ข่าว

เออีซี..แม่หญิงไทยต้องรู้

เออีซี..แม่หญิงไทยต้องรู้

08 มิ.ย. 2555

เออีซี..แม่หญิงไทยต้องรู้

                       ตื่นตัวและเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ที่ 10 ประเทศจะมามีบทบาทร่วมกันมากขึ้นในปี 2558 ทั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง ความมั่นคง ศิลปวัฒนธรรม เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญ ไม่เว้นแม้แต่ “ผู้หญิง” ในบทบาทความเป็น “แม่” ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดเสวนาหัวข้อ ”โมเดิร์น มัม อิน เออีซี 2015 แม่ยุคใหม่ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” โดยนิตยสารโมเดิร์นมัม ในเครือ บริษัทรักลูก กรุ๊ป จำกัด ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม เวสทิน เมื่อวันก่อน

                       ภายในงาน ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผอ.สถาบันองค์ความรู้แห่งเอเชียและผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์ มาช่วยสะกิดสะเกาเรื่องการศึกษาในหัวข้อ “การเตรียมด้านการศึกษาเมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน” ว่าทุกประเทศมีความคิดเดียวกันหมดคือ เครื่องมือหรืออุปกรณ์สำคัญของการพัฒนาประเทศ คือ คน ทว่าที่ผ่านมาการลงทุนทางด้านการศึกษาของภาครัฐในประเทศไทยนั้นแม้จะให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับชั้นประถม มัธยม และระดับมหาวิทยาลัย ก็ตามแต่เมื่อนำไปเทียบกับระดับอาเซียนกลับอยู่ในอันดับท้ายๆ เนื่องจากระบบการเรียนรู้นอกโรงเรียนของประเทศไทยอ่อนมากที่สุด เด็กไทยหลักเลิกเรียนเดินเข้าแต่ห้างสรรพสินค้า ขณะที่พิพิธภัณฑ์หาได้น้อยมาก

                       “อีกสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไทยต้องปรับตัวเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาของเด็กไทย ทั้งๆ ที่มีนโยบายสร้างความเท่าเทียมและการเข้าถึงทางการศึกษา ให้แก่เด็กทั่วประเทศ โดยการแจกแท็บเล็ต ซึ่งถือว่าดี แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงข้อมูลในนั้นเลยว่ามีอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กแม้แต่ฝ่ายค้าน” ผอ.สถาบันองค์ความรู้แห่งเอเชีย กล่าวฝาก

                       ด้าน สุภาวดี หาญเมธี ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท รักลูก กรุ๊ป จำกัด มาแบ่งปันมุมองให้คุณแม่ยุคใหม่และครอบครัวสำหรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ฝากถึงคุณแม่ยุคใหม่ว่า นอกจากเรื่องการศึกษาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ เรื่องวัฒนธรรม ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งในการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หากไม่รู้จักการเรียนรู้แบบ รู้เขารู้เรา โลกที่กำลังจะเปลี่ยนมาเป็นโลกเดียวกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้ว่า วัฒนธรรมมีความสำคัญ ซึ่งไม่ควรให้ความสำคัญแค่ ยิ้มสยาม พูดภาษาอังกฤษเก่ง หรือใช้ได้แค่นั้น แต่ผู้ปกครองต้องเพิ่มเรื่องความฉลาดทางวัฒนธรรมให้แก่ลูกๆ ด้วย

                       “คนอเมริกันมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ไปทำงานในต่างประเทศยอมรับว่าไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเพราะไม่เข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ จนไม่สามารถปรับตัวได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของแม่ต้องคุยและทำความเข้าใจกับลูกๆ การเรียน “รู้เขา” ต้องรู้ว่าอะไรที่ต้องรักษาอะไรที่ต้องปรับตัว เรียนรู้วัฒนธรรมของคนอื่น เข้าใจถึงคุณค่าของเขา วิถีชีวิตไม่หมือนกันแต่ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าเขาผิดเปิดใจกว้าง ไม่เอาตัวเองตัดสิน ไม่เอาเปรียบ และแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้แล้วเคารพกัน ขณะเดียวกัน “รู้เรา” คือต้องตื่นตัวเรียนรู้ความเหมือนและความต่างและใช้ความแตกต่างให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย” สุภาวดี กล่าว

                       ทั้งนี้ก่อนการโต๊ะเสวนาจะเริ่มขึ้น สรัญญา โภคาลัย รองประธานสายปฏิบัติการ วูแมนเลิร์นนิ่ง บิสซิเนส ผู้บิรหารนิตยสาร โมเดิร์นมัม ได้กล่าวถึงผลการวิจัยเรื่องพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ ซึ่งสำรวจพบว่า แม่ยุคใหม่มีความพยายามที่จะสร้างความสมดุลให้ชีวิตทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ชีวิตส่วนตัว ครอบครัว การดูแลลูก และเรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งถ้าหากสร้างสมดุลให้ชีวิตได้ดีเท่าไหร่ แม่จะรู้สึกประสบความสำเร็จมากเท่านั้น