ข่าว

หนุ่มใหญ่คลั่งฟันแม่เลี้ยงดับ

หนุ่มใหญ่คลั่งฟันแม่เลี้ยงดับ

06 มิ.ย. 2555

หนุ่มใหญ่คลั่ง ฟันแม่เลี้ยงตัวเองเสียชีวิต หลังก่อเหตุรอมอบตัว จนท.ตร. แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย

          วันที่ 6 มิ.ย.55  เวลา 05.30น.  ร.ต.อ.พีระวิทย์ เปรมธนารักษ์ พนักงานสอบสวน(สบ1) สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุมีชายหนุ่มคลุ้มคลั่งใช้มีดฟันแม่เลี้ยงตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่318/59 ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง318 ถ.สายรอง แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ฝ่ายสืบสวนสน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง
 
          ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณภายในรั้วหน้าบ้าน พบศาลพระภูมิ รถจักรยายนต์อยู่ในสภาพล้มระเนระนาดถูกรื้อ นอกจากนี้ยังมีข้าวของต่างๆกระจัดกระจายไปทั่ว ภายในบ้านตรงหน้าประตูพบศพนางพรพิมล ปานรักษา อายุ75 ปี นอนเสียชีวิตสภาพศพนอนหงาย บนร่างกายถูกฟันด้วยมีดอีโต้แบบปังตอจนร่างเต็มไปด้วยบาดแผล แขนทั้งสองข้างเกือบขาด ศรีษะด้านซ้ายยุบและมีรอยถูกฟันบริเวณใบหน้า เศษเนื้อกระจัดกระจายเต็มพื้น ใกล้กันพบมีดอีโต้แบบปังตอตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนลงมือก่อเหตุ ทราบชื่อคือนายกมลพัฒน์ ปานรักษา อายุ 36 ปี ลูกเลี้ยงของผู้ตาย โดยหลังก่อเหตุได้ยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบสวนที่สน.ทุ่งสองห้อง
 
          จากการสอบถาม นายคมสันต์ ทองหา อายุ 48 ปี เพื่อนบ้านเล่าว่า บ้านหลังนี้อยู่กัน 3 คน คือนายกมลพัฒน์ นางพรพิมล และนางสาวณัฐภัสสร ปานรักษา อายุ 30 ปี น้องสาวและเป็นลูกติดทางพ่อเหมือนกันกับนายกมลพัฒน์ ซึ่งตอนเกิดเหตุก็อยู่กันทั้ง 3 คน โดยเวลาประมาณ 03.30น. ตนได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน ต่อมาได้ยินเสียงเหมือนกับกระจกแตก ตนนึกว่านายกมลพัฒน์ทะเลาะกับผู้ตายแต่อัดอั้นใจจึงทุบกระจก ไม่คิดว่าจะก่อเหตุฆ่าแม่เลี้ยง   ต่อมาเห็นนางสาวณัฐภัสสรน้องของนายกมลพัฒน์ ได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ จึงรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว จากนั้นตนก็เห็นนายกมลพัฒน์เดินออกมาที่หน้าบ้านในสภาพเสื้อเปื้อนเต็มไปด้วยเลือดและตรงไปรื้อข้าวของที่วางอยู่หน้าบ้านจนพังหมด ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้านและได้ยินคล้ายเสียงคนกำลังใช้เท้ากระทืบแต่ตนมองไม่เห็นว่ากระทืบอะไร ตอนนั้นตนตกใจกลัวจนตัวสั่นไปหมดไม่กล้าทำอะไร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ ก่อนที่นายกมลพัฒน์ จะเดินออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 
          ด้านนายกมลพัฒน์ผู้ต้องหาให้การว่า ตนทำงานเป็นพนักงานขายที่บริษัทขายน้ำยาแอร์แห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ ได้เงินเดือนประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท เป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวคอยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างภายในบ้าน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนยอมรับว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุจริงและยอมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้ยอมรับว่าตนรู้สึกเครียดเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้นอนทั้งวันทั้งคืนมา 4 วันติดต่อกัน เพราะนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตามตนไม่ขอตอบว่าเหตุใดจึงลงมือฆ่าแม่เลี้ยงเพราะรู้สึกเหนื่อยมากแล้วอยากพักผ่อน
 
          ทั้งนี้ระหว่างการสอบสวนนายกมลพัฒน์ นั้น ผู้ต้องหาอยู่ในอาการคล้ายกับสติไม่สมประกอบ พูดจาวกไปวนมา และได้กล่าวเน้นย้ำคำว่า “อีแก่หนังเหนียว” อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ผู้ต้องหายังเคยมีประวัติเข้ารักษาอาการทางประสาทมานานกว่า 15 ปีแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้ายแก่นายกมลพัฒน์ พร้อมกับนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุต่อไป