
'โกเมซ'โขกชัย'เดนส์'เริ่มตำนาน
ศึกฟุตบอลยูโร 2012 นัดแรก กลุ่มบี คู่ที่ 2 เยอรมนี เฉือนชนะ โปรตุเกส 1-0 จาก 'โกเมซ' ส่วนคู่แรก ฮอลแลนด์ พบ เดนมาร์ก จบเกม 'เทพนิยายเดนส์' เริ่มอีกครั้ง หลังโคนมเอาชนะกังหันสีส้ม 1-0
..........
10 มิ.ย. 55 ศึกฟุตบอลยูโร 2012 นัดแรก กลุ่มบี คู่ที่ 2 กลางดึกเวลา 01.45 น. เยอรมนี พบ โปรตุเกส
เริ่มการแข่งขัน โปรตุเกสเขี่ยบอลเริ่มเล่น แต่เป็นเยอรมนีได้โอกาสลุ้นก่อน แต่นายทวารฝอยทองไม่พลาด เกมส่วนใหญ่เป็นของอินทรีเหล็ก แต่ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ จนช่วงท้ายครึ่งแรก โปรตุเกสน่าจะได้ประตูขึ้นนำจากการส่องของ เปเป้ ที่ซัดไปชนคานเด้งพื้นออกมาลูกบอลยังไม่ข้ามเส้นประตู หมดครึ่งแรก สกอร์ยัง 0-0
เกมครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังผลัดกันรุกรับ แต่เป็นอินทรีเหล็ก ที่ครองเกมได้มากกว่า ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และแล้วในนาทีที่ 72 สกอร์แรกของเกมจาก โกเมซ ที่โขกให้เยอรมนี ขึ้นนำ โปรตุเกส 1-0
หลังเสียประตู โปรตุเกส พยายามทวงคืนประตู แต่ยังทำได้ไม่ดีพอ แม้จะบุกอย่างหนักแต่ก็เจาะทะลวงไม่เข้า เป็นผลให้จบเกม เยอรมนี เฉือนชนะ โปรตุเกส 1-0
เทพนิยายเดนส์อีกครั้ง!?
ขณะที่เกมรอบแรก กลุ่ม บี "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ ลงสนามพบ "โคนม" เดนมาร์ก ที่สนามเมตาลิสต์ เมืองคาร์คีฟ ยูเครน โดยเกมนี้ เบิร์ท ฟานมาร์ไวย์ค กุนซือฮอลแลนด์ส่ง เยโทร วิลเลมส์ แบ็กดาวรุ่งวัย 18 ปี ลงสนามเป็นตัวจริง ทำให้เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปด้วยอายุ 18 ปี 71 วัน ทำลายสถิติเดิมของ เอนโซ ชิโฟ กองกลางเบลเยียม ที่เล่นในยูโร 84 ด้วยอายุ 18 ปี 115 วัน ขณะที่ เดนมาร์ก ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามได้ทั้งชุด
เริ่มเกมขึ้นมา ฮอลแลนด์ เดินเกมรุกอยู่เกือบข้างเดียว เดนมาร์ก เน้นการตั้งรับต่ำ แต่ก็ยันไว้ได้จนนาทีที่ 25 เดนมาร์ก กลายเป็นทีมได้ประตูออกนำก่อน ไมเคิล โครห์น เดลลี เก็บบอลได้หน้าเขตโทษก่อนจะล็อกบอลหลุดไปทางซ้ายและยิงลอดขา มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก เข้าไปเป็น 1-0
จากนั้น ฮอลแลนด์ เร่งเกมมากขึ้น นาทีที่ 29 รอน ฟลาร์ กองหลังขึ้นไปโขกลูกเตะมุมของ เวสลีย์ สไนย์เดอร์ แต่หลุดกรอบ ตามด้วยนาทีที่ 34 สเตฟาน อันเดอร์เซน นายทวารเดนมาร์กออกบอลไม่ดีถูก อาร์เยน ร็อบเบน ลากจี้และไปยิงในเขตโทษแต่บอลก็ยังไปชนเสาออกมา
นาทีที่ 38 อิบราฮิม อาเฟลลาย สับไกยิงจากนอกเขตโทษเต็มเท้า แต่บอลเหินข้ามคานอย่างได้ลุ้น และก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาที ร็อบเบน จ่ายให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ไปยิงทางขวาของเขตโทษ แต่จับบอลไม่ดีทำให้ อันเดอร์เซน ออกมาขวางได้ทัน จบครึ่งแรก เดนมาร์ก นำ 1-0
ครึ่งหลัง ฮอลแลนด์ เดินเกมรุกตั้งแต่ต้นนาทีที่ 51 มาร์ค ฟานบอมเมล ยิงไกลบอลพุ่งจะเข้า แต่ อันเดอร์เซน ปัดออกหวุดหวิด และนาทีต่อมา อาเฟลลาย ลากไปยิงหน้าเขตโทษบอลเช็ดเสาออกไปอีก ขณะที่ เดนมาร์ก เกือบได้ประตูที่ 2 นาทีที่ 69 โครห์น เดลี ลากตัดจากทางซ้ายมายิงเข้าทางเสาแรก มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ต้องพุ่งสุดตัวไปออกไป
ช่วงเวลาที่เหลือของเกม ฮอลแลนด์ พยายามอย่างไรก็พลาดในจังหวะสุดท้ายไปหมด จบเกม เดนมาร์ก ชนะไป 1-0 เป็นชัยชนะนัดที่ 2 ในการพบกัน 29 ครั้ง และเป็นชัยชนะเหนือฮอลแลนด์นัดแรกนับตั้งแต่ปี 1967
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ฮอลแลนด์ - มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก, เกรกอรี ฟาน เดอ วีล, (เดียร์ก เคาท์ 85), จอห์น ไฮติงกา, รอน ฟลาร์, เยโทร วิลเลมส์, มาร์ค ฟานบอมเมล, ไนเจล เดอยอง (ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท 71), อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลีย์ สไนย์เดอร์, อิบราฮิม อาเฟลลาย (คลาส แยน ฮุนเตลาร์ 71), โรบิน ฟาน เพอร์ซี
เดนมาร์ก - สเตฟาน อันเดอร์เซน, ลาร์ส ยาคอปเซน, ซิโมน เคียร์, ดาเนียล แอกเกอร์, ซิโมน โพลเซน, นิกี ซิมลิง, วิลเลียม ควิสต์, เดนนิส รอมเมดาห์ล (โทเบียส มิคเคลเซน 84), คริสเตียน อีริคเซน (ลาสส์ โชน 74), ไมเคิล โครห์น เดลี, นิกคลาส เบนด์ทเนอร์
----------
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพ : http://www.uefa.com/uefaeuro/)
----------



