ข่าว

ใครเสนอเกี้ยเซียะคนนั้นตายลูกเดียว

ใครเสนอเกี้ยเซียะคนนั้นตายลูกเดียว

18 พ.ค. 2552

จริงไม่จริงไม่มีใครทราบ แต่ว่าพอมีการเปิดเผยโดย ส.ว.คนหนึ่ง ก็กลายเป็นเรื่องร้อนขึ้นมาทันที เพราะว่าเป็นการ "เกี้ยเซียะ" แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันระหว่างกลุ่ม ส.ว.บางกลุ่ม กับกลุ่ม ส.ส.บางกลุ่ม ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงตามที่คุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรร

 คุณเรืองไกร บอกว่า มีการต่อรองกันระหว่างนักการเมือง กับ ส.ว. หรือว่าสมาชิกวุฒิสภา เพื่อแลกกันระหว่างนิรโทษกรรมนักการเมือง กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.อยู่ครบ 6 ปี

 พอเกิดข่าวนี้ขึ้นมาก็เป็นที่ฮือฮาพอสมควร เพราะแปลว่าจะต้องมีผู้เสนอเกี้ยเซียะ ฮั้วกันในลักษณะนี้ ร้อนถึงประธานอนุกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ซึ่งเป็น ส.ว.สรรหา เหมือนกัน

 พล.อ.เลิศรัตน์ บอกว่า ข้อมูลที่ว่านี้ไม่จริง เพราะการประชุมของคณะอนุกรรมการ 2 ครั้งที่ผ่านมา ยังไม่มีการคุยกันลงลึกถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ มีเพียงการพิจารณาการยุบพรรค มาตรา 237 และที่ให้กลับไปเป็นแบบปี 2540 นอกจากนี้ข้อเสนอของพรรคการเมืองต่างๆ ที่เสนอมายังไม่มีใครเสนอให้ ส.ว.อยู่ครบวาระ

 พล.อ.เลิศรัตน์ บอกด้วยว่า มีเพียงเสนอให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น เชื่อว่า การที่คุณเรืองไกรนำมาพูดน่าจะเป็นการพูดคุยในวงอาหารทั่วไปเท่านั้น ไม่น่าจะถึงการต่อรองกัน

 พล.อ.เลิศรัตน์ บอกอย่างนี้ครับว่า ถ้ามีการแก้ไขให้ ส.ว.สรรหา อยู่ต่อจนครบวาระจริง ก็จะลาออกจากตำแหน่ง ตำแหน่งที่ว่าคือ ตำแหน่งประธานอนุกรรมการชุดนี้ ออกจากกรรมการสมานฉันท์เพื่อปรองดอง และลาออกจากตำแหน่ง ส.ว.สรรหาด้วย

 นี่เป็นเสียงยืนยันจาก คนสำคัญคนหนึ่งในวุฒิสภา ฉะนั้นคุณเรืองไกรเมื่อเปิดโพยออกมาอย่างนี้ต้องตามต่อว่า ใครเป็นคนเสนอ ใครเป็นคนเห็นพ้อง และทำไมเรื่องจึงแดงออกมาเช่นนี้

 ถ้าไม่มีไฟก็ไม่มีควันครับ ต้องตามให้ได้ครับว่า ใครเป็นคนมีความพยายามยื่นข้อเสนอยื่นหมูยื่นแมว เกี้ยเซียะกันอย่างน่ารังเกียจเช่นนี้ น่าละอายเป็นอย่างยิ่งครับ

สุทธิชัย หยุ่น