
'ดินถล่ม'2คนวางท่อสุวรรณภูมิหวิดดับ
ดินถล่มทับ 2 คนงานวางท่อร้อยสายกล้องวงจรปิดในสุวรรณภูมิหวิดดับ ที่พัทยาดินถล่มเช่นกันทับคนงานดับ 1 หนีรอดหวุดหวิด 1
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2555 นายสุทัต ฉิมจโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ.ของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ปฎิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่ป้อมรักษาการณ์ 7 เลียบรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิว่า ขณะที่คนงานของบริษัทดีซีคอมพิวเตอร์ ที่เข้ามารับเหมาขุดท่อวางสายระบบกล้องวงจรปิดภายในสนามบินถูกดินถล่มทับสองคนงานจมอยู่ใต้ดิน ที่บริเวณใกล้ป้อมรักษาการณ์ 7 เลียบรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ ห่างจากถนนบางนาตราดประมาณ 2 กิโลเมตร หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยของสนามบินสุวรรณภูมิและมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุบริเวณของป้อมรักษาการณ์ดังกล่าว ซึ่งรถแบ็คโฮขนาดเล็กสีเขียวจอดอยู่ ด้านหน้ามีหลุมที่รถแบ็คโฮดังกล่าวขุดเอาไว้และมีสองคนงานกำลังช่วยกันใช้อุปกรณ์โกยเอาดินด้านหน้าขึ้น โดยคนงานทั้งสองได้เล่าว่ามีคนงานจำนวน 2 คนถูกดินถล่มฝังอยู่ใต้ดิน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้ใช้รถแบ็คโฮคันดังกล่าวค่อย ๆ ตักเอาหน้าดินออกจนกระทั้งพบคนงานทั้งสองที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน จึงได้ช่วยกันใช้มือขุดเอาดินออกมาจนศีรษะของคนงานทั้งสองโผล่ขึ้นมาพ้นกองดิน ซึ่งอยู่ใน สภาพอิดโรย เนื่องจากขาดอากาศหายใจ ทราบชื่อ นายสาธิต นูสา อายุ 26 ปี และ นายณรงค์ชัย พิมานแผน อายุ 25 ปี ถูกท่อเหล็กและดินที่ถล่มลงไปทับอยู่ที่ท่อนขาทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่มูลนิธิและหน่วยกู้ภัยจึงได้ช่วยกันใช้เชือกผูกที่ลำตัวและใช้รถแบ็คโคดึงขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย
นายสาธิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุทางบริษัทได้ส่งตนพร้อมด้วยเพื่อนคนงานอีก 3 คน มาขุดดินฝังท่อเพื่อร้อยสายเคเบิลกล้องวงจรปิด เพื่อต่อสายระหว่างภายในและภายนอก โดยใช้รถแบ็คโฮมาทำการขุดดินลงไปลึกประมาณ 3 เมตร หลังจากนั้นตนและนายณรงค์ชัยได้นำท่อเหล็กขนาด 3 นิ้วลงไปเชื่อมต่อเพื่อร้อยสายเคเบิล ในขณะที่ตนทั้งสองกำลังช่วยกันไขล็อกท่ออยู่ ๆ ดินที่ที่กองอยู่ปากหลุมได้เกิดถล่มลงมาทับตนทั้งสองจนมิดหัวทำให้หายใจไม่ออกตนทั้งสองพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะขึ้นมาด้านบนแต่ไม่สำเร็จถูกท่อเหล็กทับอยู่ที่ขา ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ได้แต่เพียงเงยหน้าหาช่องที่ยังเป็นโผลงเพื่อหาอากาศหายใจ จนกระทั้งได้รับการช่วยเหลือ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำผู้บาดเจ็บทั้งสองส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่แขนและขา และจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่พัทยาดินถล่มเช่นกันทับคนงานดับ1หนีรอดหวุดหวิด1
เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.เสน่ห์ ยศรุ่งเรือง พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา ร่วมเดินทางตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตจากสาเหตุดินถล่มทับ เหตุเกิดภายในโครงการหมู่บ้านแกรนด์วิวล่า ถนนสายบ้านอำเภอ-ซากแง้ว ม.9 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในที่เกิดเหตุเป็นโครงการก่อสร้างหมู่บ้านหรูระดับ 5 ดาว จุดเกิดเหตุอยู่ทางด้านขวาของโครงการซึ่งกำลังขุดดินลึกประมาณ 3 เมตร กว้าง 1.50 เมตร เพื่อวางท่อระบบระบายน้ำของโครงการ ตรวจสอบจุดผู้เสียชีวิตทราบชื่อนางรัตนา สุจริตภักดี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145/6 ม.7 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นคนงานก่อสร้าง ซึ่งถูกดินจากการขุดวางแนวท่อระบายน้ำสไลด์ลงมาทับจนมิด
เจ้าหน้าที่โครงการจึงใช้รถแบ็คโฮเล็กตักและเกลี่ยดินทีทับออก จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยาใช้จอบทำการขุดเพื่อค้นหาผู้เสียชีวิตจนสามารถพบศพผู้เสียชีวิตในท่ายืนอยู่ จึงนำขึ้นมาจากกองดินที่ถล่มทับ
ด้านนายสงวน ภักดีสวัสดิ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.16 ต.บ้านแท่น อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เพื่อนคนงานที่อยู่ในช่วงดินสไลด์ถล่มลงมาเล่าเหตุการณ์ว่า ในขณะตนทั้งสองคนกำลังวัดระดับอยู่ในหลุมที่ขุดเพื่อวางแนวท่อระบายน้ำ ซึ่งผู้ตายอยู่บริเวณที่พบศพแต่ตยเองห่างมาเล็กน้อย ในขณะที่ตนกำลังเดินออกจากบริเวณดินสไลด์ผู้ตายเดินตาม จู่ๆดินที่ขุดแล้วไปวางไว้บริเวณข้างๆหลุมเกิดสไลด์ถล่มลงมา ตนพยายามวิ่งสุดชีวิตจนสามารถหนีขึ้นมาได้ แต่ผู้ตายวิ่งไม่ทันถูกกดินถล่มดับจนเสียชีวิต
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำทุกคนที่อยู่ตอนเกิดเหตุและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดกับเหตุการณ์ดังกล่าวไปสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดที่ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อหาสาเหตุที่ดินสไลด์ถล่มลงมาจนมีผู้เสียชีวิต หากพบว่าเป็นการประมาณของใครก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป
...........
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



