
'เคาะเยียวยาใต้'ตากใบ-สะบ้าย้อย7.5ล.
เคาะแล้วเงินเยียวยาไฟใต้ ตากใบ-สะบ้าย้อยจ่าย 7.5 ล้าน กรือแซะลดเหลือ 4 ล้าน "ประชา พรหมนอก" ยัน "อังคณา นิละไพจิตร" รับ 7.5 ล้านแล้วยังได้สิทธิฟ้องแพ่งเจ้าหน้าที่
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 มิ.ย.ห้องประชุม โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีการประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 5/2555 โดยมีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประธานคณะกรรมการฯเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ (พิเศษ)ธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศุนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
วาระสำคัญคือวาระที่ 4 เรื่องการพิจารณาขออนุมัติเงินให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3 เหตุการณ์ คือ วันที่ 28 เม.ย.2547 คือ 1 เหตุการณ์กรือแซะ และ 2 เหตุการณ์สะบ้าย้อย และเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2547 เหตุการณ์ตากใบ
ที่ประชุมมีมติดังนี้ 1.เหตุการณ์ที่ ตากใบ ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 85 รายจะได้รับการเยียวยารายละ 7.5 ล้านบาท กรณีที่มีการเยียวยาไปแล้วจำนวน 42 ราย รายละประมาณ 300,000-400,000 บาทก่อนหน้านี้ ให้นำมาหักในจำนวน 7.5 ล้านบาท โดยจะหักเป็นเงินสดงวดแรกที่จ่ายให้กับ 2.เหตุการณ์ที่สะบ้าย้อย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวน 19 ราย จะได้รับการเยียวยารายละ 7.5 ล้านบาท และ3.เหตุการณ์กรือแซะ ที่มีผู้เสียชีวิต 32 ราย จะได้รับเงินเยียวยารายละ 4 ล้านบาท
สำหรับกรณีเหตุการณ์กรือแซะ ที่ประชุมมีการหารือกันอย่างกว้างขวางก่อนที่จะมีมติ เพราะเป็นแม่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเดียวกับเหตุการณ์ตากใบ แต่กรณีของเหตุการณ์กรือแซะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ๆมีการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะประเด็นที่กลุ่มบุคคลที่อยู่ในมัสยิดกรือแซะ เป็นกลุ่มบุคลที่ก่อเหตุ ในขณะที่เหตุการณ์ตากใบ เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ จนเป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้น รวมถึงกรณีเหตุการณ์ ที่อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ก็เช่นกัน เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐเกินกว่าเหตุ คล้ายกับกรณี ชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิต 4 ศพ ที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานีเมื่อเร็วๆนี้
ส่วนกรณีการสูญหายของบุคลทั้งหมด 24 คน โดยแยกเป็น 2 กลุ่ม 1.กลุ่มที่ยังไม่สรุปการสูญหายมีจำนวน 12 คน และ2.กลุ่มที่สรุปการสูญหายแล้วจำนวน 21 บวก 1 (ทนายสมชาย นิละไพจิตร) นั้น ที่ประชุมมีมติออกเป็น 2 กรณี
คือ 1.กรณีที่พิสูจน์ได้ว่าการสูญหายเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ เช่น เชิญตัวไปสอบแล้วหายตัวไป จะได้รับการเยียวยารายละ 7.5 ล้านบาท 2.กรณีที่ไม่สามารถสรุปได้ว่าหายตัวไปจากการกระทำของเจ้าหน้าที่จะได้รับการเยียวยารายละ 4 ล้านบาท ซึ่งกรณีกลุ่มที่มีการสรุปว่าสูญหายแล้ว กรณีพิเศษคือ ทนายสมชาย นิละไพจิตร ซึ่งหายไปในขณะที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด แต่ก็เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากเรื่องยังอยู่ในชั้นศาล ที่ประชุม โดย พล.ต.อ.ประชา มีมติให้ได้รับการเยียวยา 7.5 ล้านบาท
ขณะที่เดียวกันทางนางอังคณา นิละไพจิตร ภรรยยาทนายสมชาย ได้หารือในที่ประชุม กรณีคดีการฟ้องร้องทางเพ่งยังอยู่ในศาลฎีกา หากได้รับการเยียวยา 7.5 ล้านบาทแล้ว คดียังเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หลังจากที่นางอังคณา ได้หารือในประเด็นดังกล่าวต่อที่ประชุมแล้ว นางอังคณาขออนุญาตประธานฯเดินออกจากห้องประชุม เพื่อให้ที่ประชุมได้หารือกัน โดยประชุมใช้เวลาประมาณ 15 นาที หารือกันในประเด็นนี้ ก่อนได้ข้อสรุปว่ากรณีของทนายสมชายแม้จะได้รับเงินเยียวยา จำนวน 7.5 ล้านแล้ว ก็จะไม่ตัดสิทธิในการฟ้องร้องทางแพ่ง ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
นอกจากที่ประชุมยังได้สรุปการเยียวยาของผู้สำหรับประชาชนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จากเดิมที่ได้รับการเยียวยาจำนวนเงิน 100,000 บาท ปรับเป็น 500,000 บาท ส่วนผู้พิการจากเหตุการณ์ความไม่สงบเดิมได้รับการเยียวยาจำนวนเงิน 80,000 บาท ปรับเป็น 500,000 บาทเช่นกัน



