ข่าว

'มาร์ค'จี้รบ.ออก'พรฎ.'ปิดสมัยประชุม

'มาร์ค'จี้รบ.ออก'พรฎ.'ปิดสมัยประชุม

05 มิ.ย. 2555

'อภิสิทธิ์'จี้รัฐบาล ลดความขัดแย้ง ออก พรฎ.ปิดสมัยประชุม เหน็บ'โอ๊ค'โพสต์เฟสบุ๊คหวังช่วย'พ่อ'มากกว่า จับตาประชุมสภา อาจสอดใส้ 'รธน.-ปรองดอง' ชี้ทุกฝ่ายต้องยอมรับคำวินิจฉัยศาลรธน.อย่าพาลปลุกม็อบต้าน 'ชวนนท์'จี้รัฐแจงเหตุผลต่อศาลแก้รธน. อย่าใช้ม็อบกดดันศาล

                  5 มิ.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่า ขณะนี้บ้านเมืองได้เดินมาถึงจุดที่มีความขัดแย้งสูง โดยมีปมความขัดแย้งอยู่ 2 เรื่อง คือ รัฐธรรมนูญ กับกฎหมายล้างผิด 4 ฉบับ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องไม่ได้เรื่องที่เร่งด่วน สามารถชะลอออกไปได้แล้วรัฐบาลก็กลับมาแก้ไขเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งนี้พื่อยุติเงื่อนไขตวามขัดแย้งในสังคม แล้วก็ตราพระราชกฤษฏีกาปิดสมัยประชุมสภา เพราะล่วงเลยเวลามา 1 เดือน สภาควรจะปิดสมัยประชุมตั้งแต่เดือน เม.ย. และเปิดสมัยประชุมใหม่ในวันที่ 1 ส.ค. โดยทุกฝ่ายจะตั้งสติและใช้เวลาในการมาหารือว่า จะแก้ปัญหาที่เป็นปมความขัดแย้งได้อย่างไร

                   เมื่อถามว่า นายพานท้องแท้ ชินวัตร โพสต์ในเฟสบุ๊ค ระบุว่า เหตุใดพรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอปิดสมัยประชุมในเมื่อยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณาอยู่อีกมาก เท่ากับพรรคประชาธิปัตย์ไม่เชื่อมั่นในระบบรัฐสภานั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นคนละเรื่อง เพราะความจริงแล้วในระบบสภานั้นมีกฎหมาย และกติกาว่า ควรปิดสมัยประชุมไปแล้ว และตนก็ยังเห็นว่า กฎหมายยังค้างอยู่ในวาระอีกจำนวนมาก แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจ สนใจจะทำเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของนายพานทองแท้เท่านั้น

                   นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่จะมีการเรียกประชุมรัฐสภาในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ เพื่อจะพิจารณากรอบความตกลงระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 นั้น ทางพรรคยังไม่ได้รับแจ้งข้อความสั้น (SMS) เรียกประชุม เพียงแต่ได้รับหนังสืองดประชุมวันที่ 5 มิ.ย. แต่ทราบว่าวันที่ 8 มิ.ย.ทางวุฒิสภาได้นัดประชุมอยู่แล้ว รัฐบาลคงจะประชุมร่วมต่อในวันนั้นเลย อย่างไรก็ตามตนยังไม่ทราบว่า จะมีวาระอะไรบ้างที่รัฐบาลต้องของความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งต้องเป็นเรื่องที่วิปจะต้องคุยกัน แต่ต้องมีระเบียบวาระเฉพาะเท่านั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลอย่ามาเล่นกล สอดไส้เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะจะเป็นความสุ่มเสี่ยง

                   “ทางฝ่ายค้านไม่ได้มีลับ ลวง พราง ผมเข้าใจว่า รัฐบาลคงพยายามหาทุกวิถีทางในการผลักดันประเด็นที่เป็นประเด็นความขัดแย้ง ถ้ามีการประชุมก็จะวางใจไม่ได้ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                   เมื่อถามว่า นักวิชาการ นิติราษฎร์ และพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงอำนาจของศาล จะทำให้กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรม ส่งต่อความเชื่อมั่นของสังคม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้ระมัดระวังในการวิจารณ์ศาล เพราะแต่ละครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินก็จะมีทั้งฝ่ายที่เห็นว่าถูกและไม่ถูกแม้แต่พรรคเองก็ไม่พอใจในการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหลายครั้ง ทั้งเรื่องซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ พรก.โอนหนี้ คดีถุงยังชีพ เป็นต้น แต่เราต้องยอมรับโดยยึดหลักหากมีคำตัดสินไม่ถูกใจแล้วไม่ต้องเคารพกัน จนถึงขั้นที่พยายามจะปลุกระดมกัน ก็จะทำให้บ้านเมืองมันไม่มีทางออก เพราะว่าแต่ละเรื่องมันก็ต้องมีข้อยุติว่าอะไรจะทำอะไร เรื่องไหนจะยุติที่ไหน

                   เมื่อถามว่า มีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากเห็นว่า ตุลาการทำหน้าที่โดยไม่สุจริต หรือจงใจ ก็ต้องหาข้อมูลหลักฐาน ข้อเท็จจริงแวดล้อม ควรเป็นกรณีที่มีเหตุให้เห็นว่าตุลาการทำหน้าที่โดยไม่สุจริต ซึ่งต้องมีข้อเท็จจริงแวดล้อมด้วย จึงจะเข้าข่ายถอดถอน แต่หากตัดสินแล้วไม่เห็นด้วยจากนั้นก็ตามไปถอดถอน ตรงนี้ไม่ใช่เหตุผลแน่ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณี มาตรา 68 ที่ระบุว่าศาลไม่มีสิทธิ์รับวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ตนเห็นว่า เรื่องความเห็นทางกฎหมายต้องยอมรับว่ามีความหลากหลาย และมีความแตกต่างกันเกือบจะทุกกรณี แต่สุดท้ายก็ต้องเคารพในกระบวนการตัดสิน หรือแม้แต่กฏหมายปรองดอง 4 ฉบับ เกือบทุกคนเห็นด้วยว่าเป็นกฎหมายล้างผิด และมีแนวโน้มว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ หากผ่านสภาฯได้คงต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

                   เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นป้ายรณรงค์ให้ประชาชนทราบถึงกระบวนการออกกฎหมายปรองดองนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่พรรคต้องการให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว มีความเข้าใจกับเนื้อหาสาระของกฎหมายทั้ง 4 ฉบับมากยิ่งขึ้น

                   เมื่อถามอีกว่า นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยเร่งรัดผลักดันกฎหมายปรองดองเพื่อเอาเงิน 46,000 ล้านคืน เพียงแต่ต้องการล้มคตส. แล้วเริ่มต้นใหม่ในกระบวนการทางกฎหมายให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามกลับไปว่า การเริ่มต้นใหม่นั้น เงินที่ถูกยึดไปจะทำอย่างไร ดูอาการของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วรุนแรงมากในเรื่องเงิน ดังนั้นอย่ามาหลอกกัน และนายนพดลควรให้ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ออกมาบอกวิปรัฐบาลให้เสนอรัฐบาลปิดสมัยประชุมสภา

                   นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมการของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการซักซ้อมเกี่ยวกับการสลายการชุมนุม ว่า เป็นการทำตามหน้าที่ และถูกกดดันจากรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ทางที่ดีรัฐบาลควรปลดเงื่อนไขความขัดแย้งดีกว่า อย่าให้ต้องเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่กับประชาชนจะต้องมามีการกระทบกระทั่งกันเลย

 

 

"ชวนนท์"จี้รัฐแจงเหตุผลต่อศาลแก้รธน. อย่าใช้ม็อบกดดันศาล

                   นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งชะลอการลงมติร่าง พรบ.รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ... ว่า ความเห็นทางกฏหมายโต้เถียงกันได้ เป็นความเห็นที่หลากหลาย แต่ศาลรธน.เองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ชะลอไว้จะถูกกฏหมายหรือไม่ก็โต้เถียงกันได้ แต่การที่รัฐบาลรอไม่ได้ในการให้เวลาการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยทอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นี่เป็นจุดสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ถามผู้ที่เสนอ ทำไมรัฐบาลตอบไม่ได้ และประชาชนก็อยากรู้ ว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะคงไว้ซึ่งหมวด 1 และหมวด 2 ที่คงไว้เรื่องระบบการปกครองและระบบมหากษัตริย์ไว้ชัดเจน ทางศาลรัฐธรรมนูญก็พร้อมที่จะยกคำร้อง ทำไมรัฐบาลจึงโมโห กระเหี้ยนกระหือรือไม่ตอบ แต่ที่ตอบไม่ได้เป็นเพราะต้องล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจริงหรือไม่ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งมา จึงได้ใช้อำนาจอื่นมาเล่นงานศาล เพื่อสร้างความขัดแย้ง

                   นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจก็ควรชี้แจงทำความเข้าใจว่า ไม่ได้เป็นไปตามที่ผู้ร้องยื่นข้อกล่าวหา และไม่ต้องการสร้างความวุ่นวายเมื่อเป็นรัฐบาลต้องทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่ได้ปลุกระดมหรือสนับสนุนการใช้เวทีข้างถนนข่มขู่กดดันองค์กรอิสระ อำนาจตุลาการ อำนาจอื่นๆที่เห็นไม่ตรง กรณีนี้หากไม่ฟังอาจมีการลงโทษหรืออาจถึงขั้นยุบพรรค รัฐบาลต้องรับผิดชอบเอง อย่าไปโทษองค์กรอิสระกลั่นแกล้ง อำมาตย์ไปสั่งการ ไม่ได้ เพราะรัฐบาลมีสิทธิชี้แจงทำความเข้าใจแต่เลือกไม่พูดไม่ชี้แจงแต่ใช้อำนาจข้างถนนมากดดัน

 

"จุรินทร์"ห่วงใช้เสียงมากลากไป เชื่อ 8 มิ.ย.เปิดประชุมร่วมรัฐสภา 

                   นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงมติที่ประชุม ว่าขอเรียกร้องให้ สส.ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.. (พรบ.ปรองดอง) ถอนร่าง พรบ.ปรองดอง ออกจากวาระการประชุม นอกจากนั้นขอให้รัฐบาลเร่งตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาฯ สมัยสามัญ นิติบัญญัติ รวมถึงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ไม่เรียกประชุมสภาฯ อีก เพื่อเป็นการยุติความขัดแย้งของบ้านเมือง

                   นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้สภาฯ ระงับการลงมติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 3 นั้น ทาง สส.ต้องปฏิบัติตาม โดยไม่มีการดื้อแพ่ง สำหรับประเด็นที่เครือข่ายพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลนั้น ถือเป็นความเห็นเอาแต่ได้ อย่าให้เกิดการเข้าใจผิด และหากสภาฯ เดินหน้าลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม เชื่อว่าจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตได้

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ประธานสภาฯ เตรียมนัดประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 8 มิ.ย. โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการขอความเห็นของที่ประชุมต่อประเด็นคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ และอาจมีการลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงว่าจะมีการใช้เสียงข้างมากลากไปในสภาฯ เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีข้อโต้แย้ง ประธานสภาฯ จะอ้างว่าเป็นอำนาจที่จะวินิจฉัย