ข่าว

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : หาที่ลง

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : หาที่ลง

10 มิ.ย. 2555

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : หาที่ลง : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

                     ทุกข์ของคนไม่มีเงินที่คนมีเงินไม่เข้าใจ ก็คือ จะหาเงินใช้หนี้จากไหน และจะชักหน้าถึงหลังได้อย่างไร ส่วนทุกข์ของคนมีเงินที่คนไม่มีเงินไม่เข้าใจ คือ จะลงทุนอย่างไร และจะทำอย่างไรให้เงินงอกเงย ที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะปัญหาคนละแบบ เหตุและปัจจัยแวดล้อมต่างกัน สภาพชีวิตต่างกัน โอกาสก็ต่างกัน เมื่อมาถึงจุดที่สภาพทางการเงินแตกต่างกัน ก็กลายเป็นเรื่องช่องว่าง ช่องโหว่ ความไม่เท่าเทียมและความลักลั่น มองความแตกต่างด้านอื่น อาจจะไม่ชัดเท่ามองความแตกต่างและไม่เท่าเทียมด้านการเงิน เพราะในขณะที่เรากำลังมองความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาส เราก็มักจะพูดถึงคนรวยคนจนควบคู่ไปเสมอ ทำให้สุดท้ายดูเหมือนทุกเรื่องจะขมวดเกลียวไปที่เรื่องเงินๆ ทองๆ

                     ที่ผ่านมา "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" เคยนำเสนอเรื่องการเริ่มต้นออม เพื่อทำให้ตัวเองเข้าสู่ภาวะมีเงินเหลือมาหลายครั้งแล้ว แต่สุดท้ายสิ่งที่นำเสนอจะเป็นจริงหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เราได้ลงมือทำหรือไม่ ถ้าตราบใดที่ไม่ลงมือทำ ไม่ลงมือเก็บออม ไม่สร้างวินัยให้แก่ตัวเอง ปัญหาเรื่อง "ไม่มีเงินออม" ก็จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต

                     ส่วนปัญหาของคนมีเงินที่กำลังคิดว่า จะทำอย่างไรให้เงินงอกเงยและได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ที่สถาบันประกันเงินฝากจะลดการคุ้มครองเงินฝากจาก 50 ล้านบาทเหลือ 1 ล้านบาทต่อ 1 บัญชี ยิ่งทำให้หลายคนมองหา "ที่ลง" ให้แก่เงินของตัวเอง และอาจเป็นด้วยเหตุนี้ทำให้ช่วงนี้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินมารองรับหลายประเภทด้วยกัน

                     สำหรับคนมีเงินล้าน และเป็นเงินเย็นแบบมีไว้เพื่อการลงทุนระยะยาว เพื่อหวังผลตอบแทนที่แน่นอน อาจจะลองพิจารณาหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนของบริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน)

                     คนลงทุนในหุ้นกู้จะมีสถานะเป็น "เจ้าหนี้" ของบริษัทที่ออกหุ้นกู้ ซึ่งกรณีนี้ก็หมายความว่า ผู้ลงทุนจะอยู่ในฐานะ "เจ้าหนี้" ของบริษัท ปตท.สผ.จำกัด (มหาชน) แต่หุ้นกู้ที่ว่านี้ ยังมีต่อท้ายว่า "ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน" ทำให้ "สิทธิ" ของผู้ลงทุนจะด้อยกว่า "หุ้นกู้" ทั่วไป

                     สิ่งที่ควรรู้และต้องรู้สำหรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนของ ปตท.สผ. ก็คือ หุ้นกู้ชุดนี้ไม่มีกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน หมายความว่า ต้องลงทุนกับบริษัทไปเรื่อยๆ จนกว่าบริษัทจะไถ่ถอนหุ้นกู้เองหรือจนกว่าจะเลิกกิจการ เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งตกอกตกใจว่าต้องลงทุนไปชั่วชีวิตจนถึงลูกถึงหลาน เพราะผู้บริหารของ ปตท.สผ. คุณเพ็ญจันทร์ จริเกษม บอกว่า มีโอกาสที่บริษัทจะไถ่ถอนหุ้นกู้เมื่อครบกำหนด 10 ปี แต่ก็จะออกหุ้นกู้หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใกล้เคียงกันเพื่อให้การลงทุนต่อเนื่องต่อไป

                     ส่วนผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ ก็คือ ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยที่กำหนดไว้แน่นอน โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีที่ 1 ถึงปีที่ 10 อยู่ที่ 5.85% ต่อปี หลังจากนั้นปีที่ 11 ถึงปีที่ 30 อยู่ที่ 6.10% ต่อปี และปีที่ 31 ถึงปีที่ 60 อยู่ที่ 6.85% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 61 เป็นต้นไปอยู่ที่ 7.85% ต่อปี ถ้าลงทุนไปเรื่อยๆ ก็รับผลตอบแทนไปตามนี้ แต่ระหว่างทางถ้าต้องการไถ่ถอนหุ้นกู้ ก็สามารถขายได้ แต่ต้องไปขายในตลาดรอง ซึ่งมูลค่าของหุ้นกู้อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าตอนที่ซื้อก็ได้หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่จำหน่ายครั้งแรกนี้ บริษัท ปตท.สผ.เสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 1 แสนบาท และมูลค่าการเสนอขายรวมไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยจะเปิดให้จองซื้อและชำระเงินตั้งแต่วันที่ 11-14 มิถุนายน 2555

                     เรื่องของคนมีเงินแสน-เงินล้านก็ไปทางโน้น ส่วนหลักหมื่นต้องลองมาทางนี้ เพราะล่าสุดธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำใจถึง อายุ 22 เดือน ดอกเบี้ยสูงถึง 4% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน

                     คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย บอกว่า ลูกค้าที่สนใจเงินฝากประจำใจถึง สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ที่ทุกสาขาทั่วประเทศกว่า 1,000 แห่ง ระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2555 ซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอาจเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงที่สุดในปีนี้ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการได้รับผลตอบแทนสูง สำหรับเงินฝากระยะยาว

                     นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ขยายเวลารับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 3.35% ต่อปี สำหรับเงินฝากประจำตามใจ ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเงินฝากดังกล่าวเป็นเงินฝากประจำ ที่ลูกค้าสามารถเลือกวันฝากและถอนได้ตามความต้องการ ให้ผลตอบแทนสูง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเงิน ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารค่าใช้จ่าย

                     สำหรับเงินฝากประจำตามใจ รับฝากขั้นต่ำครั้งละ 5 หมื่นบาท โดยลูกค้าสามารถเลือกรับอัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ฝากตั้งแต่ 7-365 วัน โดยฝาก 7-30 วัน รับดอกเบี้ยในอัตรา 0.80% ต่อปี ฝาก 31-60 วัน รับ 1.25% ต่อปี ฝาก 61-90 วัน รับ 1.7% ต่อปี ฝาก 91-120 วัน รับ 2% ต่อปี ฝาก 121-180 วัน รับ 2.3% ต่อปี ฝาก 181-270 วัน รับ 2.6% ต่อปี ฝาก 271-300 วัน รับ 3.25% ต่อปี และฝาก 301-365 วัน รับดอกเบี้ยในอัตรา 3.35% ต่อปี จะเงินมากหรือเงินน้อยก็ "หาที่ลง" ได้ทั้งนั้น คนไม่มีเงินอยากมีปัญหาแบบคนมีเงินบ้าง ก็ต้องกลับไปที่เดิม ไปเริ่มต้นให้ได้เสียก่อน

----------------------------

(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : หาที่ลง : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])