ข่าว

บินรมว.ทส.เจอฝนต้องร่อนลงชุมพร

บินรมว.ทส.เจอฝนต้องร่อนลงชุมพร

07 มิ.ย. 2555

รมว.ทส.บินตรวจน้ำท่วมเจออากาศปิด ต้องร่อนลงสนามบินชุมพร กระบี่สะพานขาด 20 ครอบครัวต้องโหนเชือกข้ามฝั่ง ภูเก็ตอ่วมป่าตองน้ำท่วม 1 ม. ตรังสั่งพร้อมรับมือน้ำท่วม 24 ชม. สุราษฎร์ธานีสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 55  ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดระนอง ทำให้เครื่องบินของกองทัพบก ซึ่งนำคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และคณะผู้ติดตามประกอบด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิรุติ คุณผล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ นายเรืองวิทย์ เหง้าสุสิทธิ์ นักอุทกวิทยาชำนาญการ และคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลาง ลงพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อรับฟังสรุปสถานการณ์อุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม เดินทางตรวจเยี่ยมราษฏร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน บริเวณ ม.3 ม.8 ต.บ้านนา อ.กะเปอร์ ซึ่งปรากฏว่า เครื่องบินของกองทัพบกที่นำคณะรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางถึงสนามบินจังหวัดระนองเวลา 10.00 น. ไม่สามารถร่อนลงได้ เนื่องจากฝนตกหนักสภาพอากาศปิด นักบินได้นำเครื่องร่อนลงที่สนามบิน จ.ชุมพร แทน ก่อนที่ทางจังหวัดระนอง จะนำรถไปรับคณะรัฐมนตรี ผู้ติดตาม และสื่อมวลชน เดินทางเข้ามายัง จ.ระนองแทน

          นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ หัวหน้าสถานีอุตุวิทยาจังหวัดระนอง กล่าวว่า ลักษณะทั่วไปในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง ยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกระยะ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป โดยบริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ 

          สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 ม. ประชาชนที่อาศัยตามบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นซัดฝั่ง ส่วนชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

 

กระบี่สะพานขาด 20 ครอบครัวต้องโหนเชือกข้ามฝั่ง

 

          เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลทับปริก พร้อมด้วยชาวบ้านช่วยกันลำเลียงชาวบ้านในชุมชนซอยหน้าวัดห้วยโต้ ม.4 ต.ทับปริก หลังจากที่คอสะพานห้วยโต้ขาด จากน้ำป่าไหลมาอย่างรุนแรง ทำให้สะพานขาดตั้งแต่เมื่อตอนเย็นวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านที่ติดอยู่จำนวนกว่า 20 ครอบครัว ต้องข้ามฝั่งด้วยวิธีนำล้อยางผูกรอก แล้วโหนเชือกข้ามฝั่งอย่างทุกลักทุเล แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ เนื่องจากต้องอยู่ดูแลบ้าน

          นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจา ไหลผ่านพื้นที่ หมู่ 4,5,6,8 ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จ.กระบี่ ปริมาณน้ำ และต่อเนื่องไปยังคลองกระบี่ใหญ่ เทศบาลเมืองกระบี่ ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าท่วมบ้านพักผู้ประสบภัย ชุมชนหน้าพลับพลา ต.กระบี่ใหญ่ จำนวนกว่า 20 หลัง ชาวบ้านเก็บสัมภาระเตรียมพร้อมอพยพ เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 

          ด้านนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคอยรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนระดับน้ำฝนตามที่รับรายงานมาสถานีวัดปริมาณน้ำฝน พบว่าอยู่ที่ 30-40 มม. ยังอยู่ในระดับที่ยังควบคุมได้ 

          แต่อย่างไรก็ตาม ขอเตือนพี่น้องประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก คอยติดตามข่าวสารและฟังการแจ้งเตือนจากทางการ นอกจากนี้ได้ประสานให้ทุกหน่วยงาน เตรียมเครื่องอุปกรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมอพยพประชาชน เฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือที่ อำเภอเขาพนม ซึ่งเคยประสบภัยน้ำป่าและดินโคลนถล่มมาแล้วเมื่อปี 54

 

ภูเก็ตอ่วมป่าตองน้ำท่วมสูง 1 ม.

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดภูเก็ตว่า ยังคงมีฝนตกและลมกระโชกแรงตลอดเวลา ทั้งนี้ในส่วนของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฉบับที่ 4 (17/2555) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และตรัง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก อันอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

          อย่างไรก็ดีมีรายงานด้วยว่าในพื้นที่บริเวณ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตมีน้ำท่วมขังในหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกหน้าโรงพยาบาลป่าตอง ถนนผังเมือง สาย ก มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 1 เมตร ต้องปิดการจราจรชั่วคราว และบริเวณสี่แยกไสน้ำเย็น ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี มีน้ำท่วมขังสูงประมาณครึ่งล้อรถยนต์ หรือประมษณ 50 ซม. แต่รถยนต์ยังสามารถสัญจรไปมาได้ แต่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ขณะที่ทางเทศบาลเมืองป่าตอง โดยนายชัยรัตน์ สุขบาล รองนายกเทศมนตรีฯ ภายใต้การสั่งการของ นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีฯ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองป่าตอง ตลอดจนเจ้าหน้า อฟปร. นำเรือท้องแบนออกให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

          นายชัยรัตน์ กล่าวว่า เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องกันมาในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในคูคลองต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองป่าตองมีน้ำเอ่อล้นและไม่สามารถระบายลงทะเลได้ทัน ประกอบกับในระยะนี้มีน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้บริเวณสี่แยกหน้าโรงพยาบาลป่าตอง ถนนผังเมืองสาย ก มีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณสี่แยกไสน้ำเย็น ตลอดจนถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี มีระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม.แม้รถยนต์ยังสามารถสัญจรไปมาได้ แต่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

          ในส่วนของเทศบาลเมืองป่าตอง โดยนายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วย อพปร. นำกำลังออกไปอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ด้วยการบริการเรือท้องแบนลำเลียงออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังสูง รวมทั้งเร่งระบายน้ำลงทะเล ทั้งนี้เชื่อว่าหากฝนหยุดตกประมาณ 2-3 ชั่วโมง สถานการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

 

ชลประทานตรังสั่งพร้อมรับมือน้ำท่วม 24 ชม.

 

          นายวิรัตน์ สุกิจมงคลกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตรัง เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงระยะนี้ อันเนื่องมาจากการที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง พัดผ่านในทะเลอันดามัน จนส่งผลให้เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องหลายวันแล้ว ซึ่งในส่วนของการเตรียมความพร้อมที่จะออกช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ประสบภัยนั้น  ทางสำนักงานชลประทานตรัง ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ และรถแบ็คโฮ เพื่อเปิดทางระบายน้ำ พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ออกปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชนชาวตรังที่อาจจะเกิดขึ้น

          นอกจากนั้น ทางสำนักงานชลประทานตรัง ยังได้ของบประมาณกว่า 4 ล้านบาท เพื่อการขุดลอกคลอง จำนวน 6 สาย ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองตรัง และอำเภอห้วยยอด เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร เพื่อเตรียมรองรับการเกิดภาวะน้ำท่วมขังที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ส่วนที่ประตูระบายน้ำคลองปะเหลียน ก็ได้มีการขุดลอกตะกอนทราย ที่มีการทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก จนทำให้เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ  

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ลำคลองหลายสาย ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำตรัง คลองปะเหลียน หรือคลองนางน้อย ยังมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร จึงขอให้ประชาชนชาวตรังอย่าหวาดวิตก

 

สุราษฎร์ธานีสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝนตก น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ภาพรวมหลายอำเภอเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะที่ อ.คีรีรัฐนิคมและ อ.วิภาวดี พื้นที่เสี่ยง ระดับน้ำในคลองยันเริ่มลดลง แต่ยังคงไหลเชี่ยวในบางจุด และมีสีน้ำตาลขุ่นจากการชะล้างหน้าดินภูเขา โดยน้ำที่ไหลลงมาเป็นน้ำที่รับมาจาก จ.ระนอง และน้ำจากคลองมุย คลองน้ำใส ในพื้นที่ 

          ขณะที่ถนนหลายสายเริ่มสัญจรได้ตามปกติ ยังคงมีบางส่วนเท่านั้นที่น้ำยังคงท่วมขังอยู่ ซึ่งหลายหน่วยงานภาครัฐ เร่งเข้าสำรวจและซ่อมแซม ถนนในบางจุดที่คอสะพานชำรุดเพื่อให้ชาวบ้านได้สัญจรไปมาได้

          ส่วนที่ ม.16 บ้านบางไตร ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี สภาพสะพานซึ่งทำเป็นสะพานแขวน (สะพานสลิง) ข้ามคลองยังถูกกระแสน้ำที่สูงและเชี่ยวพัดจนสะพานขาด ไม่สามารถใช้ข้ามคลองได้ ซึ่งตามปกติสะพานแห่งนี้จะเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านจำนวนกว่า 80 ครัวเรือนใช้เป็นทางสัญจรโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เพื่อออกสู่ภายนอก แต่สะพานกลับขาดตั้งแต่ช่วงเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในขณะที่ทางสัญจรทางถนนอีกเส้นทางหนึ่งนั้นต้องเดินเท้าเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านบางส่วนที่หมู่ 16 บ้านบางไตรติดเกาะไปโดยปริยาย

          นายวีนัส สึกเสือ ผู้ใหญ่บ้าน ม.16 กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าขณะนี้ชาวบ้านยังพอมีอาหารติดบ้านอยู่ทุกหลัง ประกอบกับร้านค้าภายในหมู่บ้าน 1 ร้าน ยังคงมีอาหารรองรับได้ประมาณ 3 วัน หากน้ำลดระดับลงคงสามารถหาวิธีการส่งอาหารให้ชาวบ้านโดยใช้เส้นทางอีกเส้นทางหนึ่ง แม้จะถูกน้ำท่วมเหมือนกันแต่พอจะสัญจรไปมาได้บ้าง ทั้งนี้หากน้ำยังไม่ลดระดับหรือปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอีก คงต้องหาวิธีการอื่นเพื่อส่งอาหารไปให้ชาวบ้านหากเกิดภาวะฉุกเฉินมากกว่านี้

 

ปศุสัตว์ระนองขนหญ้าแห้ง 20 ตันช่วยสัตว์หนีน้ำท่วม

 

           นายเกษตร สุวรรณเพชร ปศุสัตว์จังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากสภาวะเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องกว่า 15 วัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ในเขตพื้นที่จังหวัดระนองส่งผลให้สัตว์เลี้ยงได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนอาหาร ล้มป่วย และสูญหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของการแก้ไขปัญหากรณีสัตว์เลี้ยงขาดแคลนอาหารนั้นโดยเฉพาะหญ้าแห้งสำหรับ โค กระบือ แพะ แกะ ทางสำนักงานได้ลำเลียงหญ้าแห้งจำนวน 20 ตัน จากสถานีอาหารสัตว์ชุมพร เข้ามาแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่  

          ส่วนการดูสุขภาพของสัตว์เลี้ยงนั้น ทางหน่วยเฉพาะกิจปศุสัตว์เขต 8 สุราษฏร์ธานี ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดระนอง จัดหน่วยบริการลงพื้นที่เพื่อเข้าตรวจรักษาโรคสัตว์ที่เจ็บป่วย และได้รับบาดเจ็บจากสภาวะฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในเขตพื้นที่ 5 อำเภอในจังหวัดระนอง 

          สำหรับโรคที่พบในสัตว์เลี้ยงในขณะนี้ประกอบด้วยโรคปอดบวม , หวัด เป็นต้น ส่วนรายงานสัตว์เลี้ยงสูญหายในเบื้องต้นชาวบ้านเริ่มทยอยเข้ามาแจ้งยังที่ว่าการอำเภอและ สนง.ปศุสัตว์อำเภอในแต่ละพื้นที่ สรุปได้ดังนี้ อ.เมืองระนอง เขตพื้นที่ ต.บางนอน มีผู้ได้รับความเดือดร้อนแล้ว 2 ราย ไก่สูญหาย 48 ตัว อ.ละอุ่น ต.ละอุ่นใต้ 10 ราย ไก่สูญหาย 358 ตัว ละอุ่นเหนือ ไก่สูญหาย 462 ตัว อ.กระบุรี 27 ราย จำนวนสัตว์เลี้ยงอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล