
กังหัน-เบียร์ลุ้นถึง3แต้ม
กังหัน-เบียร์ลุ้นถึง 3 แต้ม : วิจารณ์ฟุตบอลยูโร 2012 : โดย ... แม็กซ์ บึงสนั่น
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 14 หรือ "ยูโร 2012" คืนวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายนนี้ เป็นรอบแรก นัดเปิดสนาม กลุ่ม บี ซึ่งนับเป็น "กลุ่มแห่งความตาย" เพราะมีทั้งรองแชมป์เก่า, รองแชมป์โลก, ทีมที่มีนักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลก อยู่ในกลุ่มเดียวกัน สำหรับคอลูกหนังชาวไทย ได้ชมถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี ครบทั้ง 2 คู่เช่นเคย ผ่านเสาหนวดกุ้ง หรือกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท
กลุ่ม บี
ฮอลแลนด์ - เดนมาร์ก
ถ่ายทอดสด 23.00 น. ช่อง 3
สนาม : เมตาลิสต์, คาร์คีฟ
เทียบฟอร์ม
ทั้งคู่เคยพบกัน 10 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1966 ฮอลแลนด์ รองแชมป์โลก สถิติดีกว่าเมื่อชนะ 4 เสมอ 5 แพ้ 1 ได้ 22 เสีย 8 โดยครั้งเดียวที่เดนมาร์ก เป็นฝ่ายชนะ ต้องย้อนหลังไปถึงปี 1967 หรือเมื่อ 45 ปีก่อน ในศึกยูโร 1968 รอบคัดเลือก กลุ่ม 5 อีกทั้งหากคิดค่าเฉลี่ยการยิงประตู "ฟลายอิงดัตช์แมน" ยิงได้ถึงนัดละ 2 ประตูต่อเกม อีกด้วย
ส่วน 5 เกมหลังสุด รวมทุกรายการของทั้งคู่ "อัศวินสีส้ม" ชนะ 3 แพ้ 2 ทว่า 2 เกมล่าสุดเป็นการชนะเกมศูนย์ล้วนๆ ส่วน "เดนิชไดนาไมท์" ก็ชนะ 3 แพ้ 2 เช่นกัน แต่หากนับจากชื่อชั้นทีมที่เลือกมาอุ่นแข้งก่อนนัดเปิดสนาม ทัพเดนส์ เลือกทีมได้แข็งกว่ามาก อาทิ บราซิล, รัสเซีย, สวีเดน
สำหรับทีเด็ดของเกมนี้ฝั่ง "กังหันลม" คงต้องอยู่ที่ เบิร์ท ฟาน มาร์ไวค์ โค้ช เพราะแม้จะโดนโจมตีว่าเป็นกุนซือเกมรับ ทิ้งระบบ "โททัลฟุตบอล" ที่เคยสร้างชื่อให้ลูกหนังดัตช์ แต่จากการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 ต้องถือว่าไม่ธรรมดา ส่วนผู้เล่นในสนามชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้น โรบิน ฟาน เพอร์ซี นักฟุตบอลยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ทั้ง 2 สถาบัน ทั้งเพื่อนร่วมอาชีพและนักข่าว
ด้าน "โคนม" ต้องฝากความหวังไว้ที่ คริสเตียน อีริคเซน มิดฟิลด์ตัวรุกวัยเพียง 20 ปี แต่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เป็นแชมป์พรีเมียร์ดัตช์ 2 สมัยซ้อน และถือเป็นเด็กสร้างของ มอร์เทน โอลเซน เพราะในรอบ 2 ปี อีริคเซน รับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 22 เกม จัดได้ว่ามหัศจรรย์เมื่อเทียบกับช่วงอายุ
ทัศนะ
ฮอลแลนด์ รับแน่น รุกดี ขณะที่เดนมาร์ก มีผู้เล่นที่ไม่ถนัดเกมเร็วอยู่หลายคน เชื่อว่าหากเดนมาร์ก ขึ้นนำก่อน พอมีลุ้น แต่หากฮอลแลนด์ ขึ้นนำก่อน 3 แต้มอยู่ที่ "ออรันเย" แน่นอน
ผลที่คาด ฮอลแลนด์ ชนะ 2-1
เยอรมนี - โปรตุเกส
ถ่ายทอดสด 01.45 น. ช่อง 3
สนาม : อารีนา ลาวีฟ
เทียบฟอร์ม
ทั้งคู่พบกัน 10 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1983 เยอรมนี ดีกว่าเล็กน้อยเมื่อชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 3 ได้ 12 เสีย 12 ทว่า 2 เกมหลังสุด "อินทรีเหล็ก" ชนะรวด และยิงได้เกมละ 3 ประตูอีกด้วย ซึ่งเกมสุดท้ายที่พบกันก็คือ "ยูโร 2008" เมื่อ 4 ปีก่อนในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยลูกทีมของโยอาคิม เลิฟ ชนะ 3-1
สำหรับ 5 เกมหลังสุด รวมทุกรายการ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 แต่ยิงประตูได้ทุกเกม ขณะที่ โปรตุเกส ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1 และ 3 เกมที่เสมอนั้น เป็นเสมอ 0-0 หรือยิงประตูไม่ได้ถึง 3 เกม
สำหรับทีเด็ดของเกมนี้ อันดับแรกคือรูปแบบการเล่นของ "โยกี" ที่นับตั้งแต่ยังเป็นผู้ช่วยของ เจอร์เกน คลินส์มันน์ ในฟุตบอลโลก 2006 แนวทางการเล่นของทีมเมืองเบียร์ ได้เปลี่ยนไปสิ้นเชิง และเมื่อเลิฟ ขึ้นเป็นบุนเดสเทรนเนอร์เต็มตัว เยอรมนี จัดได้ว่าเป็นทีมที่เล่นเกมรุก และสนุกที่สุดชาติหนึ่งมาตลอดทั้งยูโร 2008 และฟุตบอลโลก 2010 ส่วนผู้เล่นในสนาม เมซุท โอซิล มิดฟิลด์ตัวรุกที่โตขึ้น และเก่งขึ้นมากกับรีล มาดริด จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทีม
ขณะที่ "ฝอยทอง" แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกค่าตัว 93.9 ล้านยูโร (4,000 ล้านบาท) แพงที่สุดในโลก จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ หลังจากเคยโดนชาวโปรตุกีส โห่ไล่เมื่อครั้งแพ้เยอรมนี 1-3 ในรอบน็อกเอาท์หนก่อน เนื่องจากมองว่า "รอน" ไม่ให้ใจกับทีมเหมือนเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด (ขณะนั้น)
ทัศนะ
แม้เยอรมนี จะเสียประตูในเกมอุ่นแข้งเยอะก็จริง แต่ก็ยิงประตูได้เยอะด้วย เชื่อว่าเกมรุกของ "อินทรีเหล็ก" แน่นอนกว่าและมีทางเลือกมากกว่า ที่จะต้องพึ่งความสามารถเฉพาะตัวของใครคนใดคนหนึ่ง
ผลที่คาด เยอรมนี ชนะ 2-1
----------
(หมายเหตุ : กังหัน-เบียร์ลุ้นถึง 3 แต้ม : วิจารณ์ฟุตบอลยูโร 2002 : โดย ... แม็กซ์ บึงสนั่น)
----------



