
'ลดโลกร้อน' ทำได้ไม่ต้องรอให้ใครมาบังคับ
'ลดโลกร้อน' ทำได้ไม่ต้องรอให้ใครมาบังคับ : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒ์
ความตื่นตัวต่อ "สภาวะโลกร้อน" กำลังเป็นที่สนใจและเป็นกระแสของโลก เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้มากขึ้นทุกวัน เห็นได้จากอากาศที่แปรปรวน ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น หรือโรคภัยที่ร้ายแรงขึ้น เหล่านี้ส่งผลให้การเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบทั้งในด้านผู้ผลิตและผู้บริโภคที่จำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญร่วมกันอย่างจริงจัง
จึงเป็นที่มาของการประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ โดยมีรัฐบาลของประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 5-16 มิถุนายน พ.ศ.2515 เพื่อพิจารณาร่วมกันหาหนทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศต่างๆ กำลังเผชิญอยู่ และองค์การสหประชาชาติก็ได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็น "วันสิ่งแวดล้อมโลก" หรือ "วันแห่งการร่วมมือระหว่างชาติของทั่วโลกเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม"
หลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว พยายามคิดค้นหามาตรการเพื่อป้องกัน แก้ไข หรือบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งแบบพหุภาคี เช่น มาตรการในพิธีสารเกียวโต และมาตรการแบบฝ่ายเดียวที่กำหนดขึ้นโดยประเทศต่างๆ บางส่วนเป็นมาตรการแบบสมัครใจ บางส่วนเป็นมาตรการแบบบังคับ ประเด็นที่น่าสังเกต คือ ประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มการกำหนดใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาเรื่องโลกร้อนมากขึ้น และอาจสร้างผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อประเทศไทยเร็วกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบทางกายภาพที่เกิดขึ้นจากปัญหาโลกร้อนจริงๆ
หลายประเทศโดยประเทศที่พัฒนาแล้วพยายามคิดค้นมาตรการต่างๆ ออกมารับมือกับวิกฤติการณ์ใหญ่จากภาวะโลกร้อน ยกตัวอย่างเช่น การใช้พลาสติกชีวภาพ ขณะนี้ประเทศต่างๆ เริ่มมีกฎหมายบังคับ?ใช้พลาสติกชีวภาพ หรือแม้แต่การทิ้งขยะตามสถานที่ต่างๆ เป็นต้น เช่น ประเทศอิตาลี ออกกฎหมายห้ามจำหน่าย?และ?แจกถุงพลาสติกทุกประ?เภท ยก?เว้นถุงพลาสติกที่ผลิตจาก?เม็ดพลาสติกชีวภาพ, ประเทศจีน ห้าม?ใช้ถุงพลาสติกที่?ไม่สามารถย่อยสลาย?ได้บนรถ?ไฟ
ประเทศญี่ปุ่น ธุรกิจขนาด?เล็ก-ใหญ่หลายราย?เริ่มหันมา?ใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลาย?ได้มากขึ้น เช่น ห้างสรรพสินค้าอิออนมอลล์ ซึ่ง?เป็นห้างที่มีขนาด?ใหญ่?เป็นอันดับ 10 ของ?โลก ?ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลาย?ได้?ใน?แผนกอาหารของห้าง ส่วนร้าน RF 1 ร้านอาหารตะวันตกที่ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษและพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งไป ด้วยการนำชามเซรามิกมาใส่อาหารแล้วให้ลูกค้านำกลับบ้านไป เมื่อใช้เสร็จแล้วล้างให้สะอาดแล้วส่งกลับคืนที่ร้าน ซึ่งมีสาขาอยู่ในห้าง Takashimaya ในโตเกียว เกียวโต และทามากะวะ ทางร้านก็จะมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ลูกค้าที่นำมาคืน
ประเทศออสเตรเลีย ร้าน?แมค?โดนัลด์?ใช้ช้อนส้อมพลาสติกที่?ทำมาจาก?เม็ดพลาสติกชีวภาพ ?ซึ่งผลิตจากข้าว?โพด, ประเทศเยอรมัน ร้าน aldi ร้านสะดวกซื้อชื่อดังในเมืองมิวนิก มีตู้รับขวดพลาสติกที่ใช้แล้วคืน ตู้นี้สามารถคำนวณว่าขวดที่ใส่เข้าไปมีสัญลักษณ์ที่ต้องการหรือสามารถนำไปรีไซเคิลได้หรือเปล่า ถ้ามีเครื่องก็จะคำนวณเงินให้ตามจำนวนขวดที่ใส่เข้าไป และออกใบเสร็จให้ แล้วเอาไปขึ้นเงินที่แคชเชียร์ หรือจะเอาไปซื้อในร้านก็ได้ เป็นต้น
สำหรับ ประเทศไทย มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างก็พยายามรณรงค์เชิญชวนให้คนไทยเห็นความสำคัญ ปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อช่วยลดโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดใช้พลังงาน ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดการสร้างขยะมูลฝอย ส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่อีกไม่นานเชื่อว่ากระแสในด้านการลดโลกร้อนของโลกจะเข้ามากดดันให้ประเทศไทยต้องออกมาตรการต่างๆ มาบังคับใช้เช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้วกำลังทำอยู่ในขณะนี้
อย่ารอให้ถึงเวลานั้นเลย เรามาร่วมมือร่วมใจกันประหยัดทรัพยากรและรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีจนติดเป็นนิสัย เพื่อลูกหลานของพวกเราที่จะเติบโตและใช้ชีวิตต่อไปในอนาคตกันเถอะ
...................................
('ลดโลกร้อน' ทำได้ไม่ต้องรอให้ใครมาบังคับ : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒ์)



