
'อดุลย์'รับไม่ง่ายลุยงานคุมม็อบ
ผบ.ตร.ตั้ง "อดุลย์" ดูแลม็อบ เจ้าตัวพร้อมลุยรับไม่ง่าย สั่งกำลังตำรวจเตรียมพร้อม
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง และเลขาธิการ ปปส. กล่าวถึงการมารับหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคงและเน้นที่การดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมว่า ยอมรับว่าการมาดูแลบริหารจัดการตำรวจในการรับมือการชุมนุมในห้วงที่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตนก็ยินดีทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านงานดูแลการชุมนุมใหญ่ๆ และสถานการณ์วิกฤตมาหลายครั้ง ตลอดจนการบังคับบัญชาในหน่วยกำลัง มาตลอดเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการภารกิจนี้ให้ออกมาดีที่สุด
"อย่างไรก็ตามจากการประชุมครั้งนี้ ขั้นต้นตำรวจมีหลักการว่า การชุมนุมนั้นทำได้ แต่ต้องไปละเมิดสิทธิผู้อื่นและไม่ละเมิดกฎหมาย แต่ยอมรับว่าตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ข้อจำกัดด้านกฎหมาย แต่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดภายใต้กฎหมายที่มี และตามแผนกรกฎ 52 ตามกฏการใช้กำลัง ตามระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้อง" พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวและว่า
ส่วนของตำรวจนั้นจากนี้จะต้องเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลในทุกด้าน ทุกหน่วยให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมและพร้อมสนับสนุนกัน โดยตำรวจต้องมีความพร้อมในด้านการประเมินสถานการณ์ที่ต้องชัดเจน แม่นยำด้วย ซึ่งวันนี้มีการสั่งการให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขึ้นมารองรับ เป็นฝ่ายอำนวยการ และจากนี้ตำรวจต้องประชุมติดตามสถานการณ์ ทุกวัน โดยตนจะประชุมด้วยตนเองทุกเช้า เบื้องต้นในส่วนของกองบัญชาการมอบหมายให้พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ขณะที่ในส่วนของตร.จะคอยสนับสนุนทุกเรื่อง สำหรับการข่าวในขณะที่ต้องประเมินแบบวันต่อวันภายใต้ปัจจัยทางการเมือง
ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมชุมวิดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ในการวางแผนการป้องกันและดูแลความปลอดภัยในการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ในการต่อต้านค้านพรบ.ปรองดองแห่งชาติ บริเวณหน้ารัฐสภา
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า การที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมมาประท้วงนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง พบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) และกลุ่มเสื้อหลากสี โดยมีวัตถุประสงค์เดียวกันเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการผลักดันพรบ.ปรองดองเข้าสู่สภา กลายเป็นที่สำคัญ จึงได้กำหนดลักษณะงานและมอบหมายอำนาจหน้าที่ความผิดชอบตามคำสั่งที่ 315/2555 มอบให้พล.ต.อ.อดุลย์ดูแลงานด้านความมั่นคง
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ปรับยุทธศาสตร์และแนวทางการปฏิบัติงานในการดูแลการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ ในภาพรวมของประเทศ ไม่ใช่เฉพาะกทม. ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการปรากฏขึ้นมาข้อขัดแย้งมวลชนต่างๆ ที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน จึงได้มีการปรับกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบและยุทธวิธีให้เป็นไปตามกฎหมาย อย่างแผนกรกฎ 52 เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมต่อประเทศ ตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกเตรียมและกำหนดตัวบุคคลที่เข้ามารับผิดชอบและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ กองบังคับการ จนถึงสถานีตำรวจ พร้อมทั้งตรวจสอบเครื่องมือหรืออุปกรณ์ รวมทั้งยุทธวิธีในการดูแลความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งที่ ที่ 315/2555 ผบ.ตร.มอบหมายพล.ต.อ.อดุลย์ เป็นหัวหน้าด้านความมั่นคง โดยมีผู้ช่วยระดับเทียบเท่ารองผบ.ตร. 2 ท่าน คือ พล.ต.อ.วรพงษ์ และพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ปรึกษา (สบ10) ผู้ช่วยผบ.ตร.อีก 3 ท่าน คือ พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รวมทั้งปรับระบบให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ พล.ต.อ.อดุลย์ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด โดยจะมีการประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์ทุกวันเวลา 10.00 น.
นอกจากมีการสั่งการให้ทุกกองบัญชาการ กองบังคับการ ถึงสถานีตำรวจ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการไว้ช่วยอำนวยความสะดวกรองรับไว้ ได้แก่ ด้านการข่าว ธุรการและกำลังพล ยุทธศาสตร์งานแผน ส่งกำลังบำรุง จิตวิทยา และด้านกฎหมาย ขึ้นมา อีกทั้งจัดเตรียมกำลังสนับสนุนตั้งแต่ ผบ.หมู่ ทั้งในบช.น. และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดต่างๆ ต้องส่งกำลังมาช่วยเหลือหากส่วนกลางต้องการกำลังมาดูแลความสงบเรียบร้อย
ขณะนี้เริ่มมีการเตรียมความพร้อมในการฝึกอบรมในการดูแลการชุมนุมของบช.น. 3 วัน ซึ่งทาง บช.ภ.1, 2 และ 7 เริ่มดำเนินการฝึกแล้ว รวมทั้งมีการตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือทั้งรถฉีดน้ำ โล่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด โดยจะแจ้งให้ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนรับทราบทุกขั้นตอน ด้วยความละมุนละม่อม และปฏิบัติทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้แกนนำต่างๆและผู้ชุมนุมทุกฝ่าย ปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ หากมีการฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า พล.ต.อ.อดุลย์ สามารถปฏิบัติงานได้หรือไม่ เพราะดูแล ปปส. อยู่ด้วยนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า หลังจากที่เคย ดำรงตำแหน่ง เป็น ผบช.ภ.3 ผบช.ภ.9 หัวหน้า ศชต. และดูแลสถานการณ์การชุมนุมเมื่อ 2 ปีก่อน รวมทั้งเป็น รอง ผบ.ตร.สามารถเป็นหัวหน้าด้านงานมั่นคงได้ สามารถทำได้ 2 หน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งงานด้านความมั่นคงอื่นๆ อาจจะมอบให้ผู้ช่วยท่านใดท่านหนึ่งเป็นผู้ดูแล ส่วนผู้บัญชาการเหตุการณ์ในกรณีนี้คือ ผบช.น. หากพิจารณาแล้วว่ากำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ก็สามารถขอทางส่วนกลางโดยมี พล.ต.อ.อดุลย์เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะส่งกำลังจากหน่วยใดไปช่วยเหลือ
เมื่อถามว่ามีการข่าวมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 7 มิ.ย. หน้ารัฐสภานั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ซึ่งขณะนี้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น.จะเป็นผู้ดูแลการชุมนุมทั้งหมด และพล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.น.เป็นผู้ดูแลเรื่องการเจรจาและประสานงานในการจัดพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ได้เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ทางพล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.ภ.1 มาช่วยปฏิบัติงานที่บช.น.เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง ทั้งนี้ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด
เมื่อถามว่าจะเป็นการกักพื้นที่ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อประชุมพิจารณาร่างพรบ.ปรองดองวาระ 3ต่อในวันที่18 มิ.ย.นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว่า ต้องให้ฝ่ายเจรจาเข้าไปตรวจสอบก่อน ถึงแม้ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนของสันติอโศกอยู่ในบริเวณพื้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งภารกิจตำรวจนอกจากการดูแลรักษาความปลอดภัย ก็มีหน้าที่ในการเป็นกันชนและแยกกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยออกจากกัน ส่วนการเตรียมฝ่ายกฎหมายเอาไว้ คงไม่ได้หมายถึงกลัวที่เกิดเหตุการณ์ 7 ต.ค.51 ซ้ำรอย เนื่องจากหลังจากเหตุการณ์นั้น ก็มีปฏิบัติการอื่นๆ ตามมา อย่างแผนกรกฎ 52 ต้องคงเอาไว้ แต่ที่จะไปตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย
เมื่อถามกระแสข่าวที่ย้าย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ มาดูแล ตำรวจจะเอาจริงหรือไม่ กล่าวว่า เป็นเพียงการปรับยุทธวิธีการปฏิบัติงานให้เหมาะสมตามสถานการณ์มากกว่า ซึ่งการย้ายพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น. เป็นการปรับการทำงานเหมือน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น.เข้ามาช่วยราชการ ซึ่งทำงานได้ดีมากโดยตลอด เพียงแต่ว่าเป็นการปรับยุทธวิธีให้สอดรับกับผู้ได้รับมอบหมายระดับตร.เหมือนกรณีพล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.น. ดูแลเรื่องความมั่นคงให้เปลี่ยนมาดูแลเรื่องการเจรจาต่อรองแทนพล.ต.ต.วิชัย และพล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. ดูแลเรื่องจราจรให้มาดูแลเรื่องความมั่นคง ซึ่งเป็นการจัดทีมเพื่อทำงานให้เข้าขากันมากกว่า อย่างไรก็ตามการโยกย้ายดังกล่าว ไม่มีนัยยะอะไร เป็นเพียงการให้เข้ามาช่วยราชการ 30 วัน ถ้าไม่มีเหตุอะไรก็สามารถกลับได้ มั่นใจว่าจะสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ นอกจากดำรงตำแหน่งเป็น เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) และดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา ศปก.ตร.ส่วนหน้าแล้ว พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ยังมีคำสั่งแก้ไขกำหนดลักษณะงานและมอบหมายอำนาจหน้าที่ในความรับผิดชอบให้มาดูแลรับผิดชอบเป็น รอง ผบ.ตร.(งานความมั่นคง) ตามคำสั่งที่ 315/2555 โดยให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา สบ 10(งานความมั่นคง 1) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ปรึกษา สบ10 (งานความมั่นคง 2) พล.ต.ท.อุดม รักศิลธรรม ผู้ช่วย ผบ.ตร. (งานความมั่นคง 3) พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผู้ช่วย ผบ.ตร. (งานความมั่นคง 4) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (งานความมั่นคง 5) ตามลำดับ



