ข่าว

ล้มแล้ว!ช้างป่าสลักพระถูกลูกซองยิง

ล้มแล้ว!ช้างป่าสลักพระถูกลูกซองยิง

06 มิ.ย. 2555

ผวจ.กาญจน์ แฉเหตุช้างป่าสลักพระล้ม เพราะถูกยิงด้วยปืน 2 กระบอก ลูกซองกับไรเฟิล สั่งการ ตร.เร่งจับผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้ ด้าน รองอธิบดี อช.วอนหากพบช้างป่ากินพืชไร่ โทรแจ้งสายด่วน 1362 ทันที

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 55  จากกรณีที่ชาวบ้านพบช้างบาดเจ็บและแจ้งไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับทีมสัตวแพทย์จาก ม.มหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ลงพื้นที่ หมู่ 10 บ้านเขาสิงโต ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ช่วยเหลือช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ 50 ปี สูงประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 3 เมตร น้ำหนักตัวประมาณ 2 ตัน ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณขาซ้ายด้านหลัง ที่อาการบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากบาดแผลเริ่มอักเสบจนทำให้ช้างตัวดังกล่าวไม่สามารถเดินทางกลับเข้าฝูงในเขตฯสลักพระ ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่อุทยานฯและสัตว์แพทย์ลงพื้นที่เข้าทำการผ่าตัดแผลและทำความสะอาด ต่อมาช้างล้มนอนลงและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก และหมดลมหายใจอย่างสงบเมื่อ เวลา 05.45 น. ที่ผ่านมา

         ต่อมาเวลา 10.30 น. นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี ได้เดินทางตรวจสอบและรับทราบสถานการจุดที่ช้างเสียชีวิต โดยมีนายยุทธชัย ปัทมสนธิ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายครรชิต ศรีนพวรรณ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายสัตว์แพทย์ ดร. มาโนชญ์ ยินดี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิทยาเขต คณะสัตว์แพทย์ ม.มหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี พ.ต.อ.โกศล ยามา ผกก.สภ.บ่อพลอย และนายอำเภอบ่อพลอย อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยนายสัตว์แพทย์ ดร.มาโนชญ์ ได้รายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในการรักษาอาการบาดเจ็บของช้างป่าจนกระทั่งช้างทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยผลการผ่าพิสูจน์ซากช้างพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตคืออาหารจากระเพาะทะลักขึ้นมาอุดตันที่หลอดลมและเต็มปากจนทำให้ช้างหายใจไม่ออกและเสียชีวิต สาเหตุอาการทะลักของอาหารน่าจะมาจากการที่มีลมในท้องมากเมื่อมีการขยับตัวมากจึงทำให้ลมตีขึ้น ส่วนแผลที่ขาขวาทางสัตวแพทย์ได้ตัดไปเพื่อนำไปเอกซเรย์เพื่อหาหลักฐานประกอบสำนวนสืบสวน 

         หลังจากนั้น นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องการเสียชีวิตของช้างป่าว่า จากการตรวจสอบบาดแผลที่ถูกยิงนั้นพบว่าคนร้ายได้ใช้กระสุนลูกปลายยิงเข้าตามส่วนต่างๆ และเป็นอาวุธปืนต่างกันรวมทั้งหมด 9 จุด จุดที่สำคัญคือบริเวณเท้าหน้าด้านขวาซึ่งเป็นบาดแผลลึกและเป็นจุดที่ช้างตัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บมากที่สุด และจากการดูลักษณะการยิงจึงเชื่อได้ว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจทำร้ายช้าง ไม่ใช่เป็นการป้องกันตัวแต่อย่างใด เพราะลักษณะของรูกระสุนนั้นเป็นอาวุธที่ร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ราได้สูญเสียช้างป่าไปแล้ว ต่อไปเราจะได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการในการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภายภาคหน้า อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันสร้างเครือข่าวกับชาวบ้านในพื้นที่ที่มีช้างป่าอาศัยอยู่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของชาวบ้านอย่างแน่นอน เนื่องจากชาวบ้านที่อยู่อาศัยในบริเวณนี้ต่างก็มีความผูกพันกับช้างป่าเป็นอย่างดี ในส่วนของคดีซึ่งตนได้สั่งการให้นายอำเภอบ่อพลอยประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยกันติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด ส่วนช้างทางทีมสัตวแพทย์จะทำการผ่าพิสูจน์ร่องรอยที่ถูกยิงซึ่งหากพบกระสุนก็จะมีผลต่อรูปคดีทันที จากนั้นจะนำไปฝังกลบตามจุดที่เจ้าหน้าที่ได้กำหนดเอาไว้

         ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.โกศล ยามา ผกก.สภ.บ่อพลอย กล่าวว่า สำหรับการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุนั้นล่าสุด พล.ต.ต.โชต วีรเดชกำแหง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ชินภัทร ตันศรีสกุล รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เป็นหัวหน้าทีมสืบสวน โดยจะมีการประชุมเพื่อวางแผนหาแนวทางในการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากประชาชนว่า ช้างป่าตัวดังกล่าวถูกคนร้ายยิงในพื้นที่ป่าสลอบ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ช้างเสียชีวิตประมาณกว่า 10 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ของเราจะพยายามติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

         ด้าน นายเริงชัย ประยูรเวช รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า สำหรับการป้องกันช้างป่าลงมากินพืชไร่ของชาวบ้าน และการป้องกันการไม่ให้ชาวบ้านทำร้ายช้างป่านั้นขณะนี้ทางกรมอุทยานได้มีแนวทางในการป้องกันสิ่งนี้เอาไว้แล้วโดยเรามีงบประมาณที่ในการจ่ายชดเชยให้กับชาวบ้านหากช้างป่ามากินพืชไร่ เช่นหากมีช้างป่ามากินพืชไร่ก็ขอให้มันกินไปอย่างไปทำร้ายมัน และขอให้ชาวบ้านโทรแจ้งไปที่สายด่วน 1362 ในทันที เพื่อเราจะได้ทราบและส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจความเสียหายพร้อมกับจ่ายค่าชดเชยตามจำนวนที่เป็นจริง 

         แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันจำนวนช้างในเขตสลักพระมีประมาณ 200 ตัว อาศัยอยู่ในเขตป่าที่มีพื้นที่ประมาณ 800 ตารางกิโลเมตร การหากินของช้างแต่ละตัวเฉลี่ยแล้วประมาณ 4 ตารางกิเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วพื้นที่การหากินของมันนั้นไม่เพียงพอ ตามความเป็นจริงแล้วพื้นที่หากินของช้างป่าจะต้องอยู่ที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตรต่อช้าง 1 ตัวจึงจะเพียงพอต่อความต้องการของมัน

         ดังนั้นในเมื่อพื้นที่ไม่มีเพียงพออีกทั้งช้างป่ายังอยู่กันอย่างหนาแน่น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ช้างออกมาหากินพืชไร่ของประชาชนที่อยู่โดยรอบ ส่วนอีกหนึ่งมาตรการคือเราได้สร้างรั้วไฟฟ้าเพื่อป้องกันช้างออกนอกพื้นที่เอาไว้เป็นระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา แต่มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวทางกรมอุทยานฯ จะพยายามปลูกต้นไม้เพื่อเชื่อมผืนป่าให้ได้เนื่องจากปัจจุบันผืนป่าได้ถูกบุกรุกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดคืนเพื่อนำมาสร้างผืนป่าดังกล่าว