ข่าว

จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ค่ากว่า10ล.

จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ค่ากว่า10ล.

07 มิ.ย. 2555

บช.น. แถลงข่าวจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท อีกคดี สาวใหญ่วัย 60 ปี เครียดจุดไฟเผาตัวเองคาบ้านพักย่านสุขุมวิทดับอนาถ!

                        7 มิ.ย.55 พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล ผกก.สน.จักรวรรดิ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินทางปัญญาและปปท.ภาคเอกชน นายดุลพล ชื่นแก้ว น.ส.มาลา ตั้งประเสริฐและนายเกรียงศักดิ์ สุขิตานนท์ แถลงข่าวการจับกุม นายฤทธิชา ปานสวัสดิ์ อายุ 24 ปี นายไพรสณฑ์ ทองปั้น อายุ 25 ปี นายเฉลิมชัย แจ่มแจ้ง อายุ 24 ปี และน.ส.พาวิพา เชื่อนาฮี อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง สินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าหลายรายการ รวมมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท

                        พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้จับกุมนายฤทธิชา ปานสวัสดิ์ สาวประเภทสอง ในข้อหาจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญา ที่ 450/2555 ลงวันที่ 7 มิ.ย. 2555 ทำการตรวจค้นอาคารสำเพ็งแกรนด์พลาซ่า ซอยวานิช 1 แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธ์วงศ์ พบของกลางสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า ประเภทเครื่องประดับ ยี่ห้อทิฟฟานี่ เพนโดร่า แชลแนล และหลุยส์วิกตอง และสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า สโมสรลิเวอร์พูล เชลซี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำนวน 20,000 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ภายในห้อง บริเวณชั้นที่6 ซึ่งทางอาคารทำไว้เป็นโกดังเก็บสินค้า

                        จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ดูแล โกดังเก็บสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “จำหน่าย เสนอจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่ปลอมและเลียนแบบ เครื่องหมายการค้า ของผู้อื่น” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

สาวใหญ่เครียดจุดไฟเผาตัวเองคาบ้านพักย่านสุขุมวิท

                        วันเดียวกัน พ.ต.ท.ศรัณยพงศ์ พันธุ์เพ็ง พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.บางนา รับแจ้งเหตุผู้จุดไฟเผาตัวเองภายในบ้านกลางชุมชนร่วมใจประเสริฐ ซอยสุขุมวิท 70/5 แขวงและเขตบางนา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

                        ที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นชุมชนแออัด ส่วนบ้านต้นเพลิงเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวไม่มีเลขที่พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงต่างทำงานด้วยความยากลำบากเนื่องจากเป็นซอยแคบ ต้องใช้เวลาลากสายส่งวางหัวฉีดน้ำควบคุมนาน 30 นาที กว่าเพลิงจะสงบ ส่งผลให้บ้านหลังดังกล่าวถูกแสงเพลิงไหม้วอดวายทั้งหลัง ทั้งยังลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงจนได้รับความเสียหายไปด้วยอีก จำนวน 2 หลัง จากการตรวจสอบภายในซากปรักหักพังของบ้านต้นเพลิง พบศพ นางสนิท ชาญศรี อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านเสียชีวิตในสภาพถูกไฟคลอกร่างจนดำเป็นตอตะโก เบื้องต้นจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำส่งสถาบันนิติเวช รพ.จุฬาฯ เพื่อทำการผ่าชันสูตร

                        จากการสอบสวน นางบุญทิ้ง คำอาจหยุด อายุ 21 ปี ลูกสะใภ้ผู้ตาย ให้การว่า ปกติบ้านหลังนี้มีผู้อาศัยรวมกัน จำนวน 5 คน แต่ช่วงที่เกิดเหตุทุกคนออกไปทำงานกันหมดเหลือเพียง นางสนิท อยู่ที่บ้านตามลำพัง สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ตนยังไม่กล้ายืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุหรือการฆ่าตัวตายแต่ก่อนหน้านี้นางสนิท มักจะบ่นให้ชาวบ้านฟังเสมอว่าอยากฆ่าตัวตายเนื่องจากทนคิดถึงลูกชายคนเล็กที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้วไม่ไหวทำให้ต้องดื่มสุราทุกวัน ประกอบกับเจ้าตัวก็เริ่มมีความเครียดสะสมเพราะถูกโรคความดันรุมเร้ายามโรคกำเริบก็จะเกิดอาการชัก เพิ่งจะกลับจากรักษาตัวที่ รพ.ปิยะมินทร์ มาเมื่อ 3-4 วันที่แล้ว

                        ด้าน พ.ต.ท.ศรัณยพงศ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. มีเจ้าของร้านขายยาในละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า นางสนิท ผู้ตายซึ่งกำลังอยู่ในอาการเมาสุรา ได้เดินไปขอซื้อยากินเพื่อฆ่าตัวตายแต่เจ้าของร้านดังกล่าวไม่ยอมขายให้ กระทั่งนางสนิท เดินหายเข้าไปในบ้านแล้วเกิดเหตุเพลิงไหม้คลอกร่างตนเองเสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นจะต้องรอผลการผ่าชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ และผลตรวจสภาพที่เกิดเหตุจากกองพิสูจน์หลักฐานนำมาประกอบกันก่อนสรุปสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป