
'น้ำท่วมชุมพรวิกฤติ'ผู้ว่าฯกฟผ.-สื่อติดเกาะ
น้ำท่วมชุมพรวิกฤต 2 อำเภอ "ท่าแซะ"อพยพกลางดึกไม่กี่ชั่วโมงท่วมสูง 1 เมตร "พะโต๊ะ"ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ นำคณะพร้อมสื่อไปเปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำของชุมชนเจอน้ำป่าหลากท่วม ถูกตัดขาดกลับออกมาจากพื้นที่ไม่ได้
5มิ.ย.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกติดต่อกันมานาน 3 วัน ทำให้ในพื้นที่จังหวัดชุมพรเริ่มประสบปัญหาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหมู่ที่ 1 ต.วังใหม่ หมู่ที่ 1,2,3 ต.บ้านนา อ.เมือง ได้มีน้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลทะลักลงสู่แม่น้ำชุมพร เข้าท่วมพื้นที่ดังกล่าวระดับน้ำสูง 50 เซ็นติเมตร โดยเฉพาะหน้าค่ายเขตรอุดมศักดิ์จังหวัดทหารบกชุมพร ซึ่งเป็นบ้านพักนายทหารการสัญญาบัตร ได้รับความเดือดร้อนอย่าหนัก จน พ.อ.ศรีศักดิ์ เลิศล้ำ รองผู้บังคับการ รักษาการแทนผู้บังคับการทหารบกชุมพร ได้สั่งการให้ หน่วยฝึกทหารใหม่นำกำลังเข้าอพยพเคลื่อนย้านสิ่งของ ขึ้นที่สูง
สำหรับถนนเอซีย 41 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 2 ทั้งขาขึ้นและขาล่อง บริเวณหน้าสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ระดับน้ำได้เอ่อล้นท่วมพื้นผิวถนน สูง 40 เซ็นติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่วนทางด้านเขตพื้นที่ อ.ท่าแซะ ในหมู่ที่ 1,2,4 ต.ท่าข้าม น้ำป่าได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน สวนปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ ระดับน้ำบางพื้นที่สูงถึง 2 เมตร
นายสุรชัย อุทัยรัตน์ นายอำเภอท่าแซะ กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายปัญยม รอดคง ปลัดอาวุโสอำเภอท่าแซะ นำกำลัง อส. พร้อมกับประสานเรือท้องแบนจำนวน 2 ลำ จากจังหวัดทหารบกชุมพร เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างงเร่งด่วนแล้ว
นายพินิจ เจริญพานิช ผวจ.ชุมพร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ รอง ผวจ.ชุมพร ประสานนายอำเภอในทุกพื้นที่เร่งตรวจสอบและเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในแต่แต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการช่วยเหลือ เบื้องต้นพบว่าสถานการณ์รุนแรงอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าแซะ และ อ.เมือง
นางปราณี ตุ้งฉาย ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เปิดเผยว่า คืนวันที่ 4 มิ.ย. ขณะที่ตนเองพักผ่อนอยู่บ้านได้ยินเสียงหมูของเพื่อนบ้านร้องเสียงดัง ก็พบว่าบริเวณหน้าบ้านและรอบบ้านถูกน้ำท่วม ขณะเดียวกันก็พบเพื่อนบ้านกำลังขนย้ายหมูในคอกที่เลี้ยงไว้กว่า 400 ตัว ตนเองจึงได้เร่งรีบขนข้าวของในบ้านที่พอสามารถจะเก็บได้ขึ้นไว้ที่สูง ส่วนที่หนักเคลื่อนย้ายไม่ได้ก็ต้องปล่อยทิ้งไว้ ก่อนที่จะปิดบ้านอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย
"น้ำมาเร็วมาก เพียงไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็ท่วมสูงกว่า 1 เมตร จนบ่อปลาดุกที่เลี้ยงไว้ และกำลังจะจับส่งไปขายได้แล้ว ถูกน้ำป่าท่วม ปลาดุกกว่า 10,000 ตัวหลุดออกไปหมด " นางปราณี กล่าว
ขณะที่น้ำจากแม่น้ำชุมพร ได้เอ่อล้นจนท่วมถนนสายเอเชีย 41 กม. 1 ต.บ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร ระยะทาง 400 เมตร ระดับน้ำสูงกว่า 20-30 ซม.ทางหน่วยกู้ภัยสายชลชุมพร ต้องระดมกำลังอาสาสมัคร ช่วยทำสัญญาณไฟเพื่อเตือนให้กับรถที่สัญจรไปมาได้เห็นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
ผู้ว่ากฟผ.สื่อมวลชนติดเกาะที่พะโต๊ะ
ขณะเดียวกัน ที่บ้านคลองเรือ หมู่ที่ 9 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นหมู่บ้าน ในหุบเขา มีฝนตกลงมาอย่างหนัก น้ำป่าไหลทะลักลงท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร รวมถึงถนนสาย ปากทรง-บ้านคลองเรือ ที่มีน้ำป่าไหลท่วมสูงถึง 1.5 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ ในขณะที่ นายสุทัศน์ ปัทมะศิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. ) พร้อมด้วยคณะ และ สื่อมวลชน รวม 100 คน เดินทางไปยังหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อเปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนของ หมู่บ้านคลองเรือ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเวลา 13.00 น.ของวันที่ 5 มิ.ย.นี้
โดยคณะของนายสุทัศน์ เดินทางเข้าไปตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อประกอบพิธีสงฆ์ ระหว่างเดินทางเข้าไป ยังไม่มีน้ำป่าไหลลงมาจากภูเขา แต่ ในเที่ยงของวันนี้ได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าไหลหลาก ตัดถนนเข้าไปยังบ้านคลองเรือ จนรถทุกชนิดไม่สามารถใช้การได้ อีกทั้ง ในหมู่บ้านดังกล่าว ไม่มี สัญญาณโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้ไม่สามารถติดต่อคณะของ ผู้ว่า กฟฝ.ได้ ทั้งที่คณะดังกล่าว มีกำหนดเดินทางออกมาหลังจากเสร็จภารกิจในช่วงเวลา 14.30 น. แต่จนถึง 17.00 น. ยังไม่สามารถเดินทางออกมาได้ ขณะเดียวกันคณะสื่อมวลชน ใน จ.ชุมพร ที่ติดตามไป ยังหมู่บ้านดังกล่าวแต่ไม่สามารถเข้าไปได้เช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงเป็นระยะทางยาว
ส่วนสถานการณ์ น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชุมพร ที่ถนนสาย4006 ระหว่าง อ.หลังสวน จ.ชุมพร ไป จ.ระนอง ที่ หลัก กม.ที่ 19 หมู่ที่ 9 ต.หาดยาย อ.หลังสวน น้ำป่าได้ทะลัก ทำให้ดินริมถนนในจุดดังกล่าวทรุดตัวลงมา เสาไฟฟ้าร่วม 10ต้น ล้มลงมาเกือบถึงพื้นดิน ส่งผลให้ ไฟฟ้าในหลายหมู่บ้านไม่สามารถใช้การได้ ที่หมู่ที่ 19 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร บนถนนสาย4006 หลัก กม.ที่ 49 น้ำป่าได้กัดเซาะ จนถนนในจุดดังกล่าว แหว่งหายไปมากกว่า ครึ่ง ทำให้ รถใช้เส้นทางได้เพียงช่องเดียว นายทนุวัฒน์ ทองด้วง หัวหน้าหมวดการทางพะโต๊ะ ได้นำหินขนาดใหญ่ มาใส่เพื่อหลุมที่ถูกน้ำกัดเซาะ แต่ยังต้องใช้เวลา เนื่องจากน้ำป่าไหลรุนแรงมาก จนถึงเวลานี้ การเดินทางไป จ.ระนอง จาก จ.ชุมพร ถูกตัดขาดแทบทุกเส้นทาง
กระบี่น้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ทยอยอพยพ
รายงานข่าวจากจ.กระบี่ แจ้งว่าภาวะฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในคืนวันจันทร์ที่ 4 มิ.ย. ต่อเนื่อง มาจนถึงวันที่ 5 มิ.ย. ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ปรากฏว่าในส่วนของอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา หาดคลองม่วง อ.เมือง เรือนำเที่ยวไม่สามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ ส่วนที่ถนนเพชรเกษม มีต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่น ล้มทับสายไฟฟ้า หลายจุดทำให้กระแสไฟฟ้าดับ ขณะเดียวกันพบว่าเครื่องวัดปริมาณน้ำฝนที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา หมู่ที่ 5 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ ขณะที่น้ำจากน้ำตกห้วยโต้ ที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ซึ่งรับน้ำมาจากเทือกเขาพนมเบญจา ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร สวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพารา ที่อยู่ติดพื้นที่คลองใหญ่จำนวน 5 หมู่บ้านด้วยกัน ใน หมู่ 4 ,5 ,6 ,7, 8 ของ ต.ทับปริก อ.เมือง
ประกาศ71หมู่บ้านเป็นพื้นเสี่ยงเกิดดินถล่ม
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ประกาศ พื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จำนวน 71 หมู่บ้าน มีพื้นที่เสี่ยงอันดับ1 ประกอบด้วย 47 หมู่บ้าน กระจายอยู่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เกาะลันตา 42 หมู่บ้าน ระดับความเสี่ยงภัยอันดับ 1 มี 10 หมู่บ้าน อ.เขาพนม 19 หมู่บ้าน ระดับความเสี่ยงภัยอันดับ 1 มี 14 หมู่บ้าน อ.ปลายพระยา 4 หมู่บ้าน ระดับความเสี่ยงภัยอันดับ 1 มี 1 หมู่บ้าน อ.เมือง 45 หมู่บ้าน ระดับความเสี่ยงภัยอันดับ 1 มี 21 หมู่บ้าน และ อ.อ่าวลึก 6 หมู่บ้าน ระดับความเสี่ยงภัยอันดับ 1 มี 1 หมู่บ้าน
ผู้ว่าฯระนองสั่งอพยพประชาชน3อำเภอเสี่ยงภัย
นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอละอุ่น ,กระบุรี , และ กะเปอร์ ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องในการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับการยืนยันขณะนี้ พบว่าสถานการณ์ ไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในเส้นทางน้ำป่าหลาก
เชียงใหม่ฝนตกกระหน่ำนานกว่าครึ่งชั่วโมงหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง นานกว่าครึ่งชั่วโมง ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ส่งให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ตั้งแต่บริเวณสี่แยกข่วงสิงห์ มุ่งหน้าไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ รวมไปถึงบริเวณถนนนันทาราม มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ส่งผลให้ผู้ที่ใช้รถต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทาง โดยนส่วนใหญ่ผู้ขับขี่จะทำการขับลุยนำไป นอกจากนี้ยังพบว่าน้ำท่วงขังเริ่มไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่สองข้างทางแล้ว
นายคมสัน สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้รับทราบข้อมูลจากหลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ว่าหลายพื้นที่มีฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ใดได้รับความเสียหาย แต่ทั้งนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่มิสเตอร์เตือนภัย ให้คอยตรวจสอบปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อหากมีปริมาณน้ำมากจะได้เร่งให้การช่วยเหลือต่อไป
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ยังคงประกาศเตือนในพื้นที่ภาคเหนือคาดหมาย ในวันนี้ (5 มิ.ย. ) ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศพม่าและประเทศลาว แต่ประเทศไทยยังคงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นพัดปกคลุม ทำให้ยังคงมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ขณะที่ในช่วงวันที่ 6-10 มิ.ย. ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงระยะนี้



