
อุตุฯเตือนทั่วทุกภาคมีฝนชุกหนาแน่น
กรมอุตุฯ เตือนทั่วทุกภาคมีฝนหนาแน่น ขณะที่ภาคใต้เสี่ยงท่วมฉับพลัน-คลื่นสูง ด้าน กทม. มีฝนตกร้อยละ 70 ของพื้นที่
8 มิ.ย.55 กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะ 1-2 วันนี้
สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ประชาชนที่อาศัยตามบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงซัดฝั่ง ส่วนชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ออกประกาศ 08 มิถุนายน 2555 06:00 น
แพร่น้ำป่าซัดรางรถไฟพังทำรถไฟสายเหนือชะงัก
นายวีระยุทธ สว่างดี ผู้ช่วยนายสถานีรถไฟเชียงใหม่ เปิดเผยว่า น้ำป่าที่พัดเข้าท่วมพื้นที่ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ส่งผลให้น้ำท่วมรางรถไฟช่วงระหว่างสถานีปางต้นผึ้งถึงสถานีห้วยไร่ โดยพบทาง ขาดเสียหายหลายจุด ขบวนรถไฟด่วนนครพิงค์ที่ออกจากกรุงเทพมหานครต้องหยุดที่สถานีศิลาอาสน์ จ .อุตรดิตถ์ และต้องขนถ่ายผู้โดยสารเกือบ 200 คน เดินทางด้วยรถบัสมาส่งที่สถานีรถไฟเชียงใหม่
ส่วนรถไฟขาล่องเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ช่วงเช้าทุกขบวนถูกยกเลิกทั้งหมดโดยมีการคืนตั๋วให้กับผู้ โดยสารทั้งหมด ส่วนขบวนรถไฟขาล่องในช่วงเย็นจะมีการขนถ่ายผู้โดยสารจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ด้วยรถ บัสไปขึ้นที่สถานีศิลาอาสน์แทน
สำหรับการซ่อมแซมทางรถไฟจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากยังมีน้ำท่วมขังรางรถไฟหลายจุด แต่หากสถานการณ์คลี่คลายเจ้าหน้าที่จะเข้าซ่อมแซมเพื่อให้ทางรถไฟสามารถใช้การได้โดยเร็วที่สุด
ระนองทางขาดหวั่นสินค้าขาดแคลนแห่ซื้อตุน
ทะลักข้ามฟากเข้ามายัง จ.ระนองเพื่อหาซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นอาทิน้ำมันพืช ,ข้าวสาร,เครื่องกระป๋อง,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,น้ำตาลทราย,ผงชูรส เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะเกิดภาวะสินค้าในฝั่งไทยโดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เนื่องจากประเทศจังหวัดระนองปนะสบสภาวะฝนตกลงมาอย่างหนักทั้งยังเกิดน้ำป่าไหลหลากทำเส้นทางขาดในหลายจุดหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบในการขนส่งสินค้าเข้ามายังจังหวัดระนอง
นายขิ่นเว พ่อค้าจาก จ.เกาะสอง ประเทศพม่า กล่าวว่า ขณะนี้ในประเทศพม่าทางตอนใต้มีฝนตกชุกเช่นกันทำให้ประชาชนฝั่งพม่าเริ่มมีความวิตกว่าอาจจะเกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าที่จำเป็นในระยะนี้ได้ เนื่องจากพม่าต้องพึ่งพาสินค้าจากไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค-บริโภค ที่นำเข้าจากไทยซึ่งในช่วงที่ จ.ระนองเกิดฝนตกหนักและมีปัญหาด้านคมนาคม ทำให้สินค้าหลายรายการเริ่มหาซื้อยากขึ้น จึงทำให้ชาวพม่าบางส่วนเริ่มวิตกและข้ามฟากเข้ามาหาซื้อในฝั่งไทยเพื่อนำไปกักตุนไว้
ชาวบ้าน 2 จังหวัดพังทำนบกั้นน้ำ หวั่นน้ำท่วมนา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสุโขทัยว่า ชาวบ้านใน หมู่ที่ 8 บ้านไผ่สูง ต.ไกรนอก และหมู่ที่ 8 บ้านจิกเอน ต.บ้านใหม่สุขเกษม ของ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ร่วมกับชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.ชุมแสงสงคราม อ.พรหมพิราม , หมู่ที่ 2 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง และ หมู่ที่10 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ลงพื้นที่ทางเรือในเขตติดต่อระหว่าง ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย กับ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จากคลองก่ำ คลองสาขาจุดเชื่อมต่อแม่น้ำยมเพื่อล่องขึ้นไปสำรวจตลอดลำคลองหาสาเหตุที่น้ำไม่สามารถไหลไปตามลำคลองได้และระดับน้ำไม่ลดลง
จากการล่องเรือสำรวจพบทำนบคันดินกั้นน้ำยาว 30 เมตร ที่ผู้รับเหมาในโครงการบางระกำโมเดลจัดทำเพื่อกักน้ำไว้ในลำคลองเพื่อให้ความสะดวกในการทำงานขุดลอกคลองจำนวนถึง 2 ทำนบกั้นน้ำ ชาวบ้านจึงพร้อมใจรวมตัวกันกว่า 100 คน ใช้อุปกรณ์เท่าที่มีทั้งจอบและเสียมขุดทำนบเพื่อเปิดทางน้ำให้น้ำไหลได้สะดวกเพื่อลดระดับน้ำในลำคลองให้เหลือน้อยลงเนื่องจากใกล้เอ่อล้นท่วมนาข้าวประมาณ 5 หมื่นไร่ ของชาวบ้านในเขตพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางน้ำที่ลงเรือสำรวจระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ตรวจสอบพบว่าคันดินกั้นน้ำตลอดลำคลองก่ำที่โครงการบางระกำโมเดล ขุดลอกไว้สูง 1 เมตร ถึง 1.5 เมตร มีกว่าสิบจุดที่ทรุดตัวเปิดเป็นทาง บางจุดกว้างถึง 50 เมตร อีกทั้งบางจุดชาวบ้านก็ขุดเปิดทางกันเองเพื่อวางท่อดูดน้ำออกจากนา และ หากระดับน้ำไม่ลดลง ก็จะเป็นช่องทางที่น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว 5 หมื่นไร่ดังกล่าวเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ในการล่องเรือสำรวจทางน้ำในครั้งนี้ชาวบ้านยังพบสิ่งกีดขวางทางน้ำที่เรียกกันในภาษาชาวบ้านท้องถิ่นว่า กะบัง หรือเฝือก ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายมีวางไว้เพื่อดักปลาอยู่อีกหลายจุดอันเป็นสาเหตุให้ชะลอการไหลของน้ำในลำคลอง จึงเตรียมแจ้งประสานขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับเจ้าของ และ ยกหรือรื้อออก เพราะเครื่องมือชนิดนี้คล้ายทำนบที่ชะลอน้ำในลำคลองไม่ให้ไหลได้สะดวกจนอาจเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นท่วมนาข้าวได้
นายสาคร แจ่มใส อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300/6 หมู่ 6 ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย หนึ่งในชาวบ้านที่ออกมาป้องกันพื้นที่นาของตน กล่าวว่า ตนทำนาอยู่ 50 ไร่ ลงทุนไปแล้ว 180,000 บาท และข้าวกำลังพร้อมเกี่ยวภายในสัปดาห์นี้ ต้องจ้างรถแบ็คโฮมาเสริมคันนาของตนที่ติดกับคันดิน เพราะหากน้ำมามากจะโอบเข้ามาตามคันดินที่ทรุดลงและจะไหลเข้าท่วมนาข้าวของตนเองซึ่งจะสร้างความเสียหายขยายวงกว้างเพิ่มไปอีกกว่า 1000 ไร่ ในบริเวณนี้
ขณะเดียวกัน นายจำเริญ โคกเคียน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 272 ม.5 ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ก็ออกมาร่วมมือกับเพื่อนบ้านช่วยกันขุดทำลายทำนบที่กั้นทางน้ำไว้เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลลงได้สะดวก กล่าวว่า พวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโครงการบางระกำโมเดลที่ทำอยู่ในขณะนี้เพราะมีการสร้างทำนบดินกั้นขวางทางน้ำตามแนวความกว้างของลำคลองเพื่อขุดลอกคลองตามโครงการแต่ยังไม่ทันจะแล้วเสร็จฝนตกหนักเสียก่อนและทำให้มีน้ำสะสมในแม่น้ำยมและลำคลองก่ำนี้เป็นจำนวนมากจนเกือบเอ่อล้นท่วมนาข้าวจึงต้องช่วยกันพังทำนบกั้นดินเสียก่อนที่น้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมนาให้เสียหาย
ชาวบ้านบางส่วนยังบอกอีกว่า หากไม่เร่งระบายน้ำออกจากจุดนี้จะมีน้ำต้นทุนที่สะสมอยู่แล้วในแม่น้ำยมและลำคลองสาขาหลายพื้นที่เช่น จากคลองหกบาท ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย , จากคลองต้นข้อ ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย , จากลำคลองของบ้านวังสะตือ ต.ปากพระ อีกทั้งปริมาณน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่าจะไหลมารวมตัวกันที่จุดนี้ ซึ่งถ้าปริมาณน้ำมามากเช่นนี้ก็จะส่งผลให้พื้นที่ หมู่ที่ 8 บ้านไผ่สูง ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และ หมู่ที่ 8 บ้านจิกเอน ต.บ้านใหม่สุขเกษม จ.สุโขทัย รวมทั้งพื้นที่ หมู่ที่ 9 ต.ชุมแสงสงคราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก , หมู่ที่ 2 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ หมู่ที่ 10 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทุกพื้นที่จะต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมนาข้าวภายใน 1 สัปดาห์ที่จะถึงนี้
กระบี่ผวาน้ำท่วมขนของขึ้นที่สูงรอบที่ 2
เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักลงมาอีกและตกต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกแต่อย่างใด ทำให้ชาวบ้านที่เข้าทำความสะอาดบ้านเรือน ที่ถูกน้ำท่วมต้องขนข้าวของกลับไปยังที่ปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง สำหรับพื้นที่น้ำท่วมขังตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่
รวมทั้งชาวชุมชนเมืองเก่าพัฒนา บริเวณถนนหน้า พลับพลา ตำบลกระบี่ใหญ่ ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ที่ถูกน้ำ ป่า จากเทือกเขาพนมเบญจา ไหลเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชน จำนวน 40 หลัง และบ้านพักผู้ประสบภัยดินโคลนถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ที่จังหวัดจัดสร้างให้ จำนวน 20 หลัง เข้าทำความสะอาดบ้าน สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ที่ถูกน้ำท่วม
สำหรับน้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งที่สามในรอบ 6 เดือนของปีนี้ ส่วนปริมาณน้ำในคลองใหญ่ยังคงมีปริมาณจำนวนมาก ล้นตลิ่ง หากวันนี้ น้ำทะเลหนุน น้ำอาจจะท่วมพื้นที่อีกครั้ง มีการสำรวจความเสียหายภายในบ้าน และขนย้ายเข้าของกลับเข้ามาไว้ในบ้าน ตามปกติ ขณะที่เข้าทหารจากกองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่15 (คลองท่อม) ได้นำน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ประสบภัย
นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ ผอ.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบมี 4 อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมือง รองลงมา อำเภอเขาพนม อำเภอเกาะลัน และอำเภอคลองท่อม ซึ้งขณะนี้ ได้รับรายงานเพียงในอำเภอเมืองกระบี่ พบว่ามีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 2 ตำบล และ1 เขตเทศบาล รวม180 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน กว่า 720 คน



