ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'อ้อนทุกฝ่ายร่วมต้านโกง

'ยิ่งลักษณ์'อ้อนทุกฝ่ายร่วมต้านโกง

06 มิ.ย. 2555

'ยิ่งลักษณ์' อ้อนทุกฝ่ายร่วมต้านโกง หลังสอบตกคะแนนแพ้เพื่อนบ้าน ชี้คอรัปชั่นเป็นผลกระทบด้านความมั่นคงและความมั่นใจของนักลงทุน

              เมื่อเวลา 09.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต” ในงานนิทรรศการและการสัมมนาผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่1 (พ.ศ.2551-2555) ว่า การทุจริตเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่กลับถูกมองว่า เป็นสิ่งที่ถูกดังนั้นเราต้องรณรงค์ต่อต้านการทุจริตไม่ให้วงจรนี้กลับมาสู่ระบบของประเทศไทยอีก เพราะจากที่ผ่านมาคะแนนคอรัปชั่นของประเทศไทยคะแนนอยู่ที่ 3.4 จากเต็ม10 เมื่อเทียบความโปร่งใสกับนานาขาติเราด้อยกว่าสิงคโปร์และมาเลเซียที่อยู่ภูมิภาคเดียวกัน ส่วนปีนี้บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงและเศรษฐกิจก็ให้คะแนนของไทยยังไม่ขึ้นมาอยู่ที่ 5.25 ก็ยังไม่ขึ้นมา

               “ ดังนั้นเราต้องกลับมาร่วมกันทำให้ลดลงไป เรื่องของทุจริตคอรัปชั่นเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศต่อความมั่นใจของเอกชน เป็นสิ่งที่รัฐบาลเห็นความสำคัญที่บรรจุวาระนี้เป็นหนึ่งนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ถ้าเรามีความร่วมมือร่วมใจถ้าทำเราจริงจังในการสอดส่องวงจรก็จะไม่หวนกลับมา แม้ยากแต่พลังใจก็จะทำให้ฝ่าฟันไปได้ ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลก็ประกาศเจตนายุทธศาสตร์ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆในการร่วมกันทำงาน ถ้าเราดูจากประเทศที่อยู่ในคอรัปชั่นน้อยที่สุดอย่างสิงคโปร์ ที่มีวิธีการบริหารอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี มีกฎหมายบังคับใช้อย่างจริงจัง จึงอยากเชิญทุกภาคส่วนลุกขึ้นมาทำงานและปลายทางเรามีคำตอบเดียวกัน ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในเรื่องนี้จะมีการปลูกจิตสำนึกและตระหนัก ถ้าใจไม่ร่วมกันก็ทำรูปธรรมให้เกิดขึ้นยาก รวมถึงการพัฒนาองค์กรในเรื่องของความโปร่งใสสุจริต ลดความเสียงลดช่องทางที่จะเกิดทุจริตคอรัปชั่น ไม่ให้เกิดวัฒนธรรมในการซื้อขายตำแหน่ง หากซื้อขายวงจรนี้ก็จะกลับมา และผู้ที่เป็นแหล่งข่าวก็ต้องปกป้อง เพราะคนเราบางทีแจ้งข้อมูลก็หวาดกลัวก็ต้องปกป้องแหล่งข่าวเพื่อให้โปร่งใสขึ้น

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการแก้ไขข้อกฎหมายที่ทำให้โปร่งใสแต่ไม่ใช่เพิ่มภาระกับภาคธุรกิจหรือเอกชนหรือกระบวนการล่าช้าในการทำงาน ถ้าทำให้ถูกทางก็ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น รวมทั้งมีการตรวจสอบ โดยรัฐบาลจะตั้งหน่วยงาน ที่มีสายด่วน 1206 ที่รับแจ้ง และของปปช.ก็มีสายด่วน 1205 ที่รับแจ้งเหตุทุจริตเช่นกัน

               “ ดังพระราชดำรัสของในหลวงเรื่องการทำงานที่ต้องระเบิดจากข้างใน ดังนั้นในการต่อต้านทุจริตอยากให้เกิดจากข้างใน องค์กร เพราะผู้ปฏิบัติรู้ดีและจุดไหนคือความเสี่ยง จุดป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ ” น.ส.ยิ่งลักษณ์