรธน.อย่าหวั่นไหว
ที่วงเวียนใหญ่เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 10 มิ.ย.2555 นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส. กล่าวบนเวทีปราศรัย"ผ่าความจริงวันนี้"ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ชอบพูดกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีเงินก่อนเล่นการเมือง 6.8 หมื่นล้านบาท ก็เป็นเรื่องโกหก เพราะถือหุ้นในกลุ่มชินคอร์ป 49 % และมีเงินสดในมือราว 1 พันล้านบาทเศษเท่านั้น ราคามูลค่าหุ้นประมาณ 2 หมื่นล้านบาทเศษ
แต่เมื่ออยู่ในอำนาจหน้าที่ใช้ข้อมูลภายในอย่างที่ยกตัวอย่างทำให้ราคามูลคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก่อนที่จะรับตำแหน่งนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณก็โอนหุ้นไปใส่ชื่อน้องสาวอย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลูกชายและคนรอบข้าง พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่งจะสารภาพเองเมื่อราว 2 -3 สัปดาห์ก่อน ว่าต้องเอาเงินคืนมาทั้งหมด 4.6 หมื่นล้านที่ถูกศาลสั่งยึดไป เพราะศาลคำนวนตลอด 4 ปีที่อยู่ในตำแหน่งได้ทรัพย์จากหน้าที่เฉลี่ยปีละ 1 หมื่นล้านบาทเศษ ก็ควรแก่เหตุ ทั้งหมดเป็นการทุจริตเชิงนโยบายทั้งสิ้น
นายแก้วสรร กล่าวต่อว่า ข้อขัดแย้งที่นักวิชาการแดงทั้งหลายอ้างการตีความมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญว่าศาลไปแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัตินั้น ข้อเท็จจริงคือ ที่นักวิชาการเสื้อแดงทั้งหลายบอกว่าอย่าไปฟังศาล เพราะศาลก้าวก่ายเส้นอำนาจของนิติบัญญัตินั้น ที่จริงคนเหล่านี้ต่างหากที่ไปก้าวก่าย ล่วงขอบเขตอำนาจของศาล ดังนั้นหากต้องการให้เรื่องนี้ผ่านอัยการสูงสุด (อสส.) ก็ขอให้ไปแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 เพราะกรณีนี้ศาลท่านใช้อำนาจถึงที่สุดแล้วโดยชอบทางกฎหมาย
นายแก้วสรรยังกล่าวตำหนิการทำหน้าที่ของอัยการ โดยเห็นว่าเมื่อศาลรับฟ้องแล้ว อัยการมีทางเลือกแค่ 2 ทาง คือ การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมฟ้องด้วย หรือหากไม่เห็นด้วยก็อย่าเข้ามายุ่ง และปิดคดีส่วนนี้ของอัยการไปเลย เพราะอำนาจเป็นที่สุดอยู่ที่ศาล กรณีนี้ก็เหมือนกัน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้แล้ว อัยการยังมาบอกว่า เห็นสั่งไม่ฟ้อง เพราะไม่เห็นว่าไม่มีการล้มล้างรัฐธรรมนูญ การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องอยู่ที่สามัญสำนึก คิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก ไม่ใช่การใช้เสียงข้างมากลากไปมาเป็นใหญ่ นี่ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการข้างมาก
"ชวน"แนะศาลรธน.อย่าหวั่นไหว
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า ที่ผ่านมาการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเพียงแค่สั่งรับเรื่อง ยังไม่ตัดสินว่าคำร้องเป็นไปตามกล่าวหา เพียงแต่ให้ชะลอการลงมติวาระ 3 ไว้ ซึ่งไม่ได้ทำให้กฎหมายตกไป โดยศาลคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยได้ภายใน 1 เดือน แต่มันเป็นอะไร เหมือนจะเป็นจะตาย มีการออกมาประณามศาล เหมือนจะบอกให้รู้ว่ามีสิ่งไม่ปกติเกิดขึ้น ลำพังความเห็นศาลรัฐธรรมนูญไม่น่าก่ออารมณ์เคียดแค้นได้ขนาดนี้ มีการออกมาประณามครอบครัวตุลาการ บอกเบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ แล้วดูถูกดูหมิ่นครอบครัวเขา นี่เป็นความเลวร้ายที่ไม่เคยเจอ ตลอด 80 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ต่อสถาบันตุลาการ
ที่น่ากลัวคือความหวั่นไหวของตุลาการ แม้จะมีตุลาการบางคนยืนยันว่าไม่หวั่นไหว แต่ตนไม่เชื่อ เพราะคิดว่าน่าจะหวั่นไหว และอันตรายมาก จึงเห็นด้วยที่พรรคประชาธิปัตย์ให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญให้มีความมั่นคง อย่าหวั่นไหวต่อการคุกคาม และพรรคยังเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลความปลอดภัยของตุลาการ เพราะคนที่ออกมาประณามศาลอย่างรุนแรงนั้น ล้วนเป็นคนของรัฐบาลทั้งสิ้น
"มาร์ค"ซัดปัญหาอยู่ที่ตัวทักษิณ
เวลา 21.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้ เกิดจากความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วนเวียนอยู่แค่ 2-3 เรื่อง คือ 1.ไม่อยากติดคุก 2.อยากได้ทรัพย์สิน 4.6 หมื่นล้านบาท 3.อยากได้สิทธิทางการเมืองกลับคืนมา
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จริงๆ รัฐบาลยังเดินหน้า 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ ปีที่แล้วมีการพยายามตราพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พอเรื่องแดงขึ้นมาก็พักไป เรื่องที่สองคือการพยายามนิรโทษกรรม โดยอ้างว่าไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่ง จึงอ้างคำว่า "ปรองดอง" แต่จะเสนอมากี่สูตรปรองดอง ทุกสูตรพ.ต.ท.ทักษิณต้องได้รับการนิรโทษ เรื่องที่สามคือรู้ว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ เลยสั่งรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่ง สสร.กว่าครึ่งเป็นคนที่เขาควบคุมได้ เพื่อลดอำนาจองค์กรอิสระ-ฝ่ายตุลาการ โดยหวังผลว่าวันข้างหน้าถ้าพ้นผิดแล้วหากมีการดำเนินคดีเรื่องอื่นๆ ก็จะได้ป้องกันไว้ได้ และเพื่อให้ตัวเองมั่นใจว่า ในอนาคตถ้าแผนยึดประเทศสำเร็จจะขจัดองค์กรตรวจสอบทั้งหมดทั้งสิ้นได้
"ทักษิณพยายามส่งสัญญาณตลอดเวลาว่า ถ้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เรื่องวุ่นๆ จะไม่มีวันจบ ทักษิณกำลังจับพี่น้องเป็นตัวประกัน ดังนั้นสังคมต้องตัดสินใจว่าจะยอมหรือไม่ยอม ถ้าพี่น้องคิดว่ายอมแล้วเราจะผ่านพ้น บ้านเมืองสงบ ผมยืนยันว่าเราคิดผิด ทักษิณได้คืบเอาศอกเสมอ ช่วงไหนเสียเปรียบก็บอกอยากกลับเป็นพลเมืองไทย อ้อนบอกอย่าให้ผมติดคุก พอทำท่าจะได้นิรโทษกรรมก็บอกเอา 4.6 หมื่นล้านคืนมา ถ้ายังเชื่ออีกก็บ้าแล้วครับ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ต้องจับตาวันอังคารที่ 12 มิถุนายนนี้ เพราะอาจมีการบอกว่ารัฐสภาต้องยืนยันว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะไม่ยอมให้ฝ่ายตุลาการมาแทรกแซง จะต้องมีการพยายามลงมติวาระ 3 ให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นได้แน่ ที่ผ่านมาเขาพยายามทุกทางเพื่อสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้น อัยการสูงสุดก็เล่นกับเขาไปเรียบร้อยแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้อันตรายมาก และพอถึงวันที่ 13 มิถุนายน จะมีคนถามประธานสภาว่า เรื่องปรองดอง 4 เรื่องหายไปไหน และเป็นไปได้ว่าจะเอาเรื่องเหล่านี้กลับมา พี่น้องต้องจับตาใกล้ชิดอย่าเผลอ และเห็นว่าทางออกเรื่องนี้มีทางเดียวคือต้องตราพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมเท่านั้น ขอยืนยันว่า เราต่อต้านกฎหมายล้างผิด เราไม่ได้คิดล้มล้างรัฐบาล



