
จับ'เดียร์-พรางชมพู'ยิงเก๋งนศ.ดับ1
รรท.ผบช.ภ.1 แถลงจับ 'เดียร์' พรางชมพู หลังก่อเหตุร่วมกับพวกรวม 4 คน ควบกระบะ ไล่ยิงเก๋งนักศึกษา ดับ 1 สาหัส 1 บนมอเตอร์เวย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. 55 ที่ห้องประชุม สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รอง.ผบช.ภ.1 รรท.ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วรพจน์ ชูเชิด ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผกก.สภ.คูคต ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นักศึกษา เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดบนถนนมอเตอร์เวย์ โดยผลการจับกุมสามารถจับผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 2 ราย ประกอบด้วยนายกิตติ หรือเดียร์ พรมชัยสงค์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/44 ม.2 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมด้วยของกลาง เป็นอาวุธปืนยาวยี่ห้อ FNC รุ่น 6330 ขนาด 5.56 มม. ทาสีชมพู จำนวน 1 กระบอก และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ฒต 8046 กทม.
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีเทา หมายเลขทะเบียน ฎส 4178 กทม. เป็นเหตุให้นายปฎิญญา ปริมประภา คนขับรถคันดังกล่าวเสียชีวิต และ น.ส.พร (ขอสงวนนาม) ที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.คูคต ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ส่งชุดสืบสวนสอบสวน ออกติดตามหาข่าว จนทราบว่า กลุ่มคนร้ายที่ลงมือในครั้งนี้มีด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วย นายกิตติ พรมชัยสงค์ , นายเอ (นามสมมติ) , นายมานะ หรือนะ พูนโมมะดัน และนายสมเกียรติ หรือเกียรติ หนูรัตน์
โดยทราบว่า ในคืนวันเกิดเหตุ นายกิตติ ได้ร่วมกับพวกรวม 4 คน เดินทางไปที่สนามแข่งรถคลองห้า โดยใช้รถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ ของนายกิตติ เป็นพาหนะ และเมื่อเดินทางไปถึงสนามแข่งรถ ก็ได้พบกับนายฐากูร ซึ่งเคยมีเรื่องบาดหมาง ทะเลาะวิวาทกันมาก่อน เมื่อมาเจอกันในสนามแข่งรถ นายกิตติ จึงได้วางแผนล้างแค้น โดยหลังจากที่จบการแข่งขันแล้ว นายกิตติ ได้ร่วมกับพวกรวม 4 คน ขับรถกระบะโตโยต้า ติดตามรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ของนายฐากูร ออกจากสนามแข่ง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า แต่การติดตามรถฮอนด้าในครั้งนี้ เป็นการตามผิดคัน เพราะว่านายฐากูร นั้นรู้ตัวว่าจะถูกติดตามปองร้าย จึงได้เปลี่ยนรถยนต์ โดยย้ายไปนั่งรถยนต์เก่ง BMW ซึ่งเป็นรถของเพื่อนอีกคัน และขับออกจากสนามแข่งรถ ก่อนจะเลี้ยวหลบเข้าไปที่หลังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จากนั้นกลุ่มของนายกิตติ ก็ขับรถตามรถยนต์ฮอนด้า ไปจนถึงที่เกิดเหตุเพราะเข้าใจผิดว่ารถคันดังกล่าวนั้นมีนายฐากูรนั่งมาในรถ จึงใช้อาวุธปืนกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
ซึ่งหลังจากสืบสวนสอบสวนจนได้หลักฐานชัดเจนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คน จากศาลจังหวัดธัญบุรี และสามารถติดตามจับกุมตัวนายกิตติ และนายเอ (นามสมมติ) เอาไว้ได้ พร้อมด้วยของกลางทั้งอาวุธปืนและรถยนต์กระบะ ของนายกิตติ ซึ่งในเบื้องต้นนั้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพว่า อยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ไม่ใช่คนยิง โดยนายกิตติ นั้นเป็นเจ้าของรถและเป็นคนขับรถ โดยมีนายมานะ พูนโมมะดัน เป็นคนยิง แต่ยอมรับสารภาพว่า อาวุธปืนเป็นของตนเอง และที่ทาสีชมพูนั้น ก็เพื่อพรางตาสำหรับผู้พบเห็นให้คิดว่าเป็นปืนปลอม
ด้าน พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจำนวน 2 ราย ส่วนนายมานะ พูนโมมะดัน มือปืน และนายสมเกียรติ หนูรัตน์ ที่ร่วมกันก่อเหตุยังคงหลบหนีอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นั้นได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถติดตามจับกุมตัวนายมานะได้ จะมีรางวัลให้จำนวน 1 แสนบาท ส่วนนายสมเกียรติ มีรางวัลให้ 3 หมื่นบาท ส่วนนายฐากูร คู่กรณีของนายกิตติ ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มาปรากฏตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเชื่อว่าชีวิตของเขานั้นก็คงจะไม่น่าปลอดภัย จึงอยากให้ติดต่อมาที่ สภ.คูคต หรือจะติดต่อมาที่ตนเองก็ได้ โดยสามารถติดต่อมาได้ตลอด 24 ชม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติ นั้นมีประวัติโชกโชน และเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด จนได้ฉายาว่า เดียร์ พรางชมพู เพราะอาวุธปืนที่ใช้จะทาสีชมพู เพื่อปิดบังสายตาคนอื่นให้มองว่าเป็นปืนปลอม ซึ่งจนถึงขณะนี้นายฐากูร คู่กรณีของนายกิตติ ก็ยังไม่ปรากฏตัวแต่อย่างใด



