
"DSI"จับอิหร่านแก๊งปลอมพาสปอร์ต
DSI ร่วมตร.และจนท.รวม 5 หน่วยงาน บุกจับหนุ่มอิหร่าน แก๊งทำพาสปอร์ตปลอมข้ามชาติรายใหญ่กลางเมืองพัทยา พร้อมยึดของกลาง บัญชีลูกค้า อาวุธปืน อุปกรณ์การทำพาสปอร์ตปลอมได้เพียบ พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 90 ล้านบาท มีเครือข่ายร่วมแก๊งอยู่ทั่วโลก และ ยังมีเอี่ยวคดีระเ
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ผบ.สตท.) พ.ต.อ.ประเวชศน์ มูลประมุข รองอธิดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะ , พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รอง ผบ.สตท. , พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพันธุ์ สารวัติสถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา, พ.ต.ท.ลิขิต กล้วยดำรง รองผู้กับกับการ1 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 หน่วยปราบปรามยาเสพติดพัทยา , พ.ต.ต.จิรากร อารีย์รัตนะนคร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ , พ.ต.ต.เสริมศักดิ์ ชมสวัสดิ์ สารวัตรกองกำกับการ 4 กองบังคับตำรวจสันติบาล 2 , ร.ต.อ.ทินวุฒิ สีละพัฒน์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจังหวัดชลบุรี, เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์เอกสารปลอมต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญการตรวจเอกสารปลอมจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแคนนาดา ประจำประเทศไทย (CSBA) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายปาคเนจัค ซีเยส รามินหรือรามี่ ( MR.Parknejed Seyed Ramin ) อายุ 44 ปี สัญชาติอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ต้องแก๊งปลอมหนังสือเดินทางหรือแก๊งปลอมพาสปอร์ตสนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่
โดยผู้ต้องหารายนี้เป็นแก๊งชาวอิหร่านที่ต้องการตัวของหน่วยงานต่างประเทศ และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดกลางกรุงเทพหานคร ที่บริเวณสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 กุมพาพันธุ์ 2555 ที่ผ่านมา โดยจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การผลิตหนังสือเดินต่างประเทศทางปลอมจำนวนมาก, หนังสือเดินทาและเอกสารสำคัญต่างประเทศของผู้อื่นจำนวนกว่าร้อยรายการ อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก สมุดบัญชีลูกค้า และหลักฐานที่ตรวจพบซึ่งเชื่อว่าที่ผ่านมาผู้ต้องหากับพวกร่วมแก๊งนั้นมีรายได้ที่ได้จากการผลิตหนังสือเดินต่างประเทศทางปลอมเป็นเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท โดยอุปกรณ์ที่พบเหล่านี้ใช้ในการกระทำความผิดปลอมแปลงเอกสารและหนังสือเดินทางเพื่อสนับสนุนการกระทำความผิดอาญาฐานอื่นของขบวนการปลอมแปลงเอกสารข้ามชาติและการก่อการร้าย ขบวนการนี้ทำมาไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีความเชี่ยวชาญในการผลิตหนังสือเดินทางปลอม
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานบังคับการใช้กฎหมายต่างๆทั้งในประเทศและหน่วยงานต่างประเทศในการสืบสวนติดตามขยายผล ผลการปราบปรามกลุ่มอาชญากรปลอมแปลงเอกสารเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดพร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน
ประกอบกับกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการร้องขอจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศในหลายประเทศ ให้ดำเนินการสืบสวนภายหลังจากที่มีการจับกุมขบวนการลักลอบเข้าเมืองกว่าพันคน ทั้งในประเทศแคนนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย ฯลฯ ให้หนังสือเดินทางต่างประเทศปลอม ซึ่งจากการสืบสวน พบขบวนการปลอมหนังสือเดินทางนี้เป็นแก๊งชาวอิหร่านที่ใช้ประเทศไทยในการผลิตและส่งออกหนังสอเดินทางปลอมและลูกแพะไปยังประเทศต่างๆใน ยุโรปโดยราคาหนังสือเดินทางปลอมที่ทำขายในท้องตลาดนั้นราคาไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท ต่อ1เล่ม
จากการดำเนินดำเนินการสืบสวนสอบวนเชื่อว่า นายปาคเนจัค ซีเยส รามินหรือรามี่ ( MR.Parknejed Seyed Ramin ) อายุ 44 ปี สัญชาติอิหร่าน ผู้ต้องหารายนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายโดยการวางแผนระเบิดซึ่งเกิดขึ้นที่ สุขุมวิท71 (กลางกรุงเทพมหานคร) เมื่อวันที่ 14 กุมพาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมาอีกด้วย โดยการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องรวม 6 หน่วยงานก็ได้ร่วมกันในการบุกทำการจับกุมตัว นายปาคเนจัค ซีเยส รามินหรือรามี่ และนำตัวไปตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นแหล่งผลิตหนังสือเดินทางปลอมและส่งออกลูกแพะไปยังประเทศต่างๆโดยใช้หนังสือเดินทางปลอม ที่ห้องพักของผู้ต้องหา ภายในห้องพักหมายเลข 520/58( อาคารเอ ) นิรันดร์แกรนคอนโด ย่านพัทยากลาง พบคอมพิวเตอร์ เบื้องต้นตรวจสอบพบข้อมูลแผ่นหน้าข้อมูลบุคคลที่ใช้ในการทำหนังสือเดินทางปลอมกว่า 3,000 ราย
และสามารถยานผลเข้าตรวจค้นอาคาร บ้านพักและร้าน เอพี อินทีเรียร์จำกัด ในพื้นที่เมืองพัทยาและย่านชาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ยึดหลกักฐานต่างๆในการกระทำความผิดได้จำนวนมากซึ่งเป็นหลักฐานในการเชื่อมโยงเครือข่ายแก๊งทำหนังสือเดินทางปลอมในต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวน นายปาคเนจัค ซีเยส รามินหรือรามี่ ผู้ต้องหารายนี้ยังให้การพากย์เสธอยู่แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนาพอที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ต้องหารายนี้ได้อย่างแน่นอน จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะได้ทำการสอบสวนขยายผลเครือข่ายที่เหลือต่อไป
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากผลการปฏิบัติงานที่เฝ้าติดตามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม การป้องกันและปราบปรามกลุ่มอาชญากรต่างชาติเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อมิให้ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออก และสนับสนุนการกระทำความผิดอาญาฐานอื่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม มีนโยบายทุ่งปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นยับยั้งมิให้ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตหรือจำหน่ายหนังสือเดินทางและเอกสารสำคัญปลอมให้แก่กลุ่มอาชญากรเพื่อกระทำความผิดอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป
ทั้งนี้ จากประวัติแผนประทุษกรรมของอาชญากรประเภทความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร เริ่มจาการเลือกผลิต หรือเลือกซื้อเอกสารสำคัญ หรือหนังสือเดินทางปลอมของประเทศที่มีสิทธิประโยชน์ หรือทรงสิทธิ์หรับหรับผ่านแดนในพิธีการตรวจคนเข้าเมืองระว่างประเทศ อาทิเช่น หนังสือเดินทางประเทศเครือจักรภพ,หนังสือเดินทางประเทศแคนนาดาและหนังสือเดินทางประเทศอิตาลี่ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้า เนื่องจากหนังสือเดินทางดังกล่าวข้างต้นเป็นประเทศสมาชิกในกลุ่มสหภาพยุโรป ทำให้ผู้ถือหนังสือเดินทางเหล่านี้ สามารถเดินทางเข้า-ออกต่างประเทศต่างๆทั่วทวีปยุโรปได้ถึง14ประเทศ
ซึ่งผู้ใช้หนังสือเดินทางเหล่านี้ส่วนใหญ่ คืออาชญากร หรือ ขบวนการอาชญากรประเภทต่างๆ ซึ่งมีเครือข่ายโยงใยทั่วโลก อาทิขบวนการค้ามนุษย์,ขบวนการนายหน้าลักลอบส่งออกและนำคนเข้มเมืองโดยผิดกฎหมาย,ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติและขบวนการปลอมแปลงเอกสารเครือข่ายข้ามชาติ ฯลฯ
เมื่อมีการจำหน่ายหนังสือเดินทางปลอมให้แก่ลูกค้าแล้วในชั้นนี้ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที จำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญการปลอมแปลง เพื่อติดรูปใหม่ หรือ เปลี่ยนรูป ผ่าเล่ม เปลี่ยนหน้าแผ่นประลงตรา(ลงตรา) หรือประทับรอยตราวีซ่า หรือรอยตรา เข้า-ออก ประเทศต่างๆปลอม เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางปลอมเหล่านี้มีประวัติการเดินทางที่น่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อนำไปใช้แสดงตัว ณ จุดตรวจหรือจุดผ่านแดน และพบว่านำไปใช้ในเอกสารสำคัญเพื่อหลองลวงผู้อื่นให้หลงเชื่อ ประกอบธุรกิจฉ้อโกง บัตรเครดิต หรือ ฟอกเงินด้วยธุรกรรมอำพรางเป็นต้น ดังนั้นหนังสือเดินทางปลอม จะเป็นเครื่องมือเริ่มต้นที่สำคัญของอาชญากรที่สามารถนำไปใช้โดยมีประโยชน์หลากหลาย
สำหรับการกระทำความผิดอาญาฐานอื่นๆและเป็นอุปสรรค์สำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนหรือแสวงหาตัวผู้กระทำความผิดทาลงโทษ เพราะหากอาชญากรล่วงรู้หรือไหวตัวว่าจะถูกจับกุมก็สามารถโยนหรือทำลายทิ้งหลักฐานที่จะยืนยันตนเองแล้วหาหนังสือเดินทางปลอมเหล่านี้มาเพื่อใช้ใหม่ได้และกล่าวอ้างเป็นบุคคลอื่นใหม่ได้อีกต่อไป



