ข่าว

'อภิสิทธิ์'ฉะรบ.เมินปลดชนวนขัดแย้ง

'อภิสิทธิ์'ฉะรบ.เมินปลดชนวนขัดแย้ง

06 มิ.ย. 2555

'อภิสิทธิ์' ฉะ รบ.เมินปลดชนวนความขัดแย้งในบ้านเมือง หลังฝ่ายค้านแนะออกพรฏ.ปิดสมัยประชุม จวก 'เสื้อแดง' ระดมพลกดดันศาล พร้อมขอศาล รธน.ยึดมั่นในหลักการทำสิ่งถูกต้อง

                        8 มิ.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่า เรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องมรสุม แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลสร้างขึ้นและไม่ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะปลดชนวนความขัดแย้งในบ้านเมือง แม้ฝ่ายค้านจะทำหนังสือไปยังรัฐบาลเพื่อให้ออกพระราชกฤษฏีกาปิดสมัยประชุมแต่รัฐบาลก็ไม่ตอบสนองแต่อย่างใด ซึ่งคงต้องไปถามนายกฯว่าเพราะเหตุใดจึงไม่อยากให้เรื่องต่างๆเรียบร้อย ล่าสุดตนได้ข่าวมาว่า จะมีการประชุมในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ ที่จะพิจารณากรอบเจรจาระหว่างประเทศหลายฉบับและแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนการจะลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นไม่สามารถตอบได้

                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่ได้แสดงความเห็นต่อท่าทีจากแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เห็นด้วยกับมติของศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากและจะใช้สิทธิ์อภิปรายในการประชุมวันที่ 8 มิ.ย.นั้นมองว่า เป็นความพยายามในการปลุกระดมเพื่อให้เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นปฏิปักษ์กับตัวเองเพื่อหวังผล เพราะการที่จะล้างผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและพรรคพวกตนเอง จะต้องอาศัยรัฐธรมนูญและกฏหมายปรองดองควบคู่กันไป ดังนั้นหากกฏหมายปรองดองเข้าสภาก็จะมีการยื่นให้ศาลรธน.ตีความ ทางกลุ่มเสื้อแดงก็จะระดมพลไปกดดันศาล ขณะที่อีกทางหนึ่งก็มีการล่าลายชื่อถอดถอน

                        “ทั้งหมดต้องการกดดันศาล เพื่อให้ผ่านกฎหมายที่จะทำลายระบบนิติรัฐ นิติธรรม คนผิดไม่ต้องรับผิด แล้วก็ต่อไปวันข้างหน้า การต่อสู้ทางการเมืองความหมายก็คือว่า ชัยชนะ อำนาจ คือความถูกต้องหมด จะเป็นปัญหามาก ผมขอให้กำลังใจศาลในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายถูกโยกย้ายซึ่งเห็นภาพชัดว่า ไม่ตอบสนองการทำงานของรัฐบาล ซึ่งต้องไปถามว่าเป็นสาเหตุที่แท้จริงหรือไม่ แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตุค่อนข้างชัดว่า ตำรวจในพื้นที่ต่างๆที่ถูกย้าย เห็นบอกแม้กระทั่งที่จัดปราศรัยกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นก็โดนย้ายเรียบร้อย ดังนั้นต้องช่วยกันกระตุ้นให้รัฐบาลตระหนักว่า หากทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วจะเป็นการแบ่งแยกประชาชน ทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกมากขึ้น หากนายกรัฐมนตรียังลอยตัวกับปัญหาเหล่านี้ ก็เท่ากับเป็นการยอมรับพฤติกรรมเหล่านี้ แล้วไม่ต้องการจะรับผิดชอบใช่หรือไม่

                        นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหากศาลวินิจฉัยได้ถูกใจ ก็จะไม่มีการดำเนินการอะไร แต่หากผลการตัดสินไม่พอใจ ก็จะมีการกดดันศาล จึงเป็นที่มาของตอนนี้ที่ทางพรรคเพื่อไทยมีแนวความคิดทั้งในแง่ของการที่จะไปถอดถอนบ้าง แล้วก็ไปแก้รัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าจะต้องให้องค์กรเหล่านี้มายึดโยงกับประชาชน แต่แท้ที่จริงก็คือว่า พยายามดูช่องทางว่าจะกลับเข้าไปแทรกแซงได้เหมือนกับสมัยประมาณปี 44-45 จนถึง 47-48 อย่างไร

                        เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาทางพรรคเพื่อไทย ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายพานทองแท้ ชินวัตร และจาตุรนต์ ฉายแสง ออกมาพูดเรื่องการทำรัฐประหาร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เขาคงเล่านิทานแข่งกันไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องไร้สาระมากๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้พยายามสร้างเรื่องทำให้เกิดความขัดแย้ง ความแตกแยก

                        ส่วนการที่แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยบอกว่ามีการใช้อำนาจตุลาการแทรกแซงอำนาจฝ่ายบริหาร และเป็นการแทรกแซงอำนาจในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กติกาทุกอย่างถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการสร้างประเด็นเล่านิทานเบี่ยงเบน สุดท้ายจะเกิดปัญหาทำให้สับสน เพื่อทำให้ต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญในการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจตุลาการ ซึ่งเรื่องนี้ ศาลควรจะต้องออกมาอธิบายเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

 

ปชป.จี้ปปช.ตรวจบัญชีเงิน'สมศักดิ์'หลังพบเงินเพิ่ม100ล.

                        นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่เว็บไซต์ศูนย์ข่าวอิสรา เปิดเผยข้อมูลว่า นายสมศักดิ์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เป็นเงินถึง 100 ล้านบาท

                        ทั้งนี้ได้เรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา แสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่าในการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ จะไม่มีการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม อย่างไรก็ตามหากเสียงข้างมากในสภาฯ เร่งให้มีการเดินหน้าโหวตรัฐธรรมนูญวาระสาม ตนยืนยันว่าจะสู้เต็มที่ หากอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

                        ด้านนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าตนขอให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญ และอย่าหวั่นไหวต่อแรงกดดัน ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และรัฐบาลเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย