
ความอดสูบนเทือกเขาเดียวดาย
ความอดสูบนเทือกเขาเดียวดาย: เลียบค่าย โดย อนลัส [email protected]
บนเทือกเขาเดียวดาย...การเมืองไม่เคยเลิกยุ่งเกี่ยวกับวงการสีกากีฉันใด พญาแร้งก็ไม่เคยห่างหายจากซากศพฉันนั้น
กลิ่นอำนาจที่สีกากีมีอยู่หอมหวนสำหรับนักการเมืองฉันใด กลิ่นเน่าเหม็นของซากศพก็ดึงดูดใจพญาแร้งฉันนั้น
สีกากีบนเทือกเขาเดียวดายส่วนใหญ่จึงตกอยู่ภายใต้การครอบงำของนักการเมืองไม่ว่ายุคไหนต่อยุคไหน ไล่ตั้งแต่เดินตามรับใช้ ถูกบังคับขืนใจให้กระทำในสิ่งอันพึงละเว้น หรือแม้แต่การแต่งตั้งโยกย้ายก็ถูกล้วงถูกควักเป็นที่น่าอดสู
ยิ่งในยุคของการแตกแยกทางความคิด ผู้คนที่เห็นต่างคือศัตรูคู่อาฆาต สีกากีตกเป็นเครื่องมือใช้กำจัดฝ่ายตรงข้าม บนเหตุผลของความชอบทำ หรือชอบที่จะทำ !?!
ในรอบครึ่งทศวรรษแรกของยุค 2560 มีสีกากีหลายคนตกอยู่ในวังวนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น หลายคนถูกกฎหมายกำจัดพ้นทาง แต่อีกหลายคนกระเด็นกระดอนจากไปด้วยแรงถีบส่งของฝ่ายการเมือง
เทือกเขาเดียวดายเป็นเช่นนี้เอง ไม่มีมิตร ไม่มีศัตรู ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง มีแต่ผลประโยชน์พึงมีพึงได้ เลวร้ายยิ่งกว่าเมืองสารขัณฑ์
วันหนึ่งต่อมาบิ๊กกากีถูกโยกย้ายนอกฤดูอย่างมีเงื่อนงำ ชาวบ้านร้านตลาดผู้ไม่ช่ำชองทัดเทียมหมากกลการเมือง พากันกรีดร้องวี้ดว้าย ปากพร่ำบ่นไม่พ้นข้อครหา สีกากีตกเป็นเบื้องล่างนักการเมือง
แต่ความจริงร้ายลึกยิ่งกว่าบ่อเกรอะหมกศพ ด้วยบิ๊กกากีคนนั้นสายสัมพันธ์แนบแน่นกับซ้อใหญ่แห่งเขาเดียวดาย การโยกย้ายเพียงเพื่อให้รอดพ้นข้อครหาในอนาคต
งานใหญ่รอท่าสีกากีอีกคน คือ การกำจัดคนเห็นต่างที่ผลักเข้าสู่มุมอับเป็นเรื่องยากยอมรับ หากพลาดพลั้งอาจเกิดมลทิน
คนแรกรู้และเต็มใจเป็นที่ยิ่ง เส้นทางสีกากีบนเทือกเขาเดียวดายทอดยาวไกลออกไปถึงบัลลังก์มังกร ส่วนอีกคนหวานอมขมกลืน แต่หากพารัฐนาวากากีไปตลอดรอดฝั่งคงได้ตบรางวัลชิ้นโต
ชีวิตเต็มไปด้วยความเสี่ยง เส้นทางสีกากีก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง !?!
อ่า...นับเป็นความอดสูบนเทือกเขาเดียวดายยิ่งนัก คนหนึ่งจิบไวน์ อีกคนกลืนเลือด แม้สีไม่แตกต่างกัน แต่รสชาติซาบลิ้นขื่นขมบาดคอต่างกันลิบลับ
ประชาชนบนเทือกเขาเดียวดายช่างเดียวดายสมชื่อ !!?



