ข่าว

ค้าน'สมศักดิ์'เปิดอภิปรายคำสั่งศาลรธน.

ค้าน'สมศักดิ์'เปิดอภิปรายคำสั่งศาลรธน.

07 มิ.ย. 2555

'เทพไท'ค้าน'สมศักดิ์'เปิดอภิปรายคำสั่งศาลรธน. เหตุ เปิดโอกาสให้พวกจองกฐินจ้องถล่มศาล ทำเกิดความขัดแย้งระหว่างสององค์กร เชื่อ ดึงดันลงมติวาระ 3 แก้รธน.ตามความต้องการ'นายใหญ่' เชื่อปรับครม.ปลายเดือนก.ค.รับ 111 ก่อนเปิดสภาสามัญ

                7 มิ.ย.55 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่มีการนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ว่า การประชุมจะมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สภาชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ซึ่งตนไม่เห็นด้วยที่ประธานสภาจะนำเข้ามาหารือในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยมีเหตุผล 5 ข้อคือ 1.คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าชอบด้วยกฎหมายและสามารถเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 ชัดเจนว่าผูกพันต่อทุกองค์กร 2.ความเห็นของสมาชิกรัฐสภาล้วนแล้วแต่เป็นความเห็นด้านการเมืองทั้งสิ้น เป็นความรู้สึก และความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ถ้าคนที่ไม่รู้กฎหมายมาอภิปรายก็จะเป็นปัญหา 3.หากการอภิปรายเป็นไปคนละทิศคนละทางระหว่างผู้ที่คัดค้านสนับสนุนจะเกิดความแตกแยกในที่ประชุม เพราะที่ผ่านมาเห็นชัดว่าสภาเกิดความวุ่นวายเพราะต้นเหตุมาจากผู้ที่ทำหน้าที่ประธาน แม้จะเปิดให้อภิปรายก็ไม่สามารถหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ในการที่จะไปดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อคำสั่งศาลได้

                4.แม้ว่ามีการอภิปรายและลงมติ หากประธานจะหยิบเอามติเสียงข้างมากของที่ประชุมดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป และไม่ใช่ข้อยุติในเรื่องนี้ และ5.การเปิดอภิปรายในเวทีรัฐสภาเป็นการเปิดให้สมาชิกที่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์ใส่ร้าย พาดพิง หรือดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นองค์กรอิสระ เพราะมีกระแสข่าวว่ามีคนจองกฐินถล่มศาล ซึ่งจะทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เพราะคู่กรณีอย่างศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถมาชี้แจงได้ ซึ่งไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ถูกกล่าวหา จึงไม่ควรนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม หากประธานจะตัดสินใจอย่างไรเป็นสิทธิและต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะมาอ้างมติสภาปฏิเสธผลการรับผิดชอบอีก ดังนั้นไม่ควรเอามติหรือสถาบันรัฐสภาไปเกี่ยวข้อง เพราะเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กร

                นายเทพไท กล่าวต่อว่า ตนคาดว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อลงมติวาระ 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ประธานสภาน่าจะเร่งรีบให้มีการลงมติวาระ 3 โดยเร็ว หากดูจากความเคลื่อนไหว และปัจจัยรอบด้านที่ทำให้ประธานสภาฯ ตัดสินใจคือมีความเห็นของที่ปรึกษากฎหมายสภามายังประธานสภา ว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญไม่ผูกมัดต่อรัฐสภา ดังนั้นก็มีความเห็นว่าสามารถเรียกประชุมได้ ส่วนบรรยากาศการชุมนุมกลุ่มที่คัดค้านอย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็มีมติชัดเจนว่าจะไม่ชุมนุมคัดค้าน เพราะเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วินิจฉัยแล้ว และเป็นเรื่องที่สภาต้องรับผิดชอบความเสี่ยงที่ตัวเองกระทำ น่าจะเป็นเหตุผลว่าเมื่อกลุ่มต่อต้านไม่ออกมาก็สามารถเดินหน้าโดยเร็วได้ 

                นอกจากนี้ ยังเป็นความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรัฐ อำนาจรัฐ และการเปลี่ยนแปลงบทบาทสิทธิทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในอนาคต หากจะชะลอออกไปจะเกิดความเสียหาย ซึ่งการขยายสมัยประชุมอย่างไม่มีกำหนด เป้าหมายคือต้องการผลักดันแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องหลัก ทั้งหมดเป็นเหตุผลพอที่ประธานสภาสามารถผลักดันให้มีการลงมติโดยเร็วได้ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้คนที่จะปลดล็อคและแก้ปัญหาความขัดแย้งได้น่าจะมี3 ส่วนคือ นายกฯ ที่จะแก้วิกฤตบ้านเมือง หากเห็นว่ายังมีปัญหาอีกเยอะในสังคมก็เรียกร้องให้นายกฯ มีมติครม.มีพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุม

                "ตัวประธานสภาเอง หากไม่ซ้ำเติมสถานการณ์ก็ควรงดเว้นไม่ให้มีการเรียกประชุมสภาต่อไป จนกว่าจะมีพ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุม เพื่อแก้ปัญหาความหวาดระแวงในสังคม และตัวอัยการสูงสุด(อสส.) ที่วิพากษ์วิจารณ์ตาม มาตรา 68 เป็นบทบาทของอสส.หรือศาลรัฐธรรมนูญ หรือทั้งสององค์กร ซึ่งเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้มาแถลงบทบาทหน้าที่และเหตุผลตาม มาตรา 68 อย่างชัดเจน เหลือแต่อสส.ที่ยังคลุมเครืออยู่ ดังนั้นอยากเรียกร้องอสส.ได้แสดงความชัดเจนในเรื่องนี้โดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของฝ่ายการเมือง" นายเทพไท กล่าว

 

 

“ปชป.”เชื่อปรับครม.ปลายเดือนก.ค.รับ 111 ก่อนเปิดสภาสามัญ

                 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการปรับครม. จากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญหลายฝ่ายไปรับประทานอาหารเที่ยง พร้อมกับมีกระแสข่าวจะมีการปรับครม.ปลายเดือนก.ค.นี้ว่า ข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เราเคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าจะมีการปรับ ครม.ค่อนข้างแน่นอน เพราะสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ถูกปลดล็อคทางการเมืองไปแล้ว จะมีตัวจริงเข้ามาทำหน้าที่แทนนอมินีที่มารักษาการตำแหน่งรัฐมนตรีเพียง 1 ปี และจะต้องปรับก่อนเปิดสมัยประชุมสภาสามัญทั่วไปวันที่ 1 ส.ค. เพราะในสมัยประชุมสามัญทั่วไปฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ จึงเป็นโอกาสดีที่นายกรัฐมนตรี จะหนีการอภิปราย โดยพยายามเลี่ยงโดยปรับรัฐมนตรีที่มีผลงานไม่เข้าตา และมีประเด็นที่จะถูกอภิปรายออกได้ จึงเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับครม.ในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้