ข่าว

เตือน!เฝ้าระวังโรคมือเท้าปากช่วงหน้าฝน

เตือน!เฝ้าระวังโรคมือเท้าปากช่วงหน้าฝน

10 มิ.ย. 2555

'รมว.สธ.'สั่ง สสจ.ทั่วประเทศ เฝ้าระวังโรคมือเท้าปากดโยเฉพาะในเด็ก พบป่วย รีบสอบสวนควบคุมโรคทันที ขณะที่'อธิบดีกรมควบคุมโรค'แนะ ครู-ผู้ปกครอง ดูแลเด็กล้างมือก่อน-หลังรับประทานอาหาร ตัดเล็บสั้นป้องกันที่สะสมเชื้อโรค ระบุ โรคเกิดจากเชื้อไวรัส หากติดเชื้อภายใ

                10 มิ.ย.55 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน อากาศเย็นและชื้น เป็นฤดูกาลระบาดของโรคมือเท้าปาก ซึ่งมักพบในเด็กเล็ก โดยขณะนี้มีรายงานหลายจังหวัด เริ่มพบผู้ป่วยประปราย เช่น จ.กาญจนบุรี ยะลา จึงได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ (สสจ.) เฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งทั่วประเทศมีประมาณ 20,000 แห่ง รวมทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษาเนื่องจากโรงเรียนทุกแห่งเปิดเทอม เด็กอยู่รวมกันจำนวนมากหากมีเด็กป่วยจะแพร่เชื้อติดกันได้ง่าย โดยหากพบผู้ป่วยในพื้นที่ก็ให้สอบสวนโรคและควบคุมป้องกันไม่ให้โรคแพร่ระบาดทันที พร้อมทั้งขอความร่วมมือครูและผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ หากพบเด็กป่วย มีไข้ มีแผลเปื่อยหลายแผลในปากและเจ็บ มีตุ่มพองขนาดเล็กขึ้นที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ เพื่อให้การดูแลเด็กอย่างถูกวิธี และควบคุมโรคอย่างทันท่วงที

                 ขณะที่ นพ. พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์โรคมือเท้าปากในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -เดือนพฤษภาคม 2555 สำนักระบาดวิทยารายงานทั่วประเทศพบผู้ป่วย 6,109 ราย ไม่มีเสียชีวิต โดยพบภาคเหนือป่วยมากที่สุดจำนวน 1,868 ราย รองลงมาคือภาคกลาง จำนวน 1,748 ราย ภาคใต้ 1,573 ราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 920 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยในรอบ 5 เดือนปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 3 เท่าตัว ผู้ป่วยร้อยละ 81 อายุต่ำกว่า 3 ขวบ

                 โดยโรคมือเท้าปากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า เอนเทอโรไวรัส ( Enterovirus) มีหลายชนิด ที่พบบ่อยคือไวรัส ค็อคแซกกี่ เอ 16 (Coxsackieviruses A 16 ) ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่รุนแรง ป่วยประมาณ 7-10 วันจะหายเองได้ และชนิดรุนแรงทำให้เด็กเสียชีวิตได้ คือ ไวรัสเอนเทอโร 71 (Enterovirus 71) เชื้อชนิดนี้พบในประเทศไทยน้อยมาก ส่วนใหญ่จะพบระบาดในต่างประเทศ เช่นเวียดนาม เป็นต้น โดยอาการจะปรากฏหลังติดเชื้อประมาณ 3-6 วัน เริ่มจากมีไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ต่อมาจะมีเจ็บปาก และเบื่ออาหารเนื่องจากมีแผลอักเสบที่ลิ้น เหงือกและกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะเกิดผื่นแดง มักไม่คันขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นหรือที่หัวเข่าได้ ผื่นจะกลายเป็นตุ่มพองใสรอบๆจะแดง และแตกออกเป็นหลุมตื้นๆเชื้อโรคจะถูกขับออกมาทางอุจจาระของผู้ป่วย และติดต่อคนอื่นได้ จากการกิน โดยเชื้อจะติดมากับมือ น้ำลาย น้ำมูก และน้ำในตุ่มพองหรือแผลของผู้ป่วย

                 อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการป้องกันโรค ขอให้ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กในศูนย์เด็กเล็กให้เด็กหมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังขับถ่ายและเล่นของเล่น ตัดเล็บให้สั้น เพื่อไม่ให้เชื้อโรคสะสมในเล็บ และทำความสะอาดมือได้ง่าย ดูแลรักษาความสะอาดอาคารสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้และของเล่นต่างๆเป็นประจำด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันแพร่เชื้อสู่เด็กอื่น หากมีเด็กป่วยหรือมีอาการสงสัยจะป่วยเป็นโรคมือเท้าปากในศูนย์เด็กเล็กหรือที่โรงเรียน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย

 

 

สธ.จัดทีมเมิร์ท 14 ชุดแพทย์สนามฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภายใน 6-12 ชม.

 
                 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เยี่ยมชมการฝึกซ้อมร่วมการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินภาคสนาม ระหว่างชุดแพทย์สนามฉุกเฉินระดับตติยภูมิ (Medical Emergency Response Team: MERT) หรือชุดเมิร์ท กับทหารและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์(เขาอีโต้) อ.เมืองจ.ปราจีนบุรี ซึ่งกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยจัดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับภาวะภัยพิบัติ เช่นน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลาก และ แผ่นดินถล่ม ให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติที่รุนแรงได้ดีขึ้น

                 นายวิทยา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกประสบปัญหาภัยพิบัติถี่ขึ้น เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ดินถล่ม สึนามิ วาตภัย เป็นต้น มีผลถึงการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชาชนในเวลาเดียวกันจำนวนมาก ในการรับมือและลดการสูญเสียชีวิตผู้ประสบภัย ได้มอบนโยบายให้กรมการแพทย์ พัฒนาชุดปฏิบัติการแพทย์สนามฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติหรือชุดเมิร์ท เหมือนมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการที่มีศักยภาพความพร้อมสูง คล่องตัว ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ สามารถออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ เมื่อได้รับการร้องขอจากพื้นที่ประสบภัยหรือการสั่งการจากผู้บังคับบัญชาภายใน 6-12 ชั่วโมง ขณะนี้ทั่วประเทศมีชุดเมิร์ทแล้ว 14 ชุด โดยอยู่ในส่วนกลางที่โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กทม. 7 ชุด ที่เหลืออีก 7 ชุดอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ 7 จังหวัดได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ลำปาง ชลบุรี ปราจีนบุรี สุรินทร์ อุบลราชธานี สระบุรี เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2552 ตั้งเป้าขยายจะให้ครบทั้ง 18 เขตตรวจราชการอย่างน้อยเขตละ 1 ทีมภายในปี 2556

                 ขณะที่ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ชุดเมิร์ท 1 ชุด จะประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ 16 คน คือ แพทย์ 1 คน พยาบาลฉุกเฉิน 4 คน เจ้าหน้าที่กู้ชีพหรือเวชกรฉุกเฉิน 6 คน เภสัชกร 1 คน ที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่สนับสนุนอื่นๆและรถพยาบาล โดยมีคุณสมบัติเฉพาะตัว 3 ประการคือ 1.มีความพร้อมในการปฎิบัติการฉุกเฉิน สามารถทำงานร่วมกับหน่วยปฎิบัติการอื่นๆได้เป็นอย่างดี เช่น หน่วยแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ หน่วยทหาร อาสาสมัครอื่นๆ ภายใต้ระบบสั่งการในภาวะฉุกเฉิน 2.สามารถดำรงชีพอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ไม่รบกวนทรัพยากรของท้องถิ่น โดยจะเข้าพื้นที่พร้อมยา เวชภัณฑ์ รวมทั้งมีอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เต้นท์สนาม เครื่องยังชีพ วิทยุสื่อสาร เครื่องปั่นไฟ เป็นต้น และ3.สามารถคัดแยกดูแลช่วยชีวิตขั้นต้นแก่ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือมีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรง พร้อมกันจำนวนมาก ให้ปลอดภัย พร้อมส่งต่อไปดูแลที่โรงพยาบาลได้อย่างเหมาะสม

                 สำหรับการฝึกซ้อมภาคสนามจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2555 ที่วัดเขาอีโต้ และบริเวณอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์(เขาอีโต้)อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี มีโรงพยาบาล จาก 7 จังหวัดเข้าร่วมได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ลำปาง ชลบุรี ปราจีนบุรี สุรินทร์ อุบลราชธานี สระบุรี และโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ อีก 6 แห่งได้แก่ รพ.เลิดสิน รพ.ราชวิถี รพ.นพรัตนราชธานี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รพ.สงฆ์ และรพ.เมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) รวมทั้งหมด 34 แห่ง โดยมีทั้งการบรรยายเนื้อหาทางวิชาการ สาธิตการค้นหาและลำเลียงผู้ป่วยในรูปแบบต่างๆ เช่น ทางหน้าผา ทางลำธาร ร่วมกับชุดปฎิบัติการค่ายพรหมโยธี กองพันเสนารักษ์ที่ 2และจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝึกซ้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การทำลายล้างพิษสารเคมี การตั้งสถานที่ให้บริการแพทย์สนาม การคัดแยกผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บจำนวนมากของชุดเมิร์ท เพื่อให้มีความพร้อมปฏิบัติการเมื่อเกิดสถานการณ์จริงตลอด 24 ชั่วโมง