
ตร.รวบแล้วผู้ต้องสงสัย'สาดน้ำกรด'
ตร.รวบแล้วผู้ต้องสงสัย'สาดน้ำกรด' 1 ราย ก่อนหน้านี้ 'คำรณวิทย์' เรียกประชุมชุดสืบสวน คาดโจรโรคจิต น่าจะเป็นคนเดียวกัน ระบุตรวจสอบแผนประทุษกรรมในพื้นที่ บก.น. 2 ทั้ง 3 ครั้ง มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
10มิ.ย.2555 พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ์ สัญทัตเวช ผกก.สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุใช้น้ำกรดฉีดใส่เหยื่อมาได้ 1 ราย ซึ่งมีอาชีพขับรถซาเล้ง อายุประมาณ 40 ปี โดยขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ เบื้องต้นทางผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การใดๆ ทั้งสิ้น โดยจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยอินทามระ แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. โดยผู้ต้องสงสัยยังอยู่ในอาการเมา ซึ่งจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่า มีการใช้สารเสพติดด้วยหรือไม่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบรูปพรรสัณฐานของผู้ต้องสงสัยรายนี้ พบว่า คล้ายกับผู้ที่ก่อเหตุมาก ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น ทางเจ้าหน้าที่คงจะไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
"คำรณวิทย์"ชี้โรคจิตฉีดกรดเป็นคนเดียวกัน
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น. ) พล.ต.ต. คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีโจรโรคจิต ใช้น้ำกรดฉีดใส่เหยื่อ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการหาตัวคนร้าย โดยมี พล.ต.ต. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.น. 2 พ.ต.อ. เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 ผกก.สน.ลุมพินี สน.พหลโยธิน สน.สุทธิสาร สน.บางซื่อ และสว.สส. ของทั้ง 4 สน.
พล.ต.ต. คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่มี "โรคจิต" เอาน้ำกรดสาดพี่น้องประชาชน โดยเหตุเกิดทั้งหมด 4 ครั้งในพื้นที่ลุมพินี 1 ครั้งเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 55 เวลาประมาณ 22.00 น ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 55 เวลา 19.30 น ในท้องที่บางซื่อต่อมาวันที่ 4 มิ.ย. 55 เหตุเกิดในท้องพหลโยธินและสุทธิสารเวลาใกล้เคียง 19.00 น กับ 19.15 น โดยภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจในสน.ที่เกี่ยวข้องทั้งบก.น. 5 และ บก.น. 2 รวมถึงชุดสืบสวนจากศูนย์สืบสวนสอบสวนนครบาลก็ได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา ก่อนนำข้อมูลแต่ละส่วนมารวบรวมและประมวลเข้าหากัน นอกจากนี้ได้ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อหาเบาะแสคนร้ายเพิ่มเติมแล้ว
พล.ต.ต. คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น คาดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่นั้น จากการดูแผนประทุษกรรมของคนร้ายในพื้นที่ บก.น. 2 ทั้ง 3 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 31 พ.ค. 55 หรือวันที่ 4 มิ.ย. 55 เวลาเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน และแผนประทุษกรรมของคนร้าย มีลักษณะเดียวกัน จึงสันนิษฐานได้ว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกัน และจากการสอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 4 ราย ยืนยันได้ว่า ไม่มีเรื่องสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ใดมาก่อนแน่นอน และคาดว่า วันพรุ่งนี้ จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกภาพสเกตช์คนร้าย อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ฝากถึงประชาชนที่มีเบาะแสคนร้าย ให้รีบแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
"ส่วนสารที่คนร้ายใช้ฉีดใส่ประชาชนนั้น เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนได้ข้อมูลจากแพทย์ที่รักษาผู้เสียหายว่า หลังจากที่โดนคนร้ายฉีดของเหลวฉีดใส่ ผู้เสียหายก็รีบเอาน้ำล้างออกทันทีก่อนจะมาพบแพทย์ โดยมีผู้เสียหายไปรักษาโรงพยาบาลตำรวจ 1 รายในท้องที่ลุมพินีส่วนอีก 3 รายไปโรงพยาบาลเปาโลซึ่งในวันนี้จะให้ทีมสืบสวนฯ ไปพบกับแพทย์อีกครั้งว่าสารนั้นเป็นกรดหรือเป็นด่างในลักษณะของบาดแผล" พล.ต.ต. คำรณวิทย์กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า เมื่อที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุตั้งแต่หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริตลอดจนแยกราชประสงค์ ได้ผลว่าภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวได้ถูกลบทิ้งไป และไม่ได้มีการบันทึกเก็บไว้เนื่องด้วยเป็นเวลาล่วงเลยมาหลายวันแล้ว อีกทั้งกล้องบริเวณห้างเกสรพลาซ่า และกล้องซีซีทีวีในพื้นที่มีแสงไฟสะท้อนกับกล้อง ภาพที่ปรากฏออกมาไม่ชัดเจนแต่อย่างใด
ส่วนด้านพนักงานสอบสวนจากการสอบปากคำผู้เสียหายได้ให้การยืนยันว่าคนร้ายที่ฉีดน้ำสารดังกล่าวมาที่ตนเป็นพนักงานขับรถสามล้อเครื่องเพราะที่เกิดเหตุขณะนั้นพบแต่สามล้อเครื่อง ซึ่งไม่พบเห็นรถซาเล้งถีบแต่อย่างใดจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ในวันนี้ทางพล.ต.ต.คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น.ได้เรียกชุดพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องคดีดังกล่าว โดยได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้กระจายกันหาตามเส้นทางใกล้เคียงเพิ่มเติม แล้วตรวจสอบเวลาก่อนเกิดเหตุและภายหลังเกิดเหตุอีกครั้ง อีกทั้งให้ตรวจสอบคนขับรถซาเล้งในท้องที่รวมไปถึงท้องที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบสารที่คนร้ายใช้ก่อเหตุกรณีดังกล่าวว่าเป็นสารชนิดใดแล้วตรงกับสารที่คนร้ายก่อเหตุในท้องที่อื่นหรือไม่อีกด้วย
จากการตรวจสอบการกระทำของคนร้ายในทำนองดังกล่าวยังไม่มีปรากฏแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป
.......
(หมายเหตุ : ภาพผู้เสียหาย)



