
ศรัทธาพาณิชย์
ศรัทธาพาณิชย์ : คอลัมน์ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
เมื่อวานนี้เป็นวันวิสาขบูชาอันเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธ ชาวพุทธทั้งโลกต่างร่วมกันทำบุญสวดมนต์ภาวนา เพราะเป็นวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในวันเดียวกัน ทำให้บรรดาผู้นับถือศาสนาพุทธไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งใดบนโลกใบนี้ต่างปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรนับถือศาสนาพุทธมากกว่าศาสนาอื่นใดทั้งสิ้น และเป็นประเทศที่ประกาศให้ศานาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ วันสำคัญทางพุทธศาสนาถูกจัดให้เป็นวันหยุดราชการ บางจังหวัดมีวัดที่ยังมีพระสงฆ์อาศัยอยู่นับได้เกือบถึงหนึ่งพันแห่ง ด้วยความมากมายของคนที่ศรัทธาและจำนวนศาสนสถาน จึงทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองหลวงของพุทธศาสนาในโลกนี้ ทั้งที่มิใช่สถานที่ต้นกำเนิดของศาสนาพุทธ
ในขณะที่ศาสนาพุทธมีความสำคัญต่อประเทศไทยและคนไทยมาก แต่การแสดงความศรัทธาของคนไทยในประเทศกลับแปลกไปจากคำสอนขององค์ศาสดาเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะยึดมั่นคำสั่งสอนของศาสดาที่เรียกกันว่าพระธรรมแล้ว ไทยพุทธในปัจจุบันนี้หรือนับจากกึ่งพุทธกาลอันหมายถึง 2,500 ปี นับแต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้ว ภายในศาสนสถานของชาวพุทธในประเทศไทยมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย
วัดวาอารามหลายต่อหลายแห่งแทนที่จะมีสิ่งปลูกสร้างเพียงแค่โบสถ์ วิหาร กุฏิที่พักของสงฆ์ และศาลาสำหรับอุบาสกอุบาสิกาใช้เป็นที่ทำบุญสวดมนต์ภาวนา ก็เริ่มมีการแข่งขันกันสร้างถาวรวัตถุใหญ่โต ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย และตามมาด้วยสิ่งปลูกสร้างหรือรูปปั้นรูปเหมือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาแม้แต่น้อยเริ่มคืบคลานเข้ามาในวัด
หลายวัดมีศาลพระภูมิเจ้าที่นัยว่าเพื่อให้มาปกป้องคุ้มครองวัด หลายวัดมีการสร้างรูปราหูขนาดใหญ่โตสูงท่วมหลังคาโบสถ์หลังคาวิหาร บางวัดมีศาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่นิยมได้รับการกล่าวขานถึงตามสมัยนิยม บางวัดมีการสร้างรูปรอยของเทพที่คนในศาสนาอื่นนับถือ มีการโฆษณาตีฆ้องร้องป่าวถึงความยิ่งใหญ่, ความงาม, ความศักดิ์สิทธิ์ ที่เกี่ยวกับรูปเหมือนรูปปั้นปางต่างๆ ขององค์เทพ
ทั้งหมดทั้งปวงด้วยวัตถุประสงค์เดียวของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับวัดทั้งสงฆ์และฆราวาส นั่นคือรายได้จากปัจจัยหรือเงินทำบุญที่ได้จากผู้คนที่หลั่งไหลเข้าวัดเพื่อขอพรขอโชคลาภ โดยไม่ได้หวังให้คนที่เข้าวัดได้มาศึกษาธรรมตามคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าแม้แต่น้อย ทั้งที่แก่นแท้แห่งพุทธศาสนาคือการให้การสละแล้วซึ่งสิ่งอันเป็นของฟุ่มเฟือยต่อชีวิต
ขนาดองค์ศาสดายังถึงขั้นสละราชสมบัติ, สละทรัพย์สินอันเป็นสิ่งนอกกาย สละแม้ เกศา, โลมา, นักขา, ทันตา, ตะโจ เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง แต่ศิษย์ของพระองค์ในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแดนดินแห่งศาสนาพุทธที่รุ่งเรืองที่สุด กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพระพุทธองค์ได้ทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง
ประเทศไทยมีหน่วยงานระดับกระทรวง ทบวง กรมที่ทำหน้าที่ดูแลพุทธศาสนา แต่กลับทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับสิ่งที่ทำให้ศาสนาพุทธแปรเปลี่ยนจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ไม่ส่งเสริมก็เหมือนส่งเสริม เพราะปล่อยปละละเลยจนรูปแบบของศาสนาพุทธบิดเบี้ยวไปหมด พระสงฆ์องค์เจ้าบางองค์บางสำนักก็ทำตัวจนชาวบ้านไร้ศรัทธา
แต่ก็ยังหาหน่วยงานที่จะออกหน้ามาทำงานอย่างจริงจังเพื่อผดุงพุทธศาสนาเอาไว้ไม่ได้ กลับปล่อยให้วัดและสงฆ์ดำเนินการกิจกรรมทางการตลาดโดยอาศัยพิธีกรรมทางศาสนาบังหน้า วัดใดหรือหลวงพ่อองค์ใดสามารถระดมเงินได้มาก ก็มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการนับถืออย่างสูงยิ่ง หรือเราจะปล่อยให้เป็นไปตามวลีที่ว่า "ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์" ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นเราคงต้องเลิกภูมิใจในการเป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนากันเสียที เพราะเพียงแค่ที่ผมเขียนปรารภมาเท่านี้หากยายผมยังมีชีวิตอยู่แกก็คงบอกกับผมว่า "นรกจะกินกระบาลเอ็ง" แล้วละครับ
.....................................
(ศรัทธาพาณิชย์ : คอลัมน์ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



