
โปลยังมั่นใจ!หมีโว4-1น้อยไป
ฟรานซิสเซค สมูดา โค้ชโปแลนด์ รับลูกทีมกดดันนัดแรกทำศึกยูโร 2012 จนแค่เสมอ กรีซ 1-1 แต่ยังมั่นใจจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่ เฟอร์นันโด ซานโตส ไม่โทษลูกทีมพลาดจุดโทษจนชวดชนะ ด้าน ดิก แอดโวคาท โวลั่น "หมีขาว" รัสเซีย น่ายิงได้มากกว่านี้นัดถล่ม สาธารณรัฐเช็
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2012 รอบสุดท้ายที่โปแลนด์ กับ ยูเครน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เป็นการเล่นนัดเปิดสนามในกลุ่ม เอ ที่สนามกีฬาแห่งชาติวอร์ซอ โปแลนด์ เจ้าภาพร่วมพบกับ กรีซ เกมผ่านไป 17 นาทีเจ้าภาพได้ประตูนำ 1-0 จากลูกโหม่งของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าตัวเก่ง นาที 40 เจ้าภาพได้เปรียบยิ่งขึ้นไปอีก โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ได้รับใบเหลืองที่ 2 โดนไล่ออกจากสนามไป ครึ่งหลังผ่านไป 6 นาที กรีซ ที่ตัวผู้เล่นน้อยกว่ากลับมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่กองหลังกับผู้รักษาประตูโปแลนด์ไปชนกันเอง บอลตกมาให้ ดิมิทริส ซัลปินจิดิส รับส้มหล่นยิงเข้าไป นาที 68 กรีซ น่าจะพลิกขึ้นนำ เมื่อ วอสเซียก เชสนี นายทวารโปแลนด์ไปทำฟาวล์ ดิมิทริส ซัลปินจิดิส กลายเป็นจุดโทษ และใบแดง จอร์จอส คารากูนิส รับหน้าที่สังหารแต่ พาร์เซมิสลาฟ ไทตาน นายทวารสำรองเซฟไว้ได้ ทำให้หมดเวลาเสมอกัน 1-1 เก็บไปทีมละแต้ม
หลังการแข่งขัน ฟรานซิสเซค สมูดา โค้ชโปแลนด์ ยอมรับว่านักเตะบางคนในทีมตกอยู่ภายใต้ความกดดันในการเล่น แต่ได้เข้ากระตุ้นให้นักเตะสู้ต่อ เพราะเสมอยังดีกว่าแพ้ เกมยังไม่จบทัวร์นาเมนต์เพิ่งเริ่มต้น และยังเปิดกว้าง มั่นใจว่าโปแลนด์จะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย
"กรีซเป็นทีมที่ประสบการณ์สูงมาก และยากที่ทำประตูใส่พวกเขา มันยิ่งยากเมื่อเราเสียผู้รักษาประตูไป สถานการณ์เปลี่ยนเพราะใบแดง เราเล่นเปิดบอลจากด้านข้าง และจากด้านหลังมากในช่วงครึ่งหลัง ส่วนกรีซ สู้แบบไม่มีอะไรจะเสีย พวกเขาพยายามและได้สกอร์ ตอนนี้เราจะได้พัก แล้วต้องไปวิเคราะห์เกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อหา 11 คนแรกในนัดต่อไป"
ขณะที่ เฟอร์นันโด ซานโตส โค้ชกรีซ ยอมรับว่าใบแดงของ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส โหดร้ายเกินไป แต่ไม่ขอวิจารณ์ผู้ตัดสิน คาร์ลอส เบลาสโก การ์บัลโญ แม้ว่าคำตัดสินนั้นจะทำให้สถานการณ์ของทีมตกอยู่ในความลำบาก แต่ก็ต้องยอมรับ ส่วนการพลาดจุดโทษของ จอร์จอส คารากูนิส ไม่ขอตำหนิลูกทีม เพราะก่อนหน้านั้นรับหน้าที่นี้ และทำประตูได้มาหลายหน นักเตะกรีซเล่นได้ดีในครึ่งหลัง โดยเฉพาะ 20 นาทีสุดท้าย
ขณะที่อีกคู่ที่ วรอคสลาฟ มูนิซิปัล สเตเดี้ยม รัสเซีย พบกับ สาธาณรัฐเช็ก เกมนี้ช่วงแรกเช็กเป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่า แต่นาที 15 กลายเป็นรัสเซีย มาได้ประตูนำ 1-0 จากลูกที่ คอนสแตนติน ซิริยานอฟ โหม่งบอลไปชนเสาเข้าทาง อลัน ซาโกเยฟ ซ้ำเข้าไป จากนั้นมาได้ประตูหนี 2-0 นาที 24 จาก โรมัน ชิโรคอฟ ครึ่งหลังเช็ก มาตีตื้นเป็น 1-2 จาก วาชลาฟ ปิลาร์ นาที 52 แต่รัสเซียแก้เกมใหม่ก่อนมาได้ประตูหนี 3-1 เมื่อ โรมัน พาฟลิวเชนโก จ่ายให้ อลัน ซาโกเยฟ ยิงเข้าไปในนาที 79 และมาได้ประตูปิดกล่องนาที 82 จาก โรมัน พาฟลิวเชนโก หมดเวลา รัสเซีย ถล่ม 4-1 คว้า 3 แต้มได้สำเร็จ
หลังเกม ดิก แอดโวคาท โค้ชชาวดัตช์ของรัสเซีย ออกมาแสดงความพอใจกับผลการแข่งขันที่อออกมา และมีความสุขอย่างยิ่ง เพราะการยิงประตูถึง 4 ลูกในเกมนานาชาติ เป็นผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมมาก ความจริงรัสเซียน่าจะยิงได้มากว่านี้ เนื่องจากมีโอกาสทำประตูมากมาย แต่นี่คือเกมแรกทำให้เรามีความสุขกับผลที่ออกมา
ด้าน มิชาล บีเลค นายใหญ่ทีมเช็ก รู้สึกผิดหวังมากกับผลการแข่งขัน แต่ก็ต้องให้ทีมมารวมตัวกันใหม่กับเกมที่จะพบกับกรีซในวันอังคารนี้ และคิดว่าเกมนี้ลูกทีมเริ่มต้นได้ดีแล้วในช่วง 15 นาทีแรก ครองบอลได้เหนือกว่า แต่บางจังหวะในเกมบุกกลับปิดสกอร์ไม่ได้ แล้วเมื่อเริ่มต้นเสียบอลในแดนคู่แข่ง ก่อนโดนโต้กลับเร็วแล้วโดนลงโทษหลายครั้ง เป็นเหตุผลว่าทำสกอร์ถึงออกมาอย่างนี้
สำหรับโปรแกรมของกลุ่มเอ ในนัดที่ 2 กรีซ พบ สาธารณรัฐเช็ก เวลา 11.00 น. และโปแลนด์ พบ รัสเซีย เวลา 01.45 น. ในวันอังคารที่ 12 มิถุนายน
...........
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพ : http://www.uefa.com/uefaeuro/)



