ข่าว

'สนธิ'จี้'คำรณวิทย์'อย่า2มาตรฐานปราบม็อบ

'สนธิ'จี้'คำรณวิทย์'อย่า2มาตรฐานปราบม็อบ

06 มิ.ย. 2555

'สนธิ'ลั่นพร้อมชุมนุมใหญ่ หากรบ.ล้ำเส้น 2 เงื่อนไข 'ลดอำนาจสถาบัน-ล้างผิดทักษิณ' จี้ 'คำรณวิทย์' อย่า 2 มาตรฐานปราบม็อบ บี้ 'เฉลิม-เพรียวพันธ์' รื้อคดียิงถล่ม 200 นัด ด้านตำรวจพร้อมรับมือม็อบการเมือง ยันมาตรการเบาไปหาหนักยึดหลักสากล

                  เมื่อเวลา 12.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)  กล่าวว่า พันธมิตรเคยประกาศมาตั้งแต่ต้นว่าจะออกมาชุมนุม 2 กรณี 1.มีกระบวนการของรัฐบาลและสภาทำให้เป็นการสั่นคลอนหรือทำลายสถาบันกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ มาตรา 112 หรือการลดพระราชอำนาจ 2.มีการดำเนินการออกกฎหมายเพื่อยกโทษความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญขณะนี้ยังไม่เห็นเนื้อหาสาระ แต่ถ้าการร่างรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาเข้าข่าย 2 กรณีหลักที่พันธมิตรตั้งเป็นเงื่อนไขก็จะออกมาชุมนุมทันทีเช่นกัน นอกจากนี้ เรื่องร่าง พรบ.ปรองดอง ที่มีการชุมนุมไม่ถอย เพราะเป็นการเอาเข้าไปตัดสินใจในสภาโดยใช้เสียงข้างมาก ไม่ฟังเสียงประชาชนทั่วประเทศ ใช้วิธีพวกมากลากไปกลุ่มพันธมิตรยืนยันไม่ยอมเด็ดขาด ดังนั้น อย่าประมาทจุดยืนพันธมิตร 2 เรื่องนี้เราตีเส้นให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าล้ำเส้นเมื่อไหร่ ก็พร้อมออกทุกเมื่อ

                   นายสนธิ กล่าวต่อว่า ขณะที่สภาจะพิจารณาวาระ 3 ในร่างแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของสภาตกลงว่าจะฟังคำสั่งศาลหรือฝืนคำสั่งศาล หากไม่ทำตามเป็นเรื่องที่สภา พรรคเพื่อไทย และศาลจะเผชิญหน้ากันเอง ส่วนการประชุมสภาวันที่ 8 มิ.ย.นี้ กลุ่มพันธมิตรจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้าพบว่ามีการสอดแทรกร่าง พรบ.ปรองดอง เมื่อไหร่จะออกทันที ซึ่งตนก็ไม่เชื่อใจรัฐบาลชุดนี้ได้ว่าจะสอดแทรกร่างร่าง พรบ.ปรองดอง หรือไม่ แต่ถ้าสอดแทรกพันธมิตรจะออกมาพร้อมจะยกรถดับการชุมนุมและยื้ดเยื้อด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่มีสิทธิตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เพราะต้องฟังคนที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งคนต่างประเทศจะเอาอย่างไรก็อยู่ที่คนในประเทศเสนอเพราะอยากเอาหน้า หรืออยากได้ตำแหน่งทั้งสิ้น

                   นายสนธิ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บรรยากาศตอนนี้เหมือนสมัยที่ตนสู้กับพ.ต.ท.ทักษิณใหม่ๆ เริ่มมีการใช้กำลังตำรวจกดดัน อาทิ คนขับรถของตนโดนค้นตัวว่าพกอาวุธหรือไม่ จึงอย่าประหลาดใจ เพราะตำรวจชุดนี้กำลังใช้อำนาจรัฐเข้าไปปราบปรามแกนนำ ตนจะไม่พูดถึงพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพราะรู้อยู่แล้วว่าพล.ต.ต.คำรณวิทย์มาเพราะใคร หากเมื่อไปตรวจสอบประวัติพล.ต.ต.คำรณวิทย์ก็จะรู้ว่าจิตใจเป็นอย่างไร เพราะอยู่ในค่ายเดียวกับ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง 2 คนนี้เคยไปปราบปรามภาคใต้อย่างรุนแรงมาแล้ว ทั้งนี้ ซึ่งสิ่งที่พล.ต.ต.คำรณวิิทย์พูดว่าไม่อยากให้ชุมนุมบนถนน เพราะจะทำให้ประชาชนเดืิอดร้อน ก็สะท้อนให้เห็นว่าจะใช้วิธีการสลายการชุมนุม และไม่เข้าใจหลักรัฐธรรมนูญแม้แต่นิดเดียว จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากที่สังคมไทยมีตำรวจเช่นนี้

                   "ผมไม่อยากให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ มีสองมาตรฐาน ไหนเสื้อแดงจะชุมนุมอยู่แล้ว กรุณาอย่าให้เสื้อแดงกีดขวางการจราจรตามที่พล.ต.ต.คำรณวิทย์พูด ไม่ใช่เสื้อแดงชุมนุมแล้วอลุ่มอล่วยกัน แต่พอพันธมิตรออกแล้วกลับไม่อลุ่มอล่วย  จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะจับตามองมาก และผมขอเรียกร้องร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผูัที่รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนจะคิดว่าพันธมิตรชุมนุมเกะกะการจราจร ช่วยรื้อฟืนสำนวนคดีที่ผมถูกยิงเกือบ 200 นัดด้วย"นายสนธิกล่าว

                   ด้าน พล.ต.จำลอง กล่าวสั้นๆว่า กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินถึงคนเสื้อแดงบอกว่า ถูกกลั่นแกล้ง และมีฐานะร่ำรวยก่อนมาเป็นนักการเมือง มีเงิน 64,000 ล้านบาท หากไม่เชื่อให้มาถามตนนั้น ขอยืนยันตนไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีเงินจำนวนเท่าไหร่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยบอก และตนก็ไม่เคยถามด้วย เพราะไม่รู้จะถามไปทำไม รู้แค่ว่ารวย มีเงินมากเท่านั้น แต่ไม่รู้จำนวน

 

ตำรวจพร้อมรับมือม็อบการเมือง ยันมาตรการเบาไปหาหนักยึดหลักสากล

                    พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (ผบก.อคฝ.) รับผิดชอบภารกิจปราบจลาจลและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการทำหน้าที่ทั้งหมวก กระบอก โล่ อุปกรณ์ประจำกายพร้อมใช้งานอยู่แล้ว แม้จะห่างหายจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองมา 2 ปีอุปกรณ์บางอย่างอยู่ในสภาพเก่า ผ่านการใช้มาอย่างโชกโชนจนทรุดโทรม แต่ยังถือว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งขณะนี้มีกำลังทั้งหมด 5 กองร้อยเป็นปราบจลาจลชาย 4 กองร้อย และปราบจลาจลหญิง 1 กองร้อย

                    "ส่วนแก๊สน้ำตาและรถปืนฉีดน้ำแรงดันสูงก็มีเพียงพอ มีการสั่งซื้อแก๊สน้ำตาชุดใหม่เข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นชนิดไม่มีสะเก็ดระเบิดรุนแรง ไม่ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ นอกจากแสบตาเท่านั้น ขณะที่รถควบคุมฝูงชนราคา 27 ล้านบาท ที่เพิ่งซื้อมาจากประเทศเกาหลีก็อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ส่วนรถส่งคลื่นเสียงระยะไกล (LRAD) มี 2 คัน และยังมีเครื่องส่งสัญญาณคลื่นเสียงรบกวนอีก 5 เครื่อง" ผบก.อคฝ.กล่าว

                   พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่ละหน่วยจะมีอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ตชด. คอมมานโดกองปราบปราม และตำรวจภูธร ซึ่งผ่านการฝึกอบรจากศูนย์ฝึกอบรมกลางศาลายาทั้งสิ้น เพื่อให้เกดความชำนาญ ลดความสูญเสียโดยผู้บังคับบัญชากำชับว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ใช่คนร้าย เป็นเพียงประชาชนที่ออกมาเรียกร้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่จะต้องไม่ทำร้ายประชาชน ให้ยึดหลักความเป็นธรรมเสมอและให้ใช้มาตรการควบคุมฝูงชนจากเบาไปหาหนักตามหลักสากล