
"ซู จี"ยืนยันความบริสุทธิ์ในศาล
ย่างกุ้ง-"ซู จี" เตรียมยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองในศาล ขณะที่หมอประจำตัวเป็นอิสระแล้ว
นายเนียน วิน โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) พรรคฝ่ายค้านของพม่า แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ว่านางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคและแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศ จะยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองระหว่างถูกนำตัวขึ้นศาลในวันจันทร์ ภายหลังจากที่ได้รับคำยืนยันจากทนายความว่าไม่ได้ละเมิดคำสั่งกักบริเวณจากกรณีที่มีชาวอเมริกันว่ายน้ำข้ามทะเลสาบไปหลบอยู่ที่บ้านพักของตัวเองนาน 2 วัน
ด้านนายจี วิน ทนายความของนางซู จี ซึ่งได้รับอนุญาตให้พบกับวีรสตรีประชาธิปไตยผู้นี้เมื่อวันเสาร์ กล่าวว่า นางซู จีได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง โดยเริ่มตั้งแต่ตอนนายจอห์น วิลเลียมส์ เยตทอว์ ชายชาวอเมริกันแอบเข้ามาในบ้านของเธอ รวมถึงเรื่องที่ว่าเธอขอให้เขาออกไปจากบ้านพัก ซึ่งภายหลังจากได้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วตัวเขาเห็นว่านางซู จีไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขการกักบริเวณอย่างแน่นอน
วันเดียวกัน คนในครอบครัวของนายทิน เมียว วิน แพทย์ประจำตัวของนางซู จี เผยนายทินซึ่งถูกทางการควบคุมตัวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเมื่อเวลาประมาณหนึ่งทุ่มของวันเสาร์ และเดินทางกลับถึงบ้านแล้ว โดยนายแพทย์ผู้นี้มีสุขภาพแข็งแรงดี
ทั้งนี้ นางซู จีถูกตั้งข้อหาละเมิดคำสั่งกักบริเวณไว้ในบ้านพักภายหลังจากที่นายเยตทอว์ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบอินยาไปยังบ้านพักของเธอแล้วแอบอยู่ที่นั่น 2 วัน ก่อนจะว่ายน้ำกลับจนถูกจับได้ในวันที่ 6 พฤษภาคม พอวันรุ่งขึ้น ทางการจับกุมตัวนายทิน เมียว วิน ไปขังไว้โดยไม่ทราบเหตุผล ขณะที่นางซู จี ถูกพาตัวออกจากบ้านพักมายังคุกอินเส่งเพื่อขึ้นศาลรับฟังข้อกล่าวหา ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในวันที่ 18 พฤษภาคม เช่นเดียวกับนายเยตทอว์
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมนายเยตทอว์ถึงได้ลงทุนว่ายน้ำข้ามทะเลสาบไปบ้านพักของนางซู จี นั้นยังไม่กระจ่างแต่อย่างใด โดยนางเบ็ตตี้ เยตทอว์ ภรรยาของชายผู้นี้พูดถึงสามีของตัวเองว่าเป็นคนประหลาด แต่รักสันติภาพ และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยสิ้นเชิง ขณะที่นางวอนเน เยตทอว์ เมียเก่า บอกว่านายเยตทอว์เคยเดินทางมาเอเชียเพื่อทำรายงานด้านจิตวิทยาเรื่องการให้อภัย แล้วก็มีปัญหาเรื่องความเครียด พร้อมยืนยันเช่นเดียวกับเมียคนปัจจุบันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
ทางด้านนักสังเกตการณ์ทางการเมืองมองว่าการที่ภาคีสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ส่วนใหญ่นิ่งเฉยกับเรื่องที่นางซู จีถูกจับเป็นการแสดงให้เห็นว่าอาเซียนล้มเหลวในการเป็นขุมกำลังทางการทูต เพราะมีเพียงอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทยเท่านั้นที่ออกมาประณามในเรื่องนี้



