
'สุชาญ ทวิชสังข์' พัฒนา ทต.วัดประดู่
ภายหลังจากที่ นายธงชัย พริกแก้ว อดีตนายกเทศมนตรีตำบลวัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนต้องมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลวัดประดู่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 โดย นายสุชาญ ทวิชสังข์ หรือ "ผู้ใหญ่ชาญ" ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นปากชาวบ้านเป็นอย่างดีได้รับชัยชนะอย่างฉิวเฉียด และ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ทันทีที่ได้รับการเลือกตั้ง "ผู้ใหญ่ชาญ" ด้วยวัย 65 ปี ซึ่งคร่ำหวอดกับเวทีการเมืองท้องถิ่นมานานร่วม 40 ปี นำทีมบริหารเดินหน้าทำงานทันทีดังคำสัญญาที่ให้ไว้กับชาวบ้านในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากพื้นที่เทศบาลตำบลวัดประดู่นับได้ว่าเป็นโซนเศรษฐกิจที่สำคัญของ จ.สุราษฎร์ธานี หรือทำเลทองแห่งใหม่ของการลงทุน และกำลังเป็นที่จับตามองของสังคม
"ผู้ใหญ่ชาญ" บอกว่า ได้รับการเลือกตั้งช่วงที่เรียกได้ว่าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองของเทศบาลตำบลวัดประดู่ ซึ่งการบริหารงานของผู้บริหารชุดเก่าเดินหน้าไปมากแล้ว ขณะที่สมาชิกสภาเทศบาลก็ใกล้หมดวาระ ทำให้การทำงานทีมตนเริ่มได้ไม่มากนัก แต่ทีมก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่และเข้าใจวิถีชาวบ้านเป็นอย่างดี เพราะในอดีตตนเองเคยรับตำแหน่งนายก อบต.วัดประดู่ ก่อนที่ อบต.จะถูกยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล และตนได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลวัดประดู่ 2 สมัย ก่อนว่างเว้นไป 1 วาระ จนมาได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง
"พื้นที่เทศบาลตำบลวัดประดู่ แบ่งเป็น 2 โซนคือโซนเศรษฐกิจ กับโซนเกษตร ซึ่งโซนเศรษฐกิจกำลังเป็นทำเลทองของนักลงทุนก็ว่าได้ แต่ยังติดขัดตรงที่การบริหารจัดการของระบบผังเมืองระดับจังหวัดที่ยังไม่อนุญาตให้เป็นโซนเศรษฐกิจดังที่ควรจะเป็น ทำให้เสียโอกาสในบางเรื่อง"
โดยที่ "ผู้ใหญ่ชาญ" กล่าวว่า ภารกิจที่ต้องทำเร่งด่วน และต้องทำให้ได้ใน 6 เดือน มี 4 ภารกิจหลัก คือ 1.ผลักดันการก่อสร้างสะพานบางชุมโถให้เสร็จโดยเร็ว 2.แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากและน้ำขัง ซึ่งระยะเร่งด่วนจะขุดลอกท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช ให้น้ำสามารถไหลลงสู่แม่น้ำตาปีได้อย่างรวดเร็ว ไม่ท่วมขังเพื่อรองรับฤดูฝนที่ใกล้จะมาถึงในปีนี้ และระยะต่อไปจะสำรวจเส้นทางน้ำหลากจากที่สูงเพื่อกำหนดเส้นทางก่อสร้างทางด่วนน้ำหลาก (ฟลัดเวย์) เพื่อจัดหางบจากส่วนกลางมาจัดสร้างเพื่อแก้อย่างยั่งยืน
3.แก้ปัญหาขยะอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่ในครัวเรือน คัดแยก ขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล ขยะมีพิษ มีระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการจัดการขยะที่ถูกต้องให้กับประชาชน และ 4.จัดตั้งธนาคารปุ๋ยเพื่อการเกษตร เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
การแก้ปัญหาเร่งด่วนดังกล่าว นายกสุชาญ ย้ำว่า เน้นสอดคล้องกับสโสแกนที่ให้ไว้กับชาวบ้านที่ว่า "สร้างคน สร้างเศรษฐกิจ" ซึ่งนโยบายสร้างคน คือการวางแนวการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาววัดประดู่แนวใหม่ เริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึงวัยชรา ในหลักการที่ว่าเทศบาลจะต้องรู้จักและดูแลชาววัดประดู่ให้ทั่วถึงทุกคน
ส่วนนโยบายสร้างเศรษฐกิจ มี 6 ภารกิจที่ต้องเร่งทำคือ 1.โครงการจัดวางผังเมืองใหม่ 2.ทำแผนแม่บทป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน 3.สร้างแรงจูงใจในการลงทุน 4.ปรับปรุงโครงสร้างภาษีโรงเรือน กำหนดอัตราภาษี โรงเรือนใหม่ให้เป็นธรรมเหมาะสมตามการใช้ประโยชน์จริงเพื่ออยู่อาศัย เพื่อประกอบการค้า เพื่อโรงงานอุตสาหกรรม 5.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โครงการสร้างถนน ขยายไฟฟ้า ประปา และ 6.ส่งเสริมกิจกรรมชุมชน อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้าน
การที่เทศบาลตำบลวัดประดู่เจริญเติบโตขึ้นทุกๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การมีฐานะเป็นเพียงเทศบาลตำบลไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน ในอนาคตเทศบาลอาจจะได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง ดังนั้น การพัฒนาตามนโยบายดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นการพัฒนาเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวการพัฒนาท้องถิ่นด้วย ซึ่งคาดไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า"
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องดูกันต่อไปว่าเทศบาลตำบลวัดประดู่จะพัฒนาได้มากน้อยแค่ไหนกับการรองรับความเป็นเมืองเศรษฐกิจอีกโซนหนึ่งของ จ.สุราษฎร์ธานี
...............................
('สุชาญ ทวิชสังข์' พัฒนา ทต.วัดประดู่...สู่เขตศก.ใหม่ : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



