
'ซีอีโอSPCG'ชี้ดันพลังงานหมุนเวียนสู่อาเซียน
ซีอีโอหญิง แห่ง SPCG ชี้พลังงานหมุนเวียนคือกุญแจสู่ความสำเร็จอาเซียน ย้ำพลังงานใหม่ต้องสะอาด ยั่งยืน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม แนะทุกรัฐบาลชาติอาเซียนวางเป้าหมายพลังงานให้ชัดเจน
5มิ.ย.2555 น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG กล่าวถึงทิศทางการใช้พลังงานในอนาคตของภูมิภาคอาเซียนว่า ความต้องการพลังงาน ในภูมิภาคนี้จะสูงขึ้นตามอัตราการเพิ่มของประชากร และอัตราการขยายตัวจีดีพี ซึ่งประมาณการณ์ว่าตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2030 ประเทศในภูมิภาคนี้จะมีการขยายตัวของจีดีพีราว 5.2% ต่อปี ขณะที่การบริโภคทรัพยากรในภูมิภาคนี้ จะเพิ่มขึ้นในระดับค่าเฉลี่ยที่ 4.4% ต่อปี ดังนั้นคำถามคือเราจะรักษาและส่งต่อพลังงานต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้อย่างไร ที่สำคัญความมั่นคงทางพลังงานจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ หากพลังงานที่ไม่เพียงพอจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาในภาคครัวเรือนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
น.ส.วันดี กล่าวว่านวัตกรรมพลังงานคือคำตอบที่เรากำลังค้นหาและเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่มนุษย์ต้องสร้างขึ้นและนำมาปรับใช้บนโลก โดยรูปแบบพลังงานใหม่นั้นต้องสะอาด ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งกับผู้คนและชุมชน ซึ่งนั่นคือพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ มวลชีวภาพ ก๊าซชีวภาพ ที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย ซึ่งนั่นจะส่งให้ภูมิภาคนี้เป็นสังคมที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระดับต่ำ หรือเป็นสังคมคาร์บอนต่ำนั่นเอง
น.ส.วันดี กล่าวด้วยว่าด้านนโยบายของรัฐบาลถือว่าเป็นความรับผิดชอบของทุกรัฐบาลในภูมิภาคนี้ที่ต้องวางเป้าหมายที่ชัดเจนในการกำหนดเปอร์เซนต์ของการใช้พลังงานหมุนเวียนเหล่านี้ โดยรัฐบาลควรมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยกําหนดนโยบายและการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น รัฐบาลไทยกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน ว่าจะต้องใช้พลังงานทดแทน 25% ของปริมาณการบริโภคพลังงานทั้งหมด นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคพลังงานเพื่อให้เกิดสังคมคาร์บอนต่ำ และช่วยอนุรักษ์พลังงาน โดยใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการเก็บรักษาพลังงานไว้ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ “เวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรัม แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออก” ที่ โรงแรมแชง กรี รา ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีขึ้นกล่าวในงานดังกล่าว ในหัวข้อ “ผลักดันการเจริญเติบโตของภูมิภาค : อนาคตของพลังงาน” โดยขึ้นเวทีร่วมเสวนากับ นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประเทศไทย นายมาร์ติน เฟอร์กูสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรพลังงาน และการท่องเที่ยว ของออสเตรเลีย รวมถึงตัวแทนจากประเทศอินโดนีเซีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ร่วมเสวนาด้วย พร้อมกันนี้ยังมีผู้นำระดับประเทศ และนักธุรกิจระดับประเทศอาเซียน รวมทั้ง นางออง ซาน ซู จี เข้าร่วมนั่งรับฟังด้วย
ทั้งนี้ภูมิภาคอาเซียนประกอบด้วย 10 ประเทศ โดยตามข้อมูลของปี 2011 ภูมิภาคนี้มีประชากรรวมกันราว 620 ล้านคน คาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า อัตราการเพิ่มของประชากรอยู่ที่ราว 25% ซึ่งคาดว่าน่าเมื่อถึงเวลานั้นภูมิภาคนี้จะมีประชากรเลย 750 ล้านคน อย่างไรก็ตามปี 2011 ที่ผ่านมา น.ส.วันดี กุญชรยาคง ได้รับการยกย่องจากบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ IFC หรือ International Finance Corporation วิสาหกิจสมาชิก องค์กรหนึ่งของกลุ่มเครือธุรกิจของธนาคารโลก ให้เป็น 1 ใน 6 บุคคลของโลกปี 2011 ที่สามารถพัฒนาธุรกิจในการสร้างงานสร้างโอกาสให้กับประชาชน รวมทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และในปี 2012 นิตยสาร Forbes Asia ยังจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบห้านักธุรกิจหญิงที่น่าจับตามอง ของภูมิภาคเอเชีย
โดยบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ของ น.ส.วันดี ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการโซล่าฟาร์มขนาด 6 เมกะวัตต์จำนวน 34 แห่ง รวมถึงธุรกิจบริการรับเหมาโซล่าฟาร์มแบบครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ และธุรกิจบริหารด้านการปฏิบัติการและการบำรุงรักษาโซล่าฟาร์ม ในปัจจุบันโซล่าฟาร์ม (โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์) ของบริษัทได้เปิดจำหน่ายไฟฟ้าแล้วทั้งสิ้น 9 โครงการ จะแล้วเสร็จทั้ง 34 แห่งในปี 2556 รวมกำลังการผลิตกว่า 210 เมกะวัตต์ ทำสัญญาซื้อขาย กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 21,000 ล้านบาท นับเป็นผู้นำในการพัฒนาโซล่าฟาร์มแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียน



