
สุราษฎร์ฯยังวิกฤตระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุราษฎร์ฯ ยังวิกฤต หลังระดับน้ำในแม่น้ำตาปีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้าน อบจ.ระนอง กำชับจนท.เตรียมพร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชม.
9 มิ.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุราษฎร์ธานีว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังและกระจายเป็นวงกว้าง เนื่องจากโดยภาพรวมทั้งจังหวัดยังมีฝนตกหนักเป็นบางช่วง ขณะที่ อ.พระแสง พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตาปี ทุกตำบล เกือบทุกหมู่บ้าน อาทิ ต.ไทรขึง ไทรโสภา บางสวรรค์ อิปัน สินปุน มีน้ำท่วมขังเพิ่มระดับขึ้นอย่างช้า ๆ บางแห่งไหลเชี่ยวกราก ล่าสุดมีชาวบ้านได้รับผลความเดือนร้อนแล้วเกือบ 2 พันคน 500 ครัวเรือน
โดยที่ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีเพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆบางแห่งล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรได้พื้นที่แล้ว ระดับน้ำที่ท่วมถนนสูงประมาณ 30 - 50 ซม.หากเป็นที่ลุ่มสูงกว่า 1 เมตร
ขณะที่นายจิรศักดิ์ ชัยฤทธิ์ นายอำเภอพระแสง พร้อมคณะเข้าสำรวจพื้นที่บางส่วนแล้ว พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือในเรื่องสถานที่พักพิงอยู่ชั่วคราว หากชาวบ้านประสงค์จะอพยพไปอยู่ระหว่างที่น้ำท่วม แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้เตรียมความพร้อมโดยการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและของมีค่าไว้ในที่สูง และอพยพไปอาศัยตามบ้านญาติที่ตั้งอยู่ในที่สูง
นอกจากนี้ยังมีการกักทุนอาหารไว้เตรียมพร้อมจำนวนหนึ่ง ส่วนพื้นที่อำเภออื่นๆ ยังมีฝนตกหนักในบางช่วง จึงทำให้ถนนน้ำท่วมหลายสายเช่นกัน ขณะที่ทาง จ.สุราษฎร์ธานี ได้กำชับประชาชนที่อยู่ในพื้นเสียงภัย เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
อบจ.ระนอง กำชับจนท.พร้อมช่วยเหลือตลอด24 ชม.
นายนภา นทีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากสภาวะฝนตกหนักในเขตพื้นที่จังหวัดระนองจนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ทาง อบจ.ระนอง จึงได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มขึ้น พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมทั้งเครื่องจัก และอุปกรณ์ต่างๆ ในการเข้าสนับสนุนหรือร่วมแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที
นายนภา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาในช่วงที่หลายพื้นที่ของ จ.ระนอง ประสบภัย ชาวบ้านเดือดร้อนทาง อบจ.ระนอง ได้ร่วมดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งการสนับสนุนด้านเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ดังมีผลการปฏิบัติงานดังนี้ ร่วมขุดลอกคูระบายน้ำในหลายจุดเพื่อให้น้ำสามารถไหลลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว,ขุดลอกดินเลื่อนไหลเพื่อเปิดเส้นทางจราจรและช่วยชาวบ้านที่ดินเลื่อนไหลทับบ้าน
การขุดลอกทางน้ำและคูระบายน้ำ,อำนวยความสะดวกจราจรพื้นที่ประสบอุทกภัย,สนับสนุนรถบรรทุกหกล้อติดเครนขนย้ายเรือเพื่อนำไปช่วยผู้ประสบภัย,นำเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการซ่อมแซมทางเบี่ยงสะพานที่ถูกกระแสน้ำไหลพัดขาด,บรรจุถุงทรายเพื่อแจกจ่ายผู้ประสบภัย,สนับสนุนรถขุดแบ๊คโฮและรถบรรทุกตักดินเลื่อนไหล,นำรถกู้ภัยตรวจสอบสภาพพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย รวมไปถึงการสนับสนุนข้าวกล่อง น้ำดื่มช่วยผู้ประสบภัย,สนับสนุนรถบรรทุกทรายช่วยผู้ประสบภัย,สนับสนุนรถหน้าตักหลังขุดออกปฏิบัติงานขุดลอกหน้าฝายกั้นน้ำเพื่อซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้าน,ซ่อมแซมไหล่ทาง,ถมคอสะพาน
อ.พระแสงวิกฤตอพยพชาวบ้านอยู่ร.ร.และวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากพื้นที่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมแม่น้ำตาปี ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยส่วนหนึ่งรับน้ำมาจาก จ.นครศรีธรรมราช และบางส่วนของ จ.กระบี่ ไหลทะลักลงมาพื้นที่ อ.พระแสงเกือบทั้งอำเภอ บวกกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงทำให้น้ำล้นตลิ่งและท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย
โดยพื้นที่ ม.6 ต.บางสวรรค์ น้ำท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านสูงประมาณ 60 - 80 เซนติเมตร ถนนตัดขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บ้านปากหมาก ประมาณ 200 ครัวเรือน ต้องติดเกาะถูกน้ำล้อมรอบ ไม่สามารถออกสู่โลกภายนอกได้ ซึ่งโชคดีที่บริเวณบ้านปากหมากเป็นที่สูง ทำให้ชาวบ้านพอจะช่วยเหลือตัวเองได้อีกระยะหนึ่ง และใช้เรือในการสัญจรไปมา
ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงได้เก็บทรัพย์สินมีค่า ไว้ในที่ปลอดภัยและได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่วัด โรงเรียน ประมาณ 60 ครัวเรือน โดยที่ทุกคนเตรียมรับมือและเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกับวิกฤติน้ำท่วมเดือน เม.ย.ปี 2554 ที่ผ่านมา โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งยังฝังใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเคลื่อนย้ายออกทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือน โดยในพื้นที่บ้านหมาก ทาง อบต.บางสวรรค์ได้เตรียมเรือท้องแบนเตรียมพร้อมตลอดเวลาหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
สำหรับสัตว์เลี้ยงได้เคลื่อนย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นเกาะที่ล้อมรอบด้วยน้ำ พร้อมสำรองอาหารสัตว์ทั้งหญ้าแห้งสำหรับวัวไว้ส่วนหนึ่งแล้ว



