
นักเคลื่อนไหวจีนผูกคอตายคาโรงพยาบาล
จีนเผยนักเคลื่อนไหวในยุคเรียกร้องประชาธิปไตยที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ผูกคอตายภายในโรงพยาบาล ขณะที่ครอบครัวเตรียมจุดชนวนให้เกิดการประท้วง
7 มิ.ย.55 ทางการจีน เปิดเผยว่า นักเคลื่อนไหวในยุคเรียกร้องประชาธิปไตยที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ผูกคอตายภายในโรงพยาบาล แต่ครอบครัวไม่เชื่อว่าเขาจะฆ่าตัวตายจุดชนวนให้เกิดกระแสประท้วงในฮ่องกง
เจ้าหน้าที่จีนเปิดเผยว่า นายหลี่ วังหยาง วัย 62 ปี นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยที่ถูกลงโทษจำคุกหลังการปราบปราบที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ผูกคอตายภายในโรงพยาบาลในเมืองเส้าหยางเมื่อวาน เพียงหนึ่งปีหลังจากได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยศพของเขาอยู่ในท่ายืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ ผูกคอตายด้วยเชือกที่ผูกเข้าซี่ลูกกรงหน้าต่าง
แต่ญาติของนายหลี่ไม่เชื่อว่านายหลี่จะสามารถผูกคอตายเองได้ เพราะเขาป่วยสูญเสียการมองเห็นจนเกือบตาบอดและหูหนวก รวมทั้งเดินไม่ค่อยได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการถูกจองจำโดยไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีในช่วง 20 ปีทีผ่านมา นอกจากนี้เขาเป็นหนึ่งในแกนนำต่อต้านรัฐบาล ที่บางครั้งมีตำรวจมากถึง 10 นายเฝ้าดูเขาตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เป็นเรื่องแปลกที่เขาจะผูกคอตายโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
น้องเขยของนายหลี่ บอกว่า นายหลี่ไม่เคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายแม้เผชิญความยากลำบาก และในช่วงอาหารค่ำเมื่อคืนก่อนหน้านั้น ก็ยังดูเป็นปกติดีอยู่เลย และที่ผ่านมาเขาดูแข็งแรงมากๆ
นอกจากนี้มีรายงานว่านักเรียกร้องประชาธิปไตยหลายสิบคนชุมนุมประท้วงในฮ่องกงวันนี้เพื่อแสดงความสงสัยต่อคำชี้แจงของทางการจีนเกี่ยวกับการตายของนายหลี่ และคนที่ได้เห็นภาพศพของเขาในอินเตอร์เน็ตต่างแสดงความแปลกใจว่าผูกคอตานอย่างไร เท้าจึงยังติดพื้นอยู่ ผู้ประท้วงบางคนบอกว่า น่าจะเป็นการบังคับให้ฆ่าตัวตายและต้องการเรียกร้องความยุติธรรม
นายหลี่ถูกจับกุมเข้าค่ายบังคับใช้แรงงานวันที่ 9 มิ.ย.2532 เพียง 5 วันหลังการปราบปรามนองเลือดที่เทียนอันเหมิน โดยต้องโทษใช้แรงงานหนัก 11 ปีฐานโฆษณาชวนเชื่อและปลุกปั่นต่อต้านการปฏิวัติ และหลังได้รับอิสระในปี 2543 ไม่นาน ก็ต้องโทษจำคุกครั้งใหม่อีก 10 ปีในปี 2544 เนื่องจากไปร้องเรียนเรียกค่ารักษาจากการที่เขาถูกซ้อมในเรือนจำก่อนหน้านี้ และเมื่อพ้นโทษครั้งใหม่เมื่อปีที่แล้ว เขาได้เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเขตต้าเซียงเนื่องจากมีอาการป่วยด้วยโรคหัวใจ และเบาหวาน



