
โยน'ปธ.รัฐสภา'ตัดสินใจลงมติร่างแก้รธน.
'คำนูณ'โยนเผือกร้อนให้'ปธ.รัฐสภา'ตัดสินใจลงมติร่างแก้'รธน.วาระ 3' เผยห่วงการใช้อำนาจของประมุขแห่งรัฐ หากสภาตัดสินใจเดินเครื่องลงมติวันที่ 12 มิ.ย. นี้ 'ดิเรก ถึงฝั่ง'รับรัฐบาลทำตามแนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ วางไว้ ด้าน'เฉลิม'บอก'ศาลรธน.'ประชุมทบทวนออกค
8 มิ.ย.55 นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา อภิปรายในการประชุมรัฐสภา วาระหารือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญให้รัฐสภารอการลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสามออกไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ว่า ตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ใช้อำนาจที่ก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาตามเอกสารที่ศาลรัฐธรรมนูญส่งมายังสภาฯ พบว่ามีความชัดเจนว่าเป็นเพียงคำสั่งทั่วไป หลังจากที่รับคำร้องของผู้ยื่นเท่านั้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นประเด็นต่อไป คือ อยู่ที่ดุลยพินิจของประธานรัฐสภาที่จะพิจารณาว่าจะเดินหน้าหรือไม่ อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบเงื่อนเวลาพบว่ายังสามารถลงมติวาระสามของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 12 หรือ 15 มิ.ย. นี้
“ ผมเห็นว่าควรลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 วันที่ 12 มิ.ย. นี้เลย หลังจากนั้นไม่ทราบว่าความขัดแย้งในบ้านเมืองจะเพิ่มขึ้นมากขึ้นหรือไม่ หากพิจารณาตาม มาตรา 291 วรรคท้ายระว่าต้องนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และให้นำบทบัญญัติ มาตรา 150 และ151 มาใช้บังคับ และช่วงเวลานั้นคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนั่งบังลังก์วินิจฉัยประเด็นนี้ หากเป็นเช่นนั้นประมุขแห่งรัฐจะตัดสินใจอย่างไร ขอให้ประธานรัฐสภา คิดให้ดี ” นายคำนูณ กล่าว
“ดิเรก ถึงฝั่ง”รับรัฐบาลทำตามแนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ วางไว้
เมื่อเวลา 11.35 น. นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี อภิปรายว่า ตนเพิ่งจะเคยได้ยินว่า การใช้เสียงข้างมากในรัฐสภานั้นเป็นเผด็จการ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 นั้นเขียนไว้ว่าจะต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น การที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้เช่นนี้ทำให้กลายเป็นข้อกังขาของนักกฎหมายทั้งประเทศ ไม่อยากให้มีเงื่อนไขใหม่เกิดขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าแนวทางที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้นั้น เป็นแนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ อยู่ได้วางเอาไว้ ตนเตือนสติทุกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นว่า บ้านเมืองเราต้องระงับที่เหตุ การสร้างความปรองดองนั้นต้องเลิกความคิดเก่าๆ เรื่องพรรคเรา พวกเรา รัฐธรรมนูญเรา ใครมาแตะต้องไม่ได้ก่อน หากเงื่อนไขสุกงอม บ้านเมืองก็จะวิกฤต เกิดความเดือดร้อนถึงที่สุดจนหาจุดจบไม่ได้ ในที่สุดคนไทยทั้งประเทศก็จะต้องเสียใจ เกิดการแตกแยกอย่างที่ไม่เคยเห็น ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายอย่าสร้างเงื่อนไขใหม่หรือทำให้เงื่อนไขสุกงอม นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญต้องใช้อำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เท่านั้น จะมาใช้อำนาจในเรื่องที่ไม่ได้กำหนดไว้ให้ไม่ได้
"เฉลิม"บอก“ศาลรธน.”ประชุมทบทวนออกคำสั่งชะลอลงมติแก้รธน.วาระสามเย็นนี้
เมื่อเวลา 13.20 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ อภิปรายในฐานะสมาชิกรัฐสภาว่าขณะนี้คู่กรณีของรัฐสภา คือศาลรัฐธรรมนูญ หากคิดว่าก้าวที่ผ่านมาพลาด ก็ขอให้ชะลอเหตุ อย่างไรก็ตามตนไม่มีอคติหรือความคิดเลวร้ายกันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ตนมีประเด็นที่อยากชี้แจงและให้ประชาชนเข้าใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถวินิจฉัยและตัดสินได้ ศาลรัฐธรรมนูญต้องรับเรื่องจากอัยการสูงสุดเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ พวกตนไม่ได้ฝ่าฝืน
“คุณมีอำนาจอะไรให้รัฐสภา ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ที่สุด ชะลอการดำเนินการไว้ก่อน ทั้งที่คุณยังไม่ได้วินิจฉัย มุมมองของผมมองว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291/11 ว่าจะไม่แตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ และห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดังนั้นการจะเข้าข่าย มาตรา 68 ได้อย่างไร ส่วนที่นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาร่วมพิจารณาผมเห็นว่าใช้ไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมายพาณิชย์ จะนำมาใช้กับกฎหมายมหาชนไม่ได้ ทั้งนี้เป็นความเห็นทางข้อกฎหมาย หากเห็นว่าไม่เข้าที่เข้าทางรอบหน้าก็ไม่ต้องเลือกผม” ร.ต.อ.เฉลิม อภิปราย
ร.ต.อ.เฉลิม อภิปรายต่อว่า ตามหลักการของกฎหมาย ไม่ให้องค์กรใดชงเองกินเอง มาตรา 68 ถ่วงดุลอำนาจตุลาการศาลรัฐธรมนูญ ดังนั้นศาลไม่มีอำนาจที่จะรับคำร้องไว้พิจารณาโดยไม่ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากอัยการสูงสุด อย่าซี้ซั้วเอามาตรา 68 บวกกับมาตรา 212 อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าการกระทำของสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย
รองนายกฯ อภิปรายต่อว่า ตนไม่ยอมให้คน 7 คนมากำหนดอนาคตประเทศไทย อย่างไรก็ตามมติของศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องและออกคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.นั้น เป็นการสกัดไม่ให้มีการลงมติวาระสาม และได้ส่งหนังสือมายังเลขาธิการรัฐสภา วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. อย่างไรก็ตามมีคนบอกว่าการออกหนังสือนั้นมีการท้วงติงว่าน่าเกลียด ศาลรัฐธรรมนูญจะออกคำสั่งประธานรัฐสภาได้อย่างไร จึงมีการแก้ไขหนังสือให้แจ้งผ่านนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภาแทน
“ ผมขอให้ทั้ง 9 คนไปประชุมเย็นนี้ และนำคำสั่ง 12/49 ที่ศาลรัฐธรรมนูญยุคนั้นไม่รับคำร้องยื่นยุบพรรคการเมืองฐานล้มล้างการปกครอง หากหละหลวมขอแก้ไขให้ถูกต้อง ผมเชื่อว่าประชาชนที่ฟังผมอภิปรายจะเข้าใจ คงไม่มีใครยอม แต่ประชาชนมีสิทธิตัดสินใจ 2 ครั้ง ” รองนายกฯ อภิปราย
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การอภิปราย ของ ร.ต.อ.เฉลิม มีการพาดพิงถึงบุคคลและออกชื่อชัดเจน รวมถึงนำข้อมูลที่ไม่ทราบจริงหรือไม่มาพูด อาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการ โดยการอภิปรายดังกล่าวเหมือนกับกรณีที่รองนายกฯ อภิปรายไม่ไว้วางใจศาลรัฐธรรมนูญ



