ข่าว

หนังหน้าไฟ

หนังหน้าไฟ

07 มิ.ย. 2555

หนังหน้าไฟ : เลียบค่าย โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]

             ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีข่าวใดช็อกวงการตำรวจเท่า กรณี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.สลัดปลายปากกาลงนามในคำสั่งให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ไปช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเวลา 30 วัน โดยให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 ทำหน้าที่แทนในฐานะแม่ทัพตำรวจเมืองหลวง
 
               พ่วงท้ายกับการสลัดปากกาเซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น. ไปช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเวลา 30 วัน อีกคน โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
 
               ว่ากันว่าการสั่งย้ายบิ๊กตำรวจเมืองหลวงทั้ง 2 นาย เป็นเพราะ "บิ๊กอ๊อบ" ไม่พอใจ การควบคุมม็อบต่อต้าน "พ.ร.บ.ปรองดอง" ที่นายตำรวจใหญ่แห่งนครบาล ไม่สามารถกดดันให้ม็อบเปิดทางให้บรรดาผู้ทรงเกียรติทั้งหลายเข้าไปในสภา เพื่อโหวตผ่าน พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ได้ตามเป้าประสงค์ของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะขาใหญ่ต่างแดน 
 
               แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซดในหมู่ข้าราชการตำรวจว่า การโยกย้ายที่เกิดขึ้นอาจเป็นเกม "ลับ ลวง พราง" รักษาภาพให้บิ๊กตำรวจเครือญาตินายหญิง ไม่ให้แปดเปื้อนมลทิน หากสถานการณ์การชุมนุมบานปลายจนถึงขั้นสลายการชุมนุม
 
               บทเรียนราคาแพงของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ที่ต้องออกจากราชการ อันเป็นผลพวงมาจากการสลายม็อบพันธมิตร เมื่อหลายปีก่อน เตือนให้ตำรวจยุคนี้ระมัดระวังตัว ไม่กล้าผลีผลามทำอะไรในลักษณะใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม
 
               ขณะที่ "พล.ต.ต.คำรณวิทย์" ขึ้นชื่อว่าเป็น "ตำรวจสายเหยี่ยว" มีความดุดันถึงลูกถึงคนในการปฏิบัติงาน ซึ่งเรื่องนี้ ชาว จ.นราธิวาส ประจักษ์ดี สมัยที่ "บิ๊กแจ๊ส" รั้งเก้าอี้ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ฝากร่องรอยไว้ในหลายกรณี 
 
               ว่ากันว่าฝ่ายการเมืองฝากความหวังไว้กับ "บิ๊กแจ๊ส" จะช่วยเคลียร์ทางให้ผู้ทรงเกียรติเข้าไปนั่งสภาเพื่อโหวตผ่าน "พ.ร.บ.ปรองดอง" ได้โดยสะดวกโยธิน ดูท่าที "บิ๊กแจ๊ส" เองก็พร้อมสนอง เห็นได้จากหลังนั่งเก้าอี้แม้ทัพตำรวจเมืองหลวงไม่ทันไร ก็ปรับทัพขยับนายกอง พร้อมจี้หัวหมู่ทะลวงฟัน เตรียมพร้อมออกศึก
 
               ผมขอเตือนด้วยความหวังดี บทเรียนในอดีตมีให้เห็นแล้ว ระวังจะเป็น "หนังหน้าไฟ" ที่ต้องร้อนรนเพราะพิษการเมืองโหมไฟใส่