
ปธ.ศาลรธน.ปูดถูกขู่หลังรับคำค้านแก้รธน.
ศาลรธน.แจงชะลอลงมติแก้รธน.วาระ 3 ยันใช้อำนาจตามที่รธน.ให้ไว้ ปธ.ศาลรธน.ชี้นายกฯคือหัวหน้าอำมาตย์ตัวจริงตามกฎหมาย ยันไม่มีสิทธิห้ามไม่ให้รัฐสภาลงมติ ปูดถูกขู่หลังรับคำร้อง
6มิ.ย.2555 นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงถึงกรณีคำสั่งชะลอการเรียกประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 60,69 ประกอบการชี้แจงว่า บุคคลมีสิทธิฟ้องหน่วยงานรัฐและมีหน้าที่ต่อต้านการได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้ทราบการกระทำ สามารถยื่นคำร้องได้ 2 ช่องทางคืออัยการสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ด้านนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญแค่รับคำร้องไว้พิจารณา ทางสภาฯจะเลื่อนไปสักเดือนเศษ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย นี่เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง ที่มีการร้องอัยการสูงสุดด้วย แต่เรื่องพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินให้อัยการทำฝ่ายเดียวคงไม่ใช่
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีสิทธิที่จะก้าวล่วงหรือห้ามไม่ให้รัฐสภาลงมติร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 แต่สาเหตุที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติดังกล่าวก็เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ได้ให้อำนาจไว้และเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สุ่มเสี่ยงที่จะเห็นการล้มล้างการปกครอง ดังนั้น หากรัฐสภาจะลงมติอย่างไรก็เป็นสิทธิแต่เมื่อลงมติไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าการคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเช่นนี้เป็นการทำเพื่ออำมาตย์หรือไม่นายวสันต์ ถามกลับว่าใครถืออำมาตย์และได้กล่าวต่อว่า "หัวหน้าอำมาตย์ตัวจริงคือนายกรัฐมนตรี ผู้นำสูงสุดของประเทศตามกฎหมาย
ส่วนเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เป็นการจินตนาการไปเอง รู้ตัวดีว่าไม่มีอำนาจ นอกเหนือจากที่รัฐธรรมนูญให้ไว้
ขณะที่ นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ รองโฆษกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขบวนการของสภาฯสะดุดชั่วคราว แต่จะสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทย และนานาประเทศว่าไทยมีการใช้อำนาจอธิปไตยถ่วงดุลย์ ตามหลักนิติธรรม สำหรับการรับคำร้องของศาล ทำเพื่อตรวจสอบ ถ้าไม่พบความผิดก็ยกคำร้อง ขบวนการเดินได้ปกติ
ปธ.ศาลรธน.ปูดถูกขู่หลังรับคำค้านแก้รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แถลงข่าวเสร็จสิ้น ยังได้พูดคุยนอกรอบกับสื่อมวลชนว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับพิจารณา 5 คำร้อง เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามาข่มขู่ตน ซึ่งตนก็ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด ขณะที่การรักษาความปลอดภัยกับคณะตุลาการฯ ก็ไม่ได้สั่งเพิ่มทีมรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ
"อุดมเดช"ไม่เชื่อใช้เสียงข้างมากหักลงมติแก้รธน.
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงข้อสังเกตที่ว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 8 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ อาจจะมีการใช้เสียงข้างมากขอให้ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระสามว่า โดยหลักการแล้วหากใช้เสียงข้างมากของที่ประชุมสภาเสนอให้โหวตนั้นสามารถทำได้แต่เชื่อว่าที่ประชุมคงจะไม่ทำแบบนั้นเพราะจะทำให้เรื่องบานปลายไปใหญ่หรือจะมีความขัดแย้งขึ้นไปอีก และเชื่อว่าประธานสภาฯคงไม่ทำอย่างนั้น เช่นกัน
"พีรพันธ์"ชี้ยังมีช่องเสนอโหวตรธน.วาระ3
นายพีรพันธ์ พาลุสุข ส.ส. ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ว่าอำนาจการบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระจะเป็นอำนาจตรงของประธานรัฐสภา แต่หากมีสมาชิกเสนอญัตติด่วนด้วยปากเปล่าที่ประชุมก็ไม่สามารถเลี่ยงที่จะไม่พิจารณาได้ ทั้งนี้ในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้หารือเฉพาะในส่วนของคำสั่งศาล ยังไม่ได้คุยเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการจะลงมติในวาระสามหรือไม่
"รัฐศาสตร์มก."ยุสภาฯเมินคำสั่งศาลรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนนำโดย นายธนพร ศรียากูล นายกสมาคมเเละนายกิตติศักดิ์ เจิมสิทธิประเสริฐ กรรมการวิชาการ สมาคมรัฐศาสตร์เเห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ออกแถลงการณ์สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เรื่อง “มติและคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ”โดยระบุว่า สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเรียกร้องให้1. ประธานรัฐสภา มีความแน่วแน่ในหลักการดังกล่าว ตัดสินใจเพิกเฉยต่อคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ และดำเนินการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิมเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช... วาระสาม ให้แล้วเสร็จ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และ 2. อัยการสูงสุด เร่งรัดการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 68 วรรค 2 โดยด่วนต่อไป เพื่อสร้างความกระจ่างแจ้ง ให้กับผู้ร้องและสาธารณชน
อัยการประชุมลงความเห็นกรณีแก้รธน.7มิ.ย.
นายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบุคคลและคณะบุคคล 6 ราย ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 416 ส.ส. และ ส.ว. เสนอแก้รธน. มาตรา 291 เพื่อยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ ตาม รธน.มาตรา 68 ว่า ในวันที่ 7 มิ.ย.) เวลา 13.00 น. คณะกรรมการจะร่วมประชุมกันเพื่อพิจารณาเอกสารที่ได้จากคำร้อง และที่ได้ขอเพิ่มเติมจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และศาลรัฐธรรมนูญ หากอัยการได้เอกสารครบถ้วนก็สามารถมีความเห็นเสนอนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดได้ทันทีว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามาตรา 68 ได้หรือไม่ หรือคำร้องไม่มีมูลข้อเท็จจริงที่จะเกิดการกระทำที่จะให้ยื่นคำร้องได้ตามมาตรา 68 โดยขณะนี้ให้ฝ่ายเลขา ฯ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดูแลเรื่องการติดตามเอกสารจากสภาและศาลรัฐธรรมนูญ



