ข่าว

นครหาดใหญ่ต้องการผู้กล้าเปลี่ยนแปลง

นครหาดใหญ่ต้องการผู้กล้าเปลี่ยนแปลง

07 มิ.ย. 2555

นครหาดใหญ่ต้องการผู้กล้าเปลี่ยนแปลง : คอลัมน์ แลกคนละหมัด โดย... ชินสัคค สุวรรณอัจริย [email protected]

          การพัฒนาและการขยายตัวของเมืองนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อการจัดการปกครองโดยตนเอง เพราะนั่นหมายถึง การเกิดขึ้นของกระบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและรายได้ของเมืองโดยสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีและอื่นๆ ตามมา แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่ได้มีเมืองที่สามารถสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมาและก่อให้เกิดความได้เปรียบภายใต้การแข่งขันในตลาดได้    แต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้ต่อการพัฒนาของเมือง คือการมีผู้นำที่กล้าเปลี่ยนแปลงซึ่งถือว่าจะต้องมีบุคลิกและสไตล์ความคิดที่ไม่เหมือนผู้นำทั่วไป กล่าวคือ ผู้นำทั่วไปนั้นจะใช้หลักการบริหารจัดการแบบประเพณี คือจะเน้นไปที่การใช้งบประมาณไปกับกิจการที่เครือข่ายของตนได้ประโยชน์ ซึ่งหากมองในเรื่องของประสิทธิภาพและการกระจายเศรษฐทรัพย์ที่มีความเป็นธรรมจะพบว่านั่นไม่ใช่เรื่องหลัก  อย่างเช่น นครหาดใหญ่ซึ่งมีงบประมาณปีละ1,000 ล้านบาท และถ้าหากเราคิดแบบผู้นำสมัยใหม่ก็จะต้องมองไปที่ปัญหาที่มีความเร่งด่วน ซึ่งสำหรับชาวหาดใหญ่ นั่นก็คือ ปัญหาน้ำท่วมและการก่อการร้าย ควรเป็นอย่างไร?
 
          ดังนั้นในส่วนนี้ก็สามารถที่จะนำงบประมาณมาใช้ในเรื่องของทางระบายน้ำลอยฟ้าซึ่งใช้งบประมาณไม่ถึง 1,000 ล้านบาท ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเป็นงบประมาณที่มหาศาล แต่ก็เทียบไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดจากน้ำท่วมซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1,000  ล้านบาท จริงๆ แล้ว วิธีการแบบทางระบายน้ำลอยฟ้านั้นสามารถที่จะแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนได้ นอกจากนั้นงบประมาณที่มีในปีถัดไปก็สามารถที่จะนำมาสู่การขยายทางยกระดับรถไฟที่มีความสูง 5.5.เมตรได้ โดยนอกจากจะสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรได้แล้วยังสามารถนำมาสร้างถนนได้ 6-7สาย เพื่อใช้เป็นเส้นทางลอดใต้รางรถไฟซึ่งสามารถที่จะเชื่อมนครหาดใหญ่ให้เป็นหนึ่งเดียวได้ ซึ่งตรงนี้เช่นกันถือเป็นการเพิ่มพื้นที่ทางเศรษฐกิจหลายแสนตารางเมตร อีกทั้งยังสามารถแก้ปัญหาการก่อวินาศกรรมได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มสถานที่จอดรถนับพันคันให้มีความสะดวกต่อการเดินทาง การเกิดย่านการค้าใหม่แก่ผู้คนในทุกสาขาอาชีพ การเพิ่มพื้นที่สันทนาการ การจัดสถานที่สำหรับเทศบาลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วงบประมาณในการลงทุนกลับไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากและเป็นปัญหา แต่ความยากและสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือจะต้องมีผู้นำที่กล้าเปลี่ยนแปลง และหากผู้นำไม่มีความกล้าในการตัดสินใจตามวิถีทางใหม่แน่นอนว่าประโยชน์ทั้งหมดที่วิเคราะห์มาข้างต้นย่อมไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้
 
          ฉะนั้นปัญหาใหญ่ของการสร้างแบรนด์ใหม่ในเวลานี้ หากพิจารณาในรอบ 8 ปี ของการบริหารงาน สามารถที่จะนำมากำหนดเป็นเงินจำนวน 8,000 ล้านบาท คำถามที่เกิดขึ้นคือ “ทำไมแบรนด์ใหม่ของนครหาดใหญ่ไม่เกิดขึ้น? ซึ่งคำตอบก็ง่ายนิดเดียว เพราะเป็นผู้นำแบบเก่า” นั่นคือ ไม่จำเป็นที่จะต้องตอบคำถามอารมณ์และความคาดหวังของชาวหาดใหญ่ก็ได้ แต่ ณ วันนี้การเกิดเขตเสรีทางการค้าปี 2558 ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อนครหาดใหญ่ จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้กล้าเปลี่ยนแปลงเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างโอกาสให้แก่ชาวหาดใหญ่ได้ “จะเชื่อมั่นว่าจะเกิดผู้นำใหม่ที่กล้าเปลี่ยนแปลงอย่างไร ? ง่ายนิดเดียว คือเราไม่สามารถเชื่อคำพูดหรือลิ้นที่สามารถพลิกไปมาได้ แต่สิ่งที่เราสามารถพิสูจน์ได้คือการกำหนดกฎและระเบียบใหม่ในการทำงานซึ่งเป็นวิถีใหม่ของการทำงาน”  กล่าวคือ หากงบประมาณปีละ1,000 ล้านที่เกี่ยวกับการจัดซื้อและจัดจ้าง การพิจารณาโครงการลงทุนมาจากการมีส่วนร่วมของตัวแทนประชาชนและการสร้างเกณฑ์การคัดเลือกที่สามารถให้คะแนนได้ตามหลักวิชาการ
 
          และหากมีการสื่อสารแบบใหม่ในการตัดสินใจในโครงการที่เกิดขึ้นนั้นก็สามารถที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และในวันนี้ก็ยังไม่มีผู้นำใหม่ที่กล้าเปลี่ยนแปลง การเป็นตัวแทนของประชาชนนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องของการฉวยโอกาสและวิกฤติของเมืองเพื่อที่จะนำมาสู่การสร้างความมั่งคั่งให้แก่ตนเอง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โอกาสแก้ไขวิกฤติของเมืองที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี “สร้างแบรนด์ใหม่ที่ก่อให้เกิดการยอมรับอย่างไรและกลายเป็นความภาคภูมิใจว่าเป็นเจ้าของผลงานที่ผู้คนรุ่นหลังทราบถึงคุณูปการที่ผ่านมา นั้นคือจิตใจของผู้กล้าเปลี่ยนแปลง”