
วิกฤติสินเชื่อบ้าน หนามยอกอกผู้ซื้อ-ผู้ขาย
แบงก์ไม่ปล่อยกู้ คือปัญหาใหญ่ที่จุกอกทั้งผู้ซื้อผู้ขายบ้าน คอนโด ที่ขณะนี้ผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างหาช่องทางช่วยบรรเทาให้ลูกค้า พร้อมๆ กับการเร่งแก้ปมยอดการปฏิเสธสินเชื่อกู้ซื้อบ้านของธนาคารพาณิชย์ การรวมมือระหวางสถาบันการเงินและผู
ในการใหขอมูลรายละเอียดและขั้นตอนที่เกี่ยวของกับการขอสินเชื่อที่อยูอาศัยแกกลุมลูกคาที่กําลังผอนชําระเงินดาวน เพื่อใหลูกค้าไดเตรียมความพรอมกอนการขอสินเชื่อที่อยูอาศัย รวมถึงผูประกอบการอาจใหลูกคาที่ขอกูไมผ่านทําสัญญาเช่าแทนการซื้อขายที่อยูอาศัยเปนระยะเวลาหนึ่ง หากลูกคามีประวัติการผอนชําระที่ดี ก็อาจจะเปลี่ยนจากการเช่ามาเปนการซื้อแทน เปนตน
ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์
"โอภาส ศรีพยัคฆ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า ตั้งแต่ต้นปี 2552 แอล.พี.เอ็น.ได้ปรับกลยุทธ์การส่งมอบห้องชุดให้แก่ลูกค้าใหม่ โดยเร่งขั้นตอนให้เร็วขึ้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกสำหรับห้องชุดที่แล้วเสร็จพร้อมโอน จะให้ลูกค้ายื่นขอกู้กับทุกธนาคารที่เข้าร่วมพร้อมกัน เพื่อลดระยะเวลาในการขออนุมัติสินเชื่อ และส่วนที่ 2 สำหรับห้องชุดที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จะให้ลูกค้าเริ่มยื่นกู้ตั้งแต่ก่อนห้องชุดใกล้แล้วเสร็จ เมื่อห้องชุดเรียบร้อย ลูกค้าตรวจรับก็พร้อมโอนทันที หากขอสินเชื่อผ่าน
ทั้งนี้ การที่ให้ลูกค้ายื่นขอสินเชื่อพร้อมกันหลายแบงก์นั้น จะทำให้มีการแข่งขันกันปล่อยกู้ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มโอกาสของลูกค้าจะได้รับสินเชื่อจากแบงก์ใดแบงก์หนึ่งมากขึ้นในระยะเวลาที่เท่ากัน ซึ่งจะช่วยร่นเวลา ลดขั้นตอนในการขอสินเชื่อ จากเดิมที่ให้ลูกค้ายื่นทีละแบงก์ หากลูกค้าถูกตีกลับสินเชื่อในแบงก์แรก ก็จะต้องยื่นแบงก์ที่สอง และสาม ทำให้เสียเวลาในส่วนนี้เกือบ 6 เดือน กว่าจะสามารถโอนได้ และภายหลังจากมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สามารถร่นเวลาลงเหลือ 3 เดือน
ในช่วงที่ผ่านมา แอล.พี.เอ็น.ไม่ได้เผชิญกับปัญหาลูกค้าถูกปฏิเสธสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลต่อเนื่องให้ระยะเวลาในการส่งมอบลูกค้าล่าช้ามาก ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ปีนี้จึงต้องหาวิธีที่จะเร่งการโอนให้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องหาช่องทางที่จะหาลูกค้าใหม่เข้ามาซื้อห้องชุดที่เหลือขายหรือห้องชุดที่ถูกสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อนั้นกลับมาขายใหม่
วิธีการดังกล่าวส่งผลให้สถิติรีเจกท์สินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 9% ในปีที่ผ่านมา เป็น 11% ในปีนี้ แต่ โอภาส บอกว่าเป็นตัวเลขที่ยอมรับได้ เพราะถึงจะมียอดรีเจกท์ที่สูงขึ้น แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อได้เร็วขึ้น
แนะออมเงินก่อนซื้อบ้าน-คอนโด
ด้าน "วสันต์ เคียงศิริ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า ส่วนตัวยังคงมีความเห็นว่า การออมยังคงเป็นวิธีการที่ดีและถูกต้องที่สุดในการเตรียมความพร้อมที่จะลงทุนหรือซื้อที่อยู่อาศัย เพราะการออมก่อนซื้อทำให้ผู้กู้สามารถกู้เงินกับธนาคารมีโอกาสที่จะผ่านได้ง่ายขึ้น และวงเงินที่ขอกู้นั้นก็น้อย ภาระในการผ่อนก็น้อยลง ขณะเดียวกัน ทั้งแบงก์ และผู้ประกอบการเองก็ลดความเสี่ยงด้วย
"ผมว่าการออมก่อนซื้อ ไม่ว่าจะฝากกับแบงก์หรือผ่อนดาวน์กับโครงการ 20% ที่เหลือ 80% นั้น มีโอกาสผ่านได้ง่าย วิธีการนี้ดีกว่าการค้ำประกัน" วสันต์ให้ความเห็น
ความคิดเห็นหรือทางออกในการแก้ไขปัญหาการปฏิเสธการปล่อยกู้ของธนาคารนั้น มีมาให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ประเด็นที่นาจะเปนขอพิจารณาสําหรับผูที่ตองการซื้อที่อยูอาศัย คือ ผูที่ตองการซื้อที่อยูอาศัยควรจะหาข้อมูลหรือปรึกษาสถาบันการเงิน ถึงความเหมาะสมในการขอสินเชื่อที่อยูอาศัย เพื่อปองกันปญหาการกูไมผาน หรือไมสามารถขอสินเชื่อไดตามวงเงินที่ตองการ โดยเฉพาะเมื่อมีการผอนชําระเงินดาวนเสร็จเรียบรอยแลว
นอกจากนี้ ผูที่ตองการซื้อที่อยูอาศัยควรศึกษาความมั่นคงของโครงการ ทําเล และที่ตั้ง ใหดีกอนตัดสินใจ เพื่อปองกันปญหาที่จะเกิดขึ้นในการขอสินเชื่อภายหลังได
ดานการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินนั้น คาดวาแนวทางการดําเนินการของผูประกอบการคงจะประกอบไปดวยการเนนกลุมลูกคาที่มีคุณภาพ โดยการเลือกเจาะกลุมลูกคาเฉพาะที่มีความมั่นคงในหนาที่การงาน และระดับรายไดในระยะขางหนา เชน กลุมลูกคาที่ทํางานรัฐวิสาหกิจ กลุมลูกคาที่มีอาชีพเฉพาะที่ไมไดรับผลกระทบมากนักจากวิกฤติเศรษฐกิจ เชน กลุมวิชาชีพแพทย เปนตน
การเครงครัดการปลอยวงเงินสินเชื่อ สถาบันการเงินจะปลอยวงเงินสินเชื่อตามความสามารถการผ่อนชําระสินเชื่อของผูกูแตละราย โดยขั้นพื้นฐานนั้น สถาบันการเงินจะคํานวณจากภาระรายจายและรายไดของผูกู แมวาสถาบันการเงินจะปลอยสินเชื่อสูงสุดรอยละ 80-90 ของราคาประเมินหรือราคาขายก็ตาม แตหากคุณสมบัติของผูกูไมถึงเกณฑขั้นสูงที่ระบุไว ผูกูอาจจะไดเพียงรอยละ 70 หรือนอยกว่าตามวงเงินที่ตองการ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้ที่ไมกอใหเกิดรายได ทําใหผูที่ตองการซื้อที่อยูอาศัยจําเปนตองพึ่งพาเงินออมของตนมากขึ้นในระยะขางหนา
นอกจากสถาบันการเงินจะเพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อแลว ในปนี้สถาบันการเงินคงจะปรับระบบการติดตามดูแลพอรตสินเชื่อของลูกคาอยางใกลชิด โดยเจาหนาที่ของสถาบันการเงินคงจะติดตอไปยังลูกค้า เมื่อลูกคาเริ่มผิดนัดชําระหนี้ เพื่อสอบถามถึงปญหาและเตือนใหลูกคาชําระหนี้และสามารถที่จะแกไขปัญหาไดทันกอนที่จะกลายเปนหนี้ที่ไมกอใหเกิดรายได
ปรียา เทศนอก



