ข่าว

'เทพไท'จวก'โอ๊ค'อย่าริสอนใคร

'เทพไท'จวก'โอ๊ค'อย่าริสอนใคร

10 มิ.ย. 2555

"เทพไท" จวก "โอ๊ค" อย่าริสอนใคร สงสัยโพสต์เฟซบุ๊คเองหรือไม่ ปูด “เพื่อไทย” เดินสามขา ส.ส.-เสื้อแดง-นักวิชาการโจมตีศาลรธน. "องอาจ" เชื่อโหวตรัฐธรรมนูญ 12 มิ.ย.นี้แน่

              10มิ.ย.2555 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อยู่เป็นระยะว่า ไม่อยากตอบโต้นายพานทองแท้เพราะเห็นว่าไร้สาระ แต่ตนจำเป็นต้องชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ โดยมีข้อสังเกต 2 ประการ 1.นายพานทองแท้โพสต์เองหรือไม่ หรือมีใครคอยโพสต์ให้อยู่เบื้องหลัง

              2.นายพานทองแท้โพสต์ในฐานะอะไร เพราะถ้าอยากมาเล่นการเมือง ก็ควรจะขออนุญาตจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงมาเล่นการเมืองแทนที่คุณอา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯพริตตี้ ที่เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ขอโทษกรณีส.ส.ปชป.ไปลากเก้าอี้และปาเอกสารในสภาผู้แทนราษฎร ความจริงเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวที่กระทำเชิงสัญลักษณ์และส.ส.ปชป.คนนั้นๆก็ขอโทษไปแล้ว

              นายเทพไทยังกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้คนที่อยู่เบื้องหลังการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คของนายพานทองแท้มาแสดงตัว หรือหากนายพานทองแท้โพสต์เอง ก็ให้ออกมายืนยันว่าโพสต์ข้อความเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบหากการโพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย



ปูด“เพื่อไทย”เดินสามขาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ


              นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุให้ศาลรัฐธรรมนูญฟังเสียงประชาชน กรณีมีคำสั่งให้รอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่ 3 ว่า มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเร่งเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการลงมติทั้งคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังใช้บุคคล 3  กลุ่มออกมาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง

              หนึ่งคือสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ดิสเครดิตศาลรายวัน สองคนเสื้อแดง ที่เดินสายรวบรวมรายชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในต่างจังหวัด ทั้งที่จริงๆส.ส.พรรคเพื่อไทยลงชื่อก็ยื่นถอดถอนเองได้ และสามใช้เวทีวิชาการที่จัดโดยองค์กรชี่อแปลกๆ แต่เปิดโอกาสให้นักวิชาการเสื้อแดงออกมาต่อต้านศาล แล้วใช้สื่อของตัวเองช่วยเผยแพร่ หรือใช้สื่อของรัฐช่วยโจมตีอีกทาง



"องอาจ"เชื่อโหวตรัฐธรรมนูญ12 มิ.ย.นี้แน่


              นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยุติการสร้างความขัดแย้งระหว่างฝ่ายตุลาการกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยและพรรคพวกได้โจมตีศาลรัฐธรรมนูญ โดยอาจมีธงว่าจะไม่ให้มีศาลรัฐธรรมนูญอีกต่อไป แต่การกระทำดังกล่าว นอกจากดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญ ยังกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมและระบบนิติรัฐ จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยยุติการกระทำดังกล่าว ทั้งนี้ตนยังได้สัญญาณว่าในการประชุมรัฐสภาวันที่ 12 มิ.ย.นี้ จะมีการโหวตร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่ 3 เพราะเห็นได้จากการที่ส.ว.ซึ่งเดินทางไปดูงานยังต่างประเทศ เริ่มทยอยกลับประเทศไทย โดยคณะสุดท้ายจะถึงประเทศไทยในเวลา 05.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. จึงมีแนวโน้มสูงว่าจะมีการโหวตร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่ 3 ในวันดังกล่าว เพราะการลงมติจะต้องอาศัยเสียงของส.ว.ด้วย

              นางองอาจ กล่าวว่า ตนอยากเรียกร้องให้ยังนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาฯ อย่าใช้วิธีลักไก่ให้โหวตร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่ 3 ในการประชุมรัฐสภา วันที่ 12 มิ.ย. และร่างพรบ.ปรองดอง วาระที่ 1 ในการประชุมสภาฯ วันที่ 13-14  มิ.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมานายสมศักดิ์ก็ไม่เคยประกาศเลยว่า จะไม่ลักไก่หรือหักดิบโหวตร่างกฎหมายสำคัญทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ตนอยากให้นายสมศักดิ์ใช้วิจารณญาณและสามัญสำนึก ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ควรรับใบสั่งจากใครทั้งสิ้น เพราะหากนายสมศักดิ์ทำอะไรไม่โปร่งใส ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับจากส.ส.อีกต่อไป



"องอาจ"มองวลีฮิต"เอาอยู่"สะท้อน"ปู"แก้น้ำท่วมเหลว


              นายองอาจ กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีบ่นท้อใจกรณีที่มีคนนำคำว่า “เอาอยู่” ไปล้อเลียน ว่า การล้อเลียนดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่ารัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาไม่สำเร็จ สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ ดังนั้นปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ จึงอยากให้นายกฯนำเอาบทเรียนที่ผ่านมามาแก้ปัญหา มากกว่าที่จะนึกท้อใจเสียใจและหมดกำลังใจ และถ้าปีนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้สำเร็จอีก คำว่า”เอาอยู่” ก็จะติดตัวไป คนจะเรียกว่านายกฯเอาอยู่ไปตลอด ดังนั้นนายกฯก็ต้องคิดปรับปรุงการทำงานของตัวเอง



ทีมโฆษกปชป.ตั้งคณะกรรมการจี้รัฐบาลเร่งทำงาน4เรื่อง

              นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยว่า ที่ผ่านมาใช้เวลาหมดไปกับเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน เห็นได้จากการขยายสมัยประชุมนิติบัญญัติช่วง 2 เดือน ที่มีแต่การพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และพี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่กับปัญหาที่สำคัญกว่ากลับไม่เคยออกจากปากโฆษกพรรคเพื่อไทยและโฆษกรัฐบาลเลย ทั้งนี้ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดูแลแต่กลับละเลยประกอบไปด้วย 1.การจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม ที่ยังพบข้อมูลของการทุจริต อาทิ ใน จ.อยุธยา จ.นนทบุรี จ.นครปฐม โดยมีบางส่วนยังได้รับเงินชดเชย รวมถึงบางรายร้ายแรงขนาดถูกลบตัวเลขจากต้องได้เงินชดเชย 15,000บาท คงเหลือเพียง15บาท

              นายชวนนท์ กล่าวว่า 2.ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งภาคใต้และภาคเหนืออาทิ ใน จ.ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ แพร่ ชุมพร ตรัง แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนถึงประมาณ1แสนคน และยังไม่ทราบว่านายกฯได้ทราบเรื่องแล้วหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบยังไม่มีมาตรการใดเข้าไปช่วยเหลือ 3.ปัญหาสินค้าราคาเกษตรตกต่ำ อาทิ มันสำปะหลัง ที่กิโลกรัมละ 1.80บาท ลดลงจาก1.97บาท จากช่วงเข้ารับตำแหน่ง ยางพารา กิโลกรัมล่ะ 87.40บาท ลดลงจากเดิม120.35บาท ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมล่ะ 4.80บาท ลดลงจากเดิม 5.75บาท 4.ปัญหาค่าครองชีพในเรื่องต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ทั้งค่าของชีพจากราคาค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น30สตางค์ต่อหน่วย นับตั้งแต่วันที่ 15พฤษภาคมที่ผ่านมา ค่ารถโดยสาร ค่ารถบริการขนส่งที่เตรียมจะปรับเพิ่มในวันที่27พฤษภาคม ทั้งนี้เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่าราคาน้ำมันดิบต่อบาร์เรลมีราคาลดลงแล้วแต่เหตุใดราคาค่าพลังงานกลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงตาม 

              นายชวนนท์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะตั้งคณะทำงาน4คณะดำเนินการติดตามปัญหา มีสำนักโฆษกเป็นผู้รวบรวมข้อมูล ทั้งนี้เพื่อเปิดโปงความจริงให้ประชาชนทราบ ในประเด็นหลัก4ประเด็นดังกล่าว เพราะมิเช่นนั้นรัฐบาลก็จะไม่สนใจประชาชนอีก สมกับที่เขาพูดกันว่ารัฐบาลชุดนี้ “ปัญหาบ้านเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่ล้างผิด คิดแต่เรื่องพี่ หลีกหนีประชาชน”



"สยามประชาภิวัฒน์"ยันต้านพรรคเมืองนายทุนผูกขาด


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง "แปรพลังของความขัดแย้งจากการกระทำ ของพรรคการเมืองนายทุนผูกขาดสู่พลังของการปฎิรูปประเทศ" โดยจะดำเนินการคัดค้านการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 และรับหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมองว่าเป็นการรับใช้นายทุน