
3ชาติชี้รบ.สอบตกการเมือง
นักธุรกิจ 3 ชาติเอเชีย ให้คะแนนผลงานด้าน ศก. ของรัฐบาล แค่พอผ่าน ส่วนด้านการเมืองสอบตก กว่า 1 ใน 3 ยังห่วงผลกระทบจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPURC) เปิดเผยผลการสำรวจทัศนคติของนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทย จำนวน 128 คน เกี่ยวกับผลงานด้านเศรษฐกิจและการเมืองของรัฐบาลตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งจนถึงกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ทำการสำรวจในระหว่างวันที่ 20 พ.ค.-1 มิ.ย.55 ได้ผลดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 5.5 คะแนน
1.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ได้ 5.9 คะแนน
2.การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ได้ 5.8 คะแนน
3.การเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ได้ 5.7 คะแนน
4.การควบคุมค่าครองชีพของประชาชน ได้ 5.5 คะแนน
5.ช่วยให้ธุรกิจในประเทศมีความพร้อมต่อการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน 5.4 คะแนน
6.ใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ 5.2 คะแนน
7. การควบคุมต้นทุนการผลิต ได้ 5.1 คะแนน
ด้านการเมือง ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 คะแนน
1.ส่งเสริมความยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน ได้ 4.9 คะแนน
2.ความโปร่งใสในกระบวนการกำหนดนโยบาย ได้ 4.6 คะแนน
3.รับฟังความคิดเห็นของภาคธุรกิจ ได้ 4.6 คะแนน
4.รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ได้ 4.3 คะแนน
5.สร้างบรรยากาศทางการเมืองที่ดี ได้ 4.2 คะแนน
ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่สุด ที่อยากจะให้รัฐบาลแก้ไข 38.6 % ระบุถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท 30.2 % ระบุถึงแผนการป้องกันน้ำท่วมที่ชัดเจนและเป็นระบบ 25.1% ระบุถึงการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และอีก 6.1 % ระบุถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น การคอร์รัปชัน การประสานงานกันระหว่างกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มีการสื่อสารนโยบายของรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน เป็นต้น
นายเกียรติอนันต์ กล่าวว่า ความเห็นของนักธุรกิจต่างชาติเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม การที่คะแนนด้านเศรษฐกิจอยู่ในระดับแค่พอผ่าน คือสัญญาณเตือนรัฐบาลว่า จะต้องทุ่มเทกับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจให้จริงจังและเป็นระบบมากกว่านี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นโยบายของรัฐบาลส่วนใหญ่หากไม่เป็นการตอบสนองความต้องการในระยะสั้นของประชาชน ก็เป็นโครงการระยะยาวที่ยังไม่เห็นผลโดยเร็ววัน ยังไม่มีนโยบายทางเศรษฐกิจที่สามารถจะช่วยนักธุรกิจได้จริงในช่วงเวลาอันใกล้ ทำให้นักธุรกิจต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลคะแนนจึงออกมาอย่างที่เห็น
ส่วนในด้านการเมือง ความเห็นที่แตกต่างกันของกลุ่มการเมืองกลุ่มต่างๆ และภาคประชาชน ได้กลายเป็นส่วนผสมอันตราย ที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ หากรัฐบาลต้องการจะลดอุณภูมิทางการเมือง ก็ต้องแสดงให้เห็นว่า รับฟังเสียงของประชาชน และจัดลำดับความเร่งด่วนของการทำงานเสียใหม่ มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประชาชนก่อน เพราะนั่นคือเหตุผลหลักที่ประชาชนลงคะแนนเลือกให้เข้ามาทำงาน



