ข่าว

'เฉลิม'เล็งยื่นถอด'8ตุลาการ'

'เฉลิม'เล็งยื่นถอด'8ตุลาการ'

05 มิ.ย. 2555

'เฉลิม'ขำคำชี้เเจงศาลรธน.สั่งเบรกห้ามพิจารณาเเก้รธน.เตือนสติ 8 ตุลาเปลี่ยนเเนวคิด มิฉะนั้นจะโดนยื่นถอดถอน ระบุเลื่อนร่าง'พรบ.ปรองดอง' 4 ฉบับเหตุไม่ชี้เเจงรายละเอียด

                 5 มิ.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุม ครม.กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตาม มาตรา 68 ไว้พิจารณาและมีคำสั่งให้รัฐสภารอการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่หลายฝ่ายออกมาคัดค้านการดำเนินการดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญว่า กรณีนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำตัดสินที่ผูกพันองค์กรอื่นๆ รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ระบุไว้ชัด การเสนอของแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การล้มล้างหรือได้มาซึ่งอำนาจ ตนฝากถามไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญ 8 คนว่า การเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.2554 ไปอยู่ที่ใด  พวกตนได้อำนาจมาจากการเลือกตั้งและแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เนื่องจากไม่ชอบ พวกตนได้อำนาจเสนอแก้ไขมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 และรู้ได้อย่างไรว่า สสร.99 คน จะไปรื้อโครงสร้างหรือกลัวว่าจะรื้อศาลรัฐธรรมนูญ 

                 "สมัยที่ตนเป็น รมว.ยุติธรรม ไม่เคยเห็นด้วยกับระบบศาลคู่ที่ตรวจสอบไม่ได้และดำเนินการตามใจชอบ หากเป็นระบบศาลยุติธรรมนั้นตรวจสอบได้ด้วยคณะกรรมการตุลาการ ไม่พอใจองค์คณะก็ร้องเรียนได้ แต่ครั้งนี้เหมือนกับเทวดาจะทำอะไรก็ทำ ตนไม่เห็นด้วย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                 ส่วนที่ฝ่ายตุลาการดำเนินการครั้งนี้คล้ายว่าก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติจะทำเช่นใดต่อไป รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องปรึกษาหารือกัน  ตนขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคแรกนั้นก็ไม่เข้าข่าย สมมุติแปลความว่าเข้าข้างว่าเข้าข่าย ผู้ร้องต้องยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดและต้องมีความเห็นยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆไปยื่นสนุกสนาน ควรเกรงใจประชาชนบ้าง  ตนมีอำนาจอยู่แล้วที่วันนี้เป็นรองนายกฯ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพวกตนมาจากการเลือกตั้ง  แล้วจะได้มาซึ่งอำนาจโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างไร อย่างนี้ต้องมาออกโทรทัศน์ด้วยกันสักรอบ

                 เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าในวาระสามต่อ  รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องฟังมติพรรคแต่ตนมองว่านักกฎหมายสามารถมีความเห็นแตกต่างกันได้แต่อย่าสุดโต่ง กรณีนี้มันมากไปไม่มีใครรับได้หรอก 

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายมองว่า ระบบตุลาการภิวัตน์กลับมาอีกครั้ง รองนายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่า จะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ แต่งานนี้คงผิดหวังเพราะหากทำอะไรตามใจชอบนั้น ไม่มีใครออกไปที่ไหนอีกแล้วเพราะคนพวกนั้นออกไปหมดแล้ว แต่คนพวกนี้มั่นคงแน่นแฟ้น

                 ส่วนหากศาลรัฐธรรมนูญตีความแบบนี้จะทำให้ประชาชนสับสน รองนายกฯ กล่าวว่า ก็คงเสียรังวัดไปเอง สมมติว่าหากตีความเข้าข้างตนเองนั้นมันต้องดู มาตรา 68 วรรคสอง ด้วยว่าต้องยื่นอัยการสูงสุดจากนั้นจึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่หงุบหงิบไปยื่นกันเอง คิดอะไรอยู่เพราะเรียนกฎหมายมาด้วยกัน

                 เมื่อถามว่า นายวสันต์   สร้อยพิสุทธิ์  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การดำเนินการแบบนี้เป็นการตรวจสอบไว้ก่อนโดยมองในแง่ดี  ทั้ง ๆ ที่ สสร.ยังไม่เกิดขึ้นเลย  รองนายกฯกล่าวว่า ตนอ่านข่าวนี้ก็นั่งขำ มีที่ไหนว่า ก่อกำเนิดศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาถ่วงดุล มันไม่ใช่เลย  เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่พิจารณากฎหมายว่า พรบ.ฉบับใดขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือยุบพรรค เพิกถอนสิทธิการเมือง แต่ครั้งนี้บอกว่าถ่วงดุลรัฐสภานั้น แหม!ไม่คาดคิด

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า  หากอัยการสูงสุดระบุว่าการดำเนินการของผู้ร้องสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เลยนั้นจะทำอย่างไร รองนายกฯกล่าวว่า วันนี้หากไม่ยึดหลักกฎหมายบ้านเมืองจะไปไม่ได้ มุมมองของตนนั้นไม่เห็นด้วย  แต่สุดท้ายสังคมจะเป็นคนตัดสินและยอมรับไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะเป็น สสร.และจะยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร  มันจะล้มล้างอำนาจเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ทั้งๆที่วันนี้ก็มีอำนาจอยู่แล้ว  วันเลือกตั้งปีที่แล้วแปดคนนี้ไปอยู่ที่ใดหรือนอนหลับ

                 ต่อข้อถามที่ว่า ขั้นตอนการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีหลายขั้นตอน รองนายกฯกล่าวว่าถูกต้อง  ใจร้อน  รอไม่ได้หรืออย่างไรเดือนเมษายน และพฤษภาคมร้อนหนัก  

                 เมื่อถามว่าเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้รัฐบาลปิดประชุมรัฐสภา รองนายกฯ กล่าวว่า พวกนี้กินยาผิดซอง เรื่องนี้เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายค้านชุดนี้สนุกใหญ่ 

                 ส่วนที่หากยังมีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปนั้นจะส่งผลกับการยุบพรรคที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เห็นตั้งธงแบบนี้แล้วมีปัญหาว่าจะกระทำได้หรือไม่ ในมุมมองของตนนั้นมองว่าทำไม่ได้เพราะไม่เข้าองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคแรก สมมุติไปแปลความว่าเข้าองค์ประกอบในวรรคแรกของมาตรานี้ มันต้องดูว่าวรรคสองต่อไปว่าต้องเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดก่อนเพื่อกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่งไม่ใช่เสนอเลย กฎหมายต้องดูที่เจตนารมณ์

                 “ตุลาการหลายท่านไม่จบกฎหมายมหาชน และตัดสินคดีความต่างๆเช่นลัก วิ่ง ชิง ปล้น  แต่กรณีนี้มันกฎหมายมหาชน ส่วนการแก้ไขเรื่องนี้นั้นต้องรับฟังกันและกัน  อาจารย์ที่สำเร็จการศึกษากฎหมายมหาชนออกมาแสดงความเห็นในแนวทางเดียวกันเลย และตนก็จบกฎหมายมหาชนเช่นกัน แต่ตนเชื่อว่ากรณีนี้ทุกอย่างมีทางออก”รองนายกฯ กล่าว

                 เมื่อถามว่า แกนนำนปช.กำลังล่ารายชื่อถอดถอนตุลาการทั้งแปดคนนี้ออกจากตำแหน่ง รองนายกฯระบุว่าหากตุลาการยังดื้อดึงสุดท้ายคงไปถึงขั้นนั้นและจากสายข่าวของตนทราบว่าจะมีคนไปร้องทุกข์กล่าวโทษตุลาการทั้งแปดคนนี้ในคดีอาญา มาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอร้องว่าถอนไปเถอะขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ  จะถ่วงดุลอำนาจนั้นมันไม่มี และเอาความส่วนใดมาพูด ของอย่างนี้ไม่ต้องเรียนกฎหมายเลย อ่านวรรคแรกของ มาตรา 68 นั้นชัดอยู่แล้ว

                 ส่วนหากเป็นแบบนี้จะเสนอปรับปรุงการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ศาลยุติธรรมไม่มีใครไปแตะ แต่ระบบศาลคู่ควรกลับบ้านไปได้แล้วเพราะตนไม่เห็นด้วย  อย่างนี้มันตรวจสอบไม่ได้

                 “กรณีนี้ยืนยันว่าไม่นำไปสู่ความวุ่นวายแน่นอน ไม่มี ทุกอย่างเรียบร้อยหมด”รองนายกฯ กล่าว

 

 

"เฉลิม"ชี้เลื่อนร่าง"พรบ.ปรองดอง" 4 ฉบับเหตุไม่ชี้เเจงรายละเอียด

                  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดองแห่งชาติ 4 ฉบับ ซึ่งล่าสุดมีการเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน  ว่าหากเป็นร่างพรบ.ที่ตนยกร่างไว้และนำเสนอนั้นคงเรียบร้อย  เพราะร่างของตนเรียบร้อยไม่เหมือนกับร่างที่นำเสนอ เพราะร่างของตนเสนอขึ้นมาเมื่อใดก็มีช่วงเวลาทั้งนั้น 

                 เมื่อถามว่าการพิจารณาร่าง พรบ.4 ฉบับ ที่มีการคัดค้านจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นล่าสุดรัฐสภายอมเลื่อนการพิจารณาออกไปแล้วนั้นเป็นเพราะเหตุใด รองนายกฯกล่าวว่าตนไม่แสดงความเห็นเพราะไม่ใช่ร่างของตน ตนบอกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันต้องสร้างความเข้าใจให้ตกผลึก อธิบายให้ชัด และการเสนอร่างกฎหมายสี่ฉบับแบบนี้สังคมก็งง  เพราะต้องอธิบายในแต่ละมาตรา ร่างของตนที่มีหกมาตรานั้นและหากประชาชนรู้ก็ไม่คัดค้านแม้อาจมีคัดค้านบ้างแต่คงไม่มากนัก  แต่มันต้องอธิบายได้ หากไม่ทำก็จะพัลวันแบบนี้ 

                 เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ติดป้ายรณรงค์คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพรบ.ปรองดองทั่วประเทศแล้ว รองนายกฯ กล่าวว่า  เรื่องของพรรคนั้น หากเห็นร่างของตนต้องเก็บป้าย

                 ผู้สื่อข่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้จะพิจารณาร่าง พรบ.4 ฉบับนี้ต่อหรือควรเลื่อนไปก่อน รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่แสดงความเห็นเพราะตนไม่ใช่เจ้าของเรื่อง

                 เมื่อถามว่าสังคมบางฝ่ายสงสัยว่ารัฐบาลเร่งเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเสนอร่าง พรบ.ปรองดองทำไม เพราะร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2556 เพิ่งผ่านวาระแรกไป ตรงนี้รัฐบาลจะมีงบในการทำงานและมีเวลาบริหารประเทศต่อไปอีก รองนายกฯกล่าวว่ารัฐบาลนี้ปราศรัยไว้กับประชาชนว่าจะดำเนินการเรื่องเหล่านี้และขั้นตอนดำเนินการก็ไม่ใช่ว่าจะเสร็จได้ง่าย ๆ  ยืนยันว่าการเสนอเป็นร่าง พรบ.นั้นดีกว่าเสนอเป็น พรก.เพราะมันคือรัฐบาลเผด็จการ  แต่รัฐบาลนี้เสนอเป็นร่าง พรบ.และไม่มีใครเสียชีวิต 98 ศพ

                 เมื่อถามว่าทราบเหตุผลที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. สั่งย้าย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น.มาช่วยราชการที่สำนักงานผบ.ตร.เป็นเวลาหนึ่งเดือนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไปยุ่งไม่ได้เพราะอยู่ฝ่ายนโยบาย แต่เรื่องระดับบังคับบัญชานั้นเป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติ  และกรณีนี้ตนคิดว่า ผบ.ตร.คงพิจาณาความเหมาะสมแล้ว หากจะไปพูดแบบนั้นคงไม่เหมาะ

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า บางฝ่ายมองว่าสองนายตำรวจโดนเด้งนั้นเพราะไม่สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ รองนายกฯ กล่าวว่า”ไม่มีหรอก ม็อบสมัยนี้ทำอะไรรัฐบาลไม่รุนแรง หากตนกำกับจะไม่มีรุนแรง”

                 เมื่อถามว่า บางฝ่ายมองว่าเหตุที่ ผบ.ตร.สั่งย้ายสองนายตำรวจเพราะไม่สามารถเปิดทางให้ สส.ฝายรัฐบาลเข้าไปประชุมในรัฐสภาไม่ได้ รองนายกฯ กล่าวว่า”ทำไมจะเปิดไม่ได้แต่ตำรวจไม่อยากปะทะ ตนให้นโยบายไปว่าอย่ารุนแรง สิ่งใดซึ่งรัฐบาลที่แล้วทำไม่ดีไว้นั้นจะไปเลียนแบบทำไม  

                 “จะหัวร้างข้างแตกทำไม ญาติมิตรกันทั้งนั้น ต้องระวัง”รองนายกฯ กล่าว

                 ต่อข้อถามที่ว่าเหตุใดแกนนำพันธมิตรฯบางคนฝ่าฝืนคำสั่งศาลที่เคยมีคำสั่งห้ามชุมนุมไว้ รองนายกฯ กล่าวว่า อันนี้ตนสงสัยเช่นกันว่าเหตุใดยังอาละวาดฟาดงวงฟาดงาได้ตลอด แต่เรื่องนี้อีกประเดี๋ยวคงตกผลึกเพราะเงื่อนไขในการประกันตัวนั้นศาลกำหนดไว้ว่าประกันตัวมาแล้วห้ามสร้างความวุ่นวาย  แต่การชุมนุมคราวนี้ตนเชื่อว่าคงไม่วุ่นวายทั้งประเทศเหมือนที่ผ่านมา

                 เมื่อถามว่าจะเสนอร่างของตัวเองให้รัฐบาลนำไปใช้หรือไม่   รองนายกฯ กล่าวว่า“ ไม่หรอก ตอนนี้ร่างสี่ฉบับนั้นสมาชิกในพรรคยังไม่รู้เรื่องเลย แล้วชาวบ้านจะรู้เรื่องได้อย่างไร   ส่วนร่างของตนที่ยกร่างไว้นั้นหากเสนอจริงรับรองฉลุยเพราะมีหกมาตรา ลำม่รวมคดีความในปี2547-48 จะมีเฉพาะคดีความหลังปี 2549 เหตุยังไม่นำออกมาเพราะฝุ่นตลบอยู่ ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใครเลย”