ข่าว

แพร่อ่วม!น้ำป่าทะลักท่วมบ้านเรือน

แพร่อ่วม!น้ำป่าทะลักท่วมบ้านเรือน

10 มิ.ย. 2555

แพร่ 400 ครัวเรือนอ่วมน้ำป่าทะลักท่วม ขณะที่ระดับน้ำยม ยังไม่น่าวิตก ด้านรมว.ศธ.ลงพื้นที่ลำปางแก้น้ำท่วม

             10 มิ.ย.55 นายสมคิด ผานุการณ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.แพร่  เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 10  มิถุนายน เกิดน้ำป่าจากลำห้วยแม่ปินไหลหลากเข้าท่วมใน อ.ลอง จ.แพร่ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมตลิ่ง และลำห้วยในพื้นที่ของ ต.หัวทุ่ง ที่หมู่ 1 , 2 , 3 , 7 , 8  และ 10 ต.บ้านปิน หมู่ 3  ต.ห้วยอ้อ หมู่ 3 และในเขตเทศบาลตำบลบ้านปินที่  หมู่ 4 และ 5

              นอกจากนี้น้ำป่าที่ไหลหลากยังทำให้เส้นทางรถไฟที่วิ่งผ่านในพื้นที่ต.บ้านปินได้รับความเสียหาย จนรถไฟต้องหยุดการเดินรถ เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ แต่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาซ่อมแซมแล้ว คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในวันนี้

              นายสมคิด กล่าวต่อว่า  จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 400 หลังคา เรือน ขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอำเภอได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือด ร้อนแล้ว โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในครั้งนี้

             "ส่วนสถานการณ์ล่าสุดน้ำป่าที่ไหลหลากมาท่วมในพื้นที่ได้ลดระดับลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  สำหรับน้ำสาเาเหตุที่ทำให้ เกิดน้ำป่าไหลหลากแม้ในพื้นที่จะมีฝนตกลงมาในปริมาณไม่มาก แต่ฝนที่ตกสะสมเป็นเวลานานทำให้ดินอุ้มน้ำไว้มากจนชุ่ม" นายสมคิด กล่าว

             ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ารางรถไฟที่วิ่งผ่านในพื้นที่ ต.บ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่ ได้รับความเสียหาย จนรถไฟต้องหยุดการเดินรถเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ หลังเกิดน้ำป่าจากลำห้วยแม่ปินไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ของ อ.ลอง

             นายสมเดช ยุพิน นายสถานีรถไฟเด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาซ่อมแซมรางรถไฟที่เสียหายจากเหตุน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งได้ซัดเอาหินที่รองรางรถไฟไหลไปตามน้ำจนรางทรุดตัว เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงหินมาเสริมใหม่และได้เปิดเส้นทางไปตั้งแต่เวลา 09.40 น. ของวันที่ 10 มิ.ย.แล้ว

             ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมากับขบวนรถเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่  รฟท.ได้นำรถโดยสารจำนวน 11 คัน เพื่อลำเลียงผู้โดยสารที่ตกค้างประมาณ 500 คนเดินทางจากสถานีรถไฟอ.เด่นชัยไปยังจุดหมายปลายทางที่ จ.ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 08.15 น.เรียบร้อยแล้ว

 

แม่น้ำยม ระดับน้ำยังไม่น่าวิตก 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แม่น้ำยมในจังหวัดสุโขทัยยังไม่น่าวิตก ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำยมที่จุดตรวจวัดระดับน้ำ สถานีวาย 4 ในเขต อ.เมือง ระดับน้ำยังคงสูงเพียง 3.33 เมตร ขณะที่จุดวิกฤตที่จะทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่นั้นอยู่ที่สูงกว่า 7 เมตร 

          ทั้งนี้ในรอบปีที่ผ่านมา (2554) จังหวัดสุโขทัยประสบปัญหาอุทกภัยสร้างความเสียหายทั้งสิ้นใน รวม 9 อำเภอ 84 ตำบล 622 หมู่บ้าน 6 ชุมชน 119,032 คน 40,032 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 11 หลัง และเสียหายบางส่วน 236 หลัง ถนน 306 สาย ท่อลอดเหลี่ยม คสล. 209 แห่ง ประปาหมู่บ้าน 24 แห่ง โรงเรียน 34 แห่ง วัด 27 แห่ง มีผู้เสียชีวิต 18 ราย พื้นที่ทางการเกษตรทั้งนาข้าวและพืชสวนนับแสนไร่

          อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยแม้จะได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยอย่างหนักหน่วงรอบปีที่ผ่านมา ในปัจจุบันทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้มีความพยายามที่จะวางแผนป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในรอบปี 2555 นี้ โดยมีแผนงานในโครงการที่จะจัดทำตามแผนการจัดการงบประมาณประจำปีอาทิ 1. เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำแม่มอก อำเภอทุ่งเสลี่ยม สร้างสูงเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตร ค่าก่อสร้าง 257 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี 2. ขุดลอกคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวาระยะ 2 ตำบลป่ากุมเกาะ อำเภอสวรรคโลก งบประมาณ 110 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี 3. จัดสร้างฝายยางคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก งบประมาณ 185 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี

          4. จัดทำประตูระบายน้ำคลองน้ำไหล อำเภอศรีนคร งบประมาณ 48 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี 5. สร้างอาคารบังคับน้ำคลองทางไม้ ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง งบประมาณ 15 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี 6. สร้างอาคารบังคับน้ำบ้านหนองกระดิ่งอำเภอคีรีมาศ งบประมาณ 12 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี 7. สร้างอาคารบังคับน้ำบ้านบัวทอง หนองจิก อำเภอคีรีมาศ งบประมาณ 9 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี 8. ปรับปรุงคลองส่งน้ำ ฝายศรีเชลียง อำเภอศรีสัชนาลัย งบประมาณ 16 ล้าน ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี 9. ขุดลอกแม่น้ำยม ตอนที่ 4 บ้านสุเม่น อำเภอศรีสัชนาลัย ถึง อำเภอสวรรคโลก ความยาว 80 กม.งบประมาณ 69 ล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือน 10. ขุดลอกแม่น้ำยม ตอนที่ 5 คลองน้ำหัก ตำบลปากพระ อำเภอเมือง ถึง อำเภอกงไกรลาศ ยาว 35 กม. งบประมาณ 34 ล้าน ระยะเวลา 4 เดือน

          สำหรับโครงการเหล่านี้คือ ความพยายามที่จะบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุโขทัยที่จะสกัดยับยั้งบรรเทาภัยจากอุทกภัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่ แต่ก็ยังคงมีโครงการที่นำเสนอไปยังภาครัฐบาลเป็นการจัดสร้างแก้มลิงสองฝั่งแม่น้ำยมอีกอย่างน้อย 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยที่นำเสนอโครงการไปแล้วแต่ยังไม่ได้งบประมาณลงมาทำการก่อสร้างและยังเป็นโครงการใหญ่ซึ่งจะต้องใช้เงินงบประมาณรวมกันแล้วกว่าพันล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งในปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งสำรวจพื้นที่รวมทั้งจัดทำประชาคมกับชาวบ้านในการเวนคืนที่ดินเพื่อจัดทำโครงการแล้วอย่างเร่งด่วน

          ขณะเดียวกันสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งมีฝนตกทางตอนเหนือของจังหวัดสุโขทัยและมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณน้ำสะสมไหลลงสู่แม่น้ำยมเป็นจำนวนมากทางสำนักงานชลประทานจังหวัดได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่โดยทำการกักเก็บน้ำที่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก เพื่อชะลอการไหลของน้ำ และ ปล่อยน้ำลงตอนล่างในปริมาณ 200 ลูกบาศก์เมตร / วินาที เพื่อทำการพร่องน้ำอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ ส่วนทางตอนล่างของจังหวัดได้ทำการเร่งระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำยางซ้ายโดยเปิดระบายทั้ง 7 บาน เพื่อพร่องมวลน้ำในแม่น้ำยมระลอกแรก และ รอรับมวลน้ำจากทางตอนเหนือของจังหวัดสุโขทัยที่จะมาถึงต่อไป

 

รมว.ศธ.ลงพื้นที่ลำปางเกาะติดแก้น้ำท่วม

 

          ที่โรงแรมลำปางเวียงทอง นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ พร้อมคณะ ได้เดินทาง มาติดตามความก้าวหน้า ผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำอุกภัยฯในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยมีนายสุวรรณ กล่าวสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำหัวหน้าส่วนราชการ สังกัดกระทรวงศึกษาการ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับ และรายงานสรุปผลดารดำเนินงาน ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำอุกภัยฯในพื้นที่จังหวัดลำปาง ในภาพรวม 

          จากนั้นทางนายสุชาติ ได้มอบนโยบาย หลังได้รับมอบหมายงานจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และซักถามคณะทำงาน 12 คณะ ผลการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ก่อนที่ทาง รมว.ศึกษาธิการ จะมาปล่อยขบวนรถ คณะทำงานฯ ออกจากหน้าโรงแรมลำปางเวียงทองลงพื้นที่ เดินทางไปตรวจ ผลการดำเนินงานโครงการ ซ่อมแซมที่อ่างเก็บน้ำด้าน หลังศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง และโครงการ ในการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผล กระทบ จากสถานการณ์อุกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน-โครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วน ทางสายหลัก และโครงข่ายสำคัญที่ได้รับความเสียหาย จากอุกภัย ของกรมทางหลวง กม.ที่ 36 ทางหลวงสายหลัก ลำปาง-เด่นชัย 

          ช่วงบ่าย คณะรมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ ตรวจโครงการ ค่าใช้จ่าย ในการช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ สถานการณ์อุกภัย ตามมาตการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน โครงการซ่อมแซม ทำนบกั้นน้ำ บ้านทุ่งผา ม.1ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง 

          รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้มาติดตาม ผลการดำเนินการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำอุกภัยฯในพื้นที่จังหวัดลำปาง ก่อนจะมีการสรุปและรายงานสรุป ให้นายกรัฐมนตรีทราบหลัง และดำเนินการต่อไป

 

16โครงการด่วนพร้อมรับน้ำท่วมฤดูฝนนี้

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง หัวหน้าฝ่ายบริหารและจัดการน้ำ ส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา สำนักชลประทานที่ 1 กรมชลประทาน เผยถึงแผนงานภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนว่าในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่มีหลายโครงการที่เสนอเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2555 ที่ผ่านมา โดยมีโครงการหลักทั้งหมด 16 โครงการ งบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนทั้งหมด 7,038,114,000 ล้านบาท โดยแต่ละโครงการจะมีหน่วยงานรับผิดชอบภายใต้คณะกรรมการบริการจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหา ภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน 

          สำหรับโครงการในส่วนของสำนักชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ได้เสนอไปและได้รับการอนุมัติมี โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืน 3 โครงการหลัก คือ โครงการก่อสร้างอาคารฝายทดน้ำคอนกรีตในแม่น้ำปิงเพื่อทดแทนฝายวังปาน อ.จอมทอง และ ฝายดอยน้อย อ.ดอยหล่อ ที่เสียหายสิ้นเชิงจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมา โครงการนี้มีแผนสามปีในปีแรกจะมีการก่อสร้างทำนบดินชั่วคราวเพื่อทดน้ำเข้าพื้นที่ทางการเกษตรซึ่งขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ส่วนสองปีที่เหลือจะมีการก่อสร้างอาคารฝายทดน้ำคอนกรีตขนาดใหญ่พร้อมระบายน้ำที่มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งนี้โครงการฝายวังปานใช้งบประมาณ 880 ล้านบาทและ โครงการฝายดอยน้อยใช้งบประมาณ 650 ล้านบาท 

          นอกจากนี้ยังมีโครงการแก้มลิงฝายแม่แตงสำรับแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โครงการนี้ใช้งบประมาณ 557 ล้านบาท โครงการนี้คณะกรรมการระดับจังหวัดได้มอบหมายให้ อบจ.เชียงใหม่ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ โดยสำนักชลประทานที่ 1 ได้ออกแบบเสร็จสิ้นและมอบแบบให้กับ อบจ.เชียงใหม่แล้ว ส่วนหลังจากนี้ไป อบจ.เชียงใหม่ จะเข้าตรวจสอบและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบและเริ่มดำเนินการเป็นลำดับต่อไป 

          ด้านนายอนันต์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 ( ศบ.7) เชียงใหม่ เปิดเผยว่า โครงการเร่งด่วนในส่วนของ ศบ.7 คือการขุดลอกแม่น้ำปิงเพื่อขยายทางน้ำและแก้ปัญหาตลิ่งถูกกัดเซาะ โดยดำเนินการสองช่วงคือช่วงตอนที่ 6 เริ่มจากปากแม่น้ำแม่แจ่ม อ.ฮอด ถึง อ.จอมทอง ระยะทาง 32 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 55 ล้านบาท การขุดขยายแม่น้ำปิงช่วงนี้มีความก้าวหน้าไปแล้ว 24.81 เปอร์เซ็นต์ จากแผนงานที่กำหนดไว้ 26.91 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการขุดลอกแม่น้ำปิงตอนที่ 7 เริ่มจากปากลำน้ำแม่กลาง อ.จอมทอง ถึง ปากลำน้ำแม่ขาน อ.สันป่าตอง ใช้งบประมาณ 56 ล้านบาท มีความก้าวหน้าไปแล้ว 36.31 เปอร์เซ็นต์ ล่าช้ากว่าแผนงานที่ กำหนดไว้ที่ 43.77 เปอร์เซ็นต์ 

          นายอนันต์ กล่าวว่า ทั้งสองโครงการที่มีความล่าช้ากว่าแผนได้สั่งให้เพิ่มชั่วโมงการทำงานและเพิ่มเครื่องจักรกลเพื่อให้งานเดินหน้าอย่างเต็มที่ทันดรับกับฤดูฝนปีนี้ โดยยืนยันว่าทั้งสองโครงการจะเสร็จสิ้นทันตามกำหนดสัญญาในกลางเดือน ก.ย. นี้ อย่างแน่นอน สำหรับโครงการขุดลอกลำน้ำเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ยังมีในส่วนของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาที่รับมอบภารกิจจากรัฐบาลในการขุดลอกแม่น้ำและแหล่งน้ำ โดยสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนารับผิดชอบการขุดลอกทั้งหมด 104 โครงการ ในลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวังตอนกลาง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำสาละวิน ลุ่มน้ำกก และ ลุ่มน้ำโขง งบประมาณทั้งสิ้น 228 ล้านบาท 

          ในส่วนของการขุดลอกแม่น้ำปิงมีปริมาณดินขุดทั้งหมด 1,196,632 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน 9 โครงการ และ ลุ่มแม่น้ำปิงตอนกลาง 16 โครงการ นอกจากนี้หน่วยพัฒนาการพิเศษ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนายังเข้าดำเนินการขุดลอกลำน้ำขาน ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาสำคัญของแม่น้ำปิง โดยมีการขุดลอกหน้าฝายและหลังฝายทั้ง 8 แห่งตลอดระยะทาง 26 กิโลเมตร พร้อมทำการปรับสันดอนกลางน้ำเพื่อให้น้ำไหลสะดวกและไม่กัดเซาะตลิ่งทั้งสองข้าง ล่าสุดโครงการนี้และทุกโครงการในความรับผิดชอบของหน่วยทหารพัฒนาดำเนินการเสร็จสิ้นตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมรับมวลน้ำในฤดูฝนเต็มที่  

          ทั้งนี้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่ทั้งหมด 16 โครงการ มี 5 โครงการเร่งด่วนที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณงบกลางจากคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย โครงการพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วม งบประมาณ 74,754,000 บาท , โครงการก่อสร้างแก้มลิงสำหรับบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งบริหารเหลือฝายแม่แตง งบประมาณ 557,400,000 บาท , โครงการบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่อย่างยั่งยืน งบประมาณ 995,000,000 บาท , โครงการสร้างระบบบรรเทาและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตอำเภอสันทราย งบประมาณ 111,000,000 บาท และ โครงการแก้ไขปัญหาและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวงอย่างบูรณาการ งบประมาณ 170,000,000 บาท รวม 5 โครงการใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,908,154,000 บาท ซึ่งโครงการทั้งหมดมีความ คืบหน้าไปอย่างต่อเรื่องและพร้อมจะรับมวลน้ำในฤดูฝนปีนี้