ข่าว

เจาะยูโร2012:กลุ่มดี-อังกฤษ

เจาะยูโร2012:กลุ่มดี-อังกฤษ

07 มิ.ย. 2555

เจาะยูโร 2012 : กลุ่ม ดี - อังกฤษ : (16) อังกฤษเล่นแบบไร้ความกดดัน : โดย ... จิตติ

..........

 

กลุ่ม ดี - อังกฤษ

 

          อันดับโลก - 7

 

ผลงานดีที่สุด - อันดับ 3 ปี 1968, รอบรองชนะเลิศปี 1996

 

โปรแกรมรอบแรก

11/06/2012 อังกฤษ 23.00 น. ที่โดเนตส์ค

15/06/2012 ยูเครน 23.00 น. ที่โดเนตส์ค

19/06/2012 สวีเดน 01.45 น. ที่เคียฟ

 

          "สิงโตคำราม" อังกฤษ มีปัญหาอย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกสนาม มาตลอดการช่วงก่อนแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการเสีย ฟาบิโอ คาเปลโล ที่ตัดสินใจลาออกจากทีมไป จากนั้นก็มี เวย์น รูนีย์ ที่ต้องติดโทษแบนในเกม 2 นัดแรกของรอบสุดท้าย ล่าสุด รอย ฮอดจ์สัน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ก็ได้ลองทำทีมเพียงแค่ 2 นัดก่อนทัวร์นาเมนต์ แถมยังมีตัวหลักต้องถอนตัวจากอาการบาดเจ็บ ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทีมอย่าง อังกฤษ ไม่ได้เป็นตัวเต็งของทัวร์นาเมนต์

          จะว่าไปแล้วในทุกๆ ทัวร์นาเมนต์ที่อังกฤษเล่นรอบสุดท้ายล้วนแต่ได้รับความคาดหวังจากแฟนบอลมากมาย แต่เมื่อสถานการณ์ก่อนทัวร์นาเมนต์เป็นแบบนี้ แฟนบอลอังกฤษเองก็คงไม่หวังอะไรมาก และคิดเพียงแค่ให้ทีมทำผลให้ได้ดีที่สุดเท่านั้น การไปบุกยูเครน ผู้เล่นจึงไม่มีความกดดันเหมือนกับที่ผ่านๆ มา แม้ว่าทีมร่วมกลุ่มจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ผ่านได้ยากอย่าง ฝรั่งเศส สวีเดน และ ยูเครน ก็ตาม

          ในอดีตแม้ว่า อังกฤษ จะเคยเป็นแชมป์โลกมาเมื่อปี 1966 แต่กับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยังไม่เคยเป็นแชมป์ และส่วนใหญ่ถูกมองว่าล้มเหลวด้วยซ้ำไป ผลงานที่ดีที่สุดคือ 2 ปีหลังจากได้แชมป์โลก ที่ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศที่อิตาลี แต่ไปแพ้ ยูโกสลาเวีย ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะได้อันดับ 3 มาครอง จากนั้นกลับกลายเป็นว่าไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายเลยจนกระทั่งปี 1988 และในยุคหลังเคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศอีกครั้งในปี 1996 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ แต่ก็แพ้ให้ เยอรมันตะวันตก

          การสู้ศึกยูโร 2012 ของ รอย ฮอดจ์สัน กับลูกทีม แน่นอนว่าไม่สามารถใช้ผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดได้ จากการที่ เวย์น รูนีย์ หมดสิทธิลงสนามในเกมกับ ฝรั่งเศส และสวีเดน ขณะที่แดนกลางก็อ่อนลงไปมากกับการถอนตัวของ แกเร็ธ แบร์รี และ แฟรงค์ แลมพาร์ด รวมทั้งแนวรับ แกรี เคฮิลล์ ที่กำลังฟอร์มดี และเล่นได้เข้าขากับ จอห์น เทอร์รี มากที่สุดก็ต้องถอนตัวไปอีกราย และการเลือกนักเตะเข้าทีมของ ฮอดจ์สัน ก็ค่อนข้างกังขาสำหรับแฟนบอล

          ก่อนหน้านี้ ฮอดจ์สัน ทำทีมกับ ฟูแล่ม, ลิเวอร์พูล และ เวสต์บรอมวิช ก็เล่น 4-4-2 มาตลอด แต่กับทีมชาติชุดนี้ อาจจะต้องเผื่อทางเลือกเอาไว้ก่อน สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เคยถูกวางว่าจะเป็นกองหน้าตัวต่ำ มี เวย์น รูนีย์ เป็นหน้าเป้าไม่สามารถทำได้ เมื่อไม่มี แบร์รี กับ แลมพาร์ด ทำให้ เจอร์ราร์ด น่าจะต้องไปเล่นเป็นกองกลางตัวต่ำร่วมกับ สกอตต์ ปาร์คเกอร์ ความไม่พร้อมทำให้ต้องเล่นปลอดภัยไว้ก่อน 

          เกมรุกตอนนี้จึงจะเป็น แอชลีย์ ยัง ที่ถูกปรับมาเป็นกองหน้าตัวต่ำแทน และเกม 2 นัดแรก แอนดี คาร์โรลล์ ยังน่าจะได้รับโอกาสมากกว่า แดนนี เวลเบค แม้ว่าเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายประตูชัยจะมาจาก เวลเบค ก็ตาม แท็กติกที่เน้นรับรอโต้กลับ เล่นแบบไม่มีความกดดันแบบนี้ อังกฤษ ก็เป็นทีมที่น่ากลัวของทัวร์นาเมนต์ได้เช่นกัน

 

ผู้เล่น 11 ตัวจริง 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู - โจ ฮาร์ท

กองหลัง - เกลน จอห์นสัน, จอห์น เทอร์รี, โจเลน เลสคอตต์, แอชลีย์ ยัง

กองกลาง - สกอตต์ ปาร์คเกอร์, สตีเวน เจอร์ราร์ด, เจมส์ มิลเนอร์, ธีโอ วัลคอตต์, แอชลีย์ ยัง

กองหน้า - แอนดี คาร์โรลล์

 

----------

กุนซือ - รอย ฮอดจ์สัน

          รอย ฮอดจ์สัน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทน ฟาบิโอ คาเปลโล แบบเซอร์ไพรส์ หลังจากที่ที่มีข่าวกับ แฮร์รี เร้ดแนปป์ มาตลอด ว่ากันว่าเหตุผลที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ เลือกเอาโค้ชวัย 64 ปี มาทำทีมเพราะเป็นกุนซือที่ว่านอนสอนง่าย ตัดสินใจเลือก จอห์น เทอร์รี และตัด ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตามที่เอฟเอ ต้องการ ทั้งๆที่ ฮอดจ์สัน เพิ่งจะผ่านจุดต่ำสุดของอาชีพผู้จัดการทีมมาหมาดๆ ด้วยการถูกปลดจาก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เมื่อปีที่แล้ว ทั้งๆที่เพิ่งทำทีมได้เพียงแค่ 6 เดือน

          อย่างไรก็ตาม ฮอดจ์สัน จัดเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการลูกหนังมานาน สมัยเป็นนักเตะเคยเล่นให้กับ คริสตัล พาเลช จากนั้นก็ผ่านงานกุนซือในสแกนดิเนเวียเป็นหลัก เป็นแชมป์สวีเดนกับ ฮาล์มสตัด 2 สมัย ตามด้วย มัลโม อีก 5 สมัย ก่อนย้ายไปทำทีมในสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทำทีมชาติสวิสสู้ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกในรอย 28 ปีในปี 1994 รวมทั้งยูโร 96 จากนั้นก็ได้ทำทีมใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน, แบล็คเบิร์น, กลาสฮอปเปอร์, อูดิเนเซ ก่อนช่วงหลังมารับงานในอังกฤษ แม้ว่าจะทำทีมเล็กๆอย่าง ฟูแล่ม แต่ก็ยังเข้าชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก ได้

          ฮอดจ์สัน ต้องออกจากถิ่นแอนฟิลด์หลังจากทำทีมเพียงแค่ 31 นัด เป็นผู้จัดการทีมที่ทำงานระยะสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร แต่ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 5 สัปดาห์ก็ได้งานใหม่กับ เวสต์บรอมวิช และนำทีมจบอันดับที่ 11 ของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ จนได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาเอง 

 

---------- 

ผู้เล่นสำคัญ - สตีเว่น เจอร์ราร์ด

          จากการไม่มี เวย์น รูนีย์ ในเกม 2 นัดแรกของรอบแรก และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ แกเรธ แบร์รี ถอนตัวไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้เล่นที่จะกำหนดว่าทีมจะประสบความสำเร็จหรือไม่ คงหนีไม่พ้น สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางจากลิเวอร์พูล ที่มีความคุ้นเคย และผ่านงานกับ รอย ฮอดจ์สัน มาแล้ว ซึ่งช่วงหลังภายใต้การทำทีมของ เคนนี ดัลกลิช เอง เจอร์ราร์ด มีโอกาสได้เล่นเป็นตัวคุมเกมมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ ฮอดจ์สัน น่าจะต้องการให้กัปตันทีมผู้นี้ทำหน้าที่

          หากว่า เจอร์ราร์ด ต้องลงไปเล่นเป็นกองกลางตัวต่ำจริงๆ จากสภาพทีมในปัจจุบันน่าจะมีมากกว่า กับการที่เป็นนักเตะประเภทวิ่งสู้ฟัด ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ การวางบอลจากข้างหลังทำได้ดี รวมทั้งเมื่อเติมเกมขึ้นมา ก็จะมีพื้นที่ในการยิงไกลมากขึ้น

           อีกรายที่จะมีส่วนสำคัญในแนวรุกคือ แอขลีย์ ยัง แต่ตอนนี้ถูกปรับมาตัวริมเส้นมาเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ และสามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง ในเกมรอบคัดเลือกทำได้ 3 ประตูเท่ากับ เวย์น รูนีย์ และเกมอุ่นเครื่องเมื่อไม่มี รูนีย์ ก็ยังเป็นคนทำประตูให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง การให้บอลทำได้อย่างรวดเร็ว เกมอุ่นเครื่อง 2 นัดสุดท้ายแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสามารถเล่นกับ แอนดี คาร์โรลล์ หรือว่า แดนนี เวลเบค ก็ได้

 

----------

คุณรู้หรือไม่?

          อังกฤษ ชนะในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบสุดท้ายเพียงแค่ 7 นัดจาก 21 นัดที่ลงสนาม

 

----------

(หมายเหตุ : เจาะยูโร 2012 : กลุ่ม ดี - อังกฤษ : (16) อังกฤษเล่นแบบไร้ความกดดัน : โดย ... จิตติ)
----------