ข่าว

เจาะยูโร2012:กลุ่มดี-ยูเครน

เจาะยูโร2012:กลุ่มดี-ยูเครน

05 มิ.ย. 2555

เจาะยูโร 2012 : กลุ่ม ดี - ยูเครน : (13) ยูเครนเจ้าภาพมองถึงแชมป์ : โดย...จิตติ

..........

กลุ่ม ดี : ยูเครน

 

          อันดับโลก - 50

 

ผลงานดีที่สุด - เพลย์ออฟรอบคัดเลือกปี 2000

 

โปรแกรมรอบแรก

11/06/2012 สวีเดน 01.45 น. ที่เคียฟ

15/06/2012 ฝรั่งเศส 23.00 น. ที่โดเนตส์

19/06/2012 อังกฤษ 01.45 น. ที่โดเนตส์

 

                   ยูเครน กำลังจะเป็นชาติแรกจากสหภาพโซเวียตเดิมที่ไม่ใช่ รัสเซีย รัฐหลัก ที่ได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป โดยแม้ว่าจะได้เข้ารอบในฐานะเจ้าภาพ แต่กุนซืออย่าง โอเล็ก บล็อคลิน นั้นมองว่าการผ่านรอบแรกน่าจะมีลุ้นสูงจึงตั้งเป็นเป้าหมายขั้นต่ำ และเป้าหมายที่แท้จริงคือการพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้

                   ในอดีตฟุตบอลของสหภาพโซเวียตที่ได้แชมป์ยูโร 1960 รวมทั้งได้รองแชมป์อีก 3 ครั้งที่ สเปน ปี 1964, เยอรมันตะวันตก ปี 1972 กับ 1988 ล้วนแล้วแต่เป็นชาวยูเครนที่มีส่วนสำคัญกับผลงานดังกล่าว โดยในยูโร 1988 โซเวียต เอาชนะ ฮอลแลนด์ ได้ก่อน 1-0 ในรอบแรก แต่นัดชิงชนะเลิศแพ้ 0-2 อย่างน่าเสียดาย แต่ในเกมดังกล่าวกุนซือ วาเลรี โลบานอฟสกี ชาวยูเครน เลือกผู้เล่นจาก ดินาโม เคียฟ ของยูเครนลงสนามถึง 8 คน

                    นับตั้งแต่ที่ยูเครนได้รับเอกราช ยังไม่เคยเข้ารอบสุดท้ายแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งครั้งที่ใกล้เคียงที่สุดคือในปี 2000 แต่ไปเสมอที่รัสเซีย ในนัดสุดท้ายจึงต้องไปเพลย์ออฟ และแพ้ สโลวีเนีย 2-3 อย่างน่าเสียดาย การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้แม้ที่ผ่านมาจะเป็นทีมที่ลุ่มๆ ดอนๆ อีกทีมหนึ่ง เมื่อ ไมรอน มาร์คีวิช กุนซือคนเก่าที่นำทีมอุ่นเครื่องชนะ 3 นัดรวด และเสมอ ฮอลแลนด์ ได้ 1-1 ตัดสินใจออกไปทำทีมเมตาลิสต์ คาร์คีฟ ในปี 2010 ขณะที่ ยูริ คาลิทวินท์เชฟ กุนซือชั่วคราวก็ทำผลงานชนิดรับไม่ได้ชนะเพียงแค่นัดเดียวจาก 8 นัด

                   การตั้งหลักสู่ยูโร 2012 จริงๆ แล้ว จึงเพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วที่ได้ โอเล็ก บล็อคลิน เข้ามาทำทีมเป็นรอบที่ 2 การทำทีมของบล็อคลิน นอกจากจะยังเก็บตัวเก๋าอย่าง อังเดร เชฟเชนโก ที่เป็นนักเตะรายแรกของยูเครนที่ผ่านเกมทีมชาติครบ 100 นัดเอาไว้ ขณะที่ อนาโตลี ติมอชชุค ที่เล่นทีมชาติครบ 100 นัดเช่นกันยังคงเป็นหลักในแดนกลาง แต่ก็มีพวกดาวรุ่งที่ขึ้นชั้นมาอย่างเต็มตัวหลายรายเช่นกัน

                   ยาโรสลาฟ ราคิทสกี เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์เล่นได้ทั้ง 4 ตำแหน่งในแนวรับแทนที่ ดมิโทร ชีกรินสกี ที่บาดเจ็บไป ขณะที่แดนกลาง อังเดร ยาโมเลนโก เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงขึ้นมาเช่นเดียวกับ เยฟเฮน โคโนพลียานกา ซึ่งทั้งคู่กลายเป็นตัวจริงของ บล็อคลิน ไปเรียบร้อยแล้ว โดยหวังว่าทั้งคู่จะช่วยแบ่งเบาภาระเกมรุกให้ 2 กองหน้าตัวเก๋าอย่าง เชฟเชนโก และ อังเดร โวโรนิน ได้ เกมรุก เชฟเชนโก เล่นได้ทั้งกองหน้าตัวเป้าและตัวต่ำ หากว่าต้องเล่นตัวต่ำก็จะเป็น มาร์โก เดวิช จากเมตาลิสต์ คาร์คีฟ ยืนตัวเป้าแทน

                   อดีตยอดนักเตะของโซเวียตเดิมอย่าง บล็อคลิน เชื่อว่ายูโร 2012 ครั้งนี้มีถึง 10 ทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ แต่ก็มองว่า ยูเครน คือหนึ่งในตำนานนั้นด้วย

 

ผู้เล่น 11 ตัวจริง 4-4-1-1

ผู้รักษาประตู - อังเดร พียาตอฟ

กองหลัง - โอเล็ก กูเซฟ, อเลกซานเดอร์ คูเชอร์, ทาราส มิคไฮลิค, ยาโรสลาฟ ราคิทสกี

กองกลาง - อังเดร ยาโรเมนโก, อนาโตลี ติมอชชุค, รุสลัน โรตัน, เยฟเฮน โคโนพลียานกา

กองหน้า - อังเดร โวโรนิน, อังเดร เชฟเชนโก

 

----------

กุนซือ - โอเล็ก บล็อคลิน

                   ยูเครน ตัดสินใจเลือกความแน่นอนด้วยการเอาตัว โอเล็ก บล็อคลิน กุนซือวัย 59 ปีเข้ามาทำทีมเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ ยูริ คาลิทวินท์เชฟ กุนซือชั่วคราวทำผลงานย่ำแย่ โดยเพิ่งจะทำทีมเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว และมี คาลิทวินท์เชฟ เป็นผู้ช่วยอีกที สมัยเป็นนักเตะ บล็อคลิน เป็นนักเตะที่โด่งดังมาก เป็นชาวยูเครนคนแรกที่ได้รางวัลบัลลงดอร์ โดยเป็นนักเตะยอดเยี่ยมยุโรปปี 1975

                   สมัยเป็นนักเตะเติบโตขึ้นมาจากทีมเยาวชนของ ดินาโม เคียฟ ช่วยให้ทีมครองแชมป์ลีกสหภาพโซเวียต 8 สมัย และยูเอสเอสอาร์ คัพ อีก 5 สมัย, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1975, 1986 และยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ปี 1975 รวมแล้วอดีตกองหน้ารายนี้เล่นลีกโซเวียตไป 432 นัดยิงได้ 211 ประตู ทั้ง 2 อย่างเป็นสถิติตลอดกาลไปเรียบร้อยแล้ว ติดทีมชาติโซเวียต 112 นัดยิงได้ 42 ประตู ขณะที่งานโค้ชเริ่มกับ โอลิมเปียกอส ในกรีซเมื่อปี 1990 ก่อนจะมาทำทีมยูเครนครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2003

                   ผลงานเก่าๆ ที่ติดต่อกันคือนำทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 ก่อนจะไปแพ้ อิตาลี ทีมแชมป์โลกในครั้งนั้น แต่เมื่อทำทีมตกรอบคัดเลือกยูโร 2008 จึงออกจากตำแหน่งไปอยู่กับเอฟซี มอสโก และเชอร์โนโมเรตส์ โอเดซา ในฐานะผู้อำนวยการกีฬาก่อนที่ยูเครนจะดึงตัวกลับมาทำทีมชาติอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว

 

----------

ผู้เล่นสำคัญ - อังเดร เชฟเชนโก

                   สมัยรุ่งๆ อังเดร เชฟเชนโก คือกองหน้าที่อันตรายสุดๆ รายหนึ่งของยุโรป แต่ปัจจุบันเมื่อมีวัยปาเข้าไป 35 ปีแล้ว ก็ต้องกลับไปเล่นในบ้านเกิดกับทีมใหญ่อย่าง ดินาโม เคียฟ แต่ก็ยังมีพิษสงรอบตัวเมื่อมีความเก๋าเข้ามาทดแทนความเร็ว ก่อนทัวร์นาเมนต์นี้มีการพักรักษาตัวเป็นอย่างดีและมีความพร้อมเต็มที่ โดยเจ้าตัวบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากไม่ฟิตเต็มที่จะไม่ยอมลงสนามเด็ดขาด เมื่อมีความพร้อมเต็มที่ยังไง โอเล็ก บล็อคลิน ก็เลือกเอาเป็นตัวจริงแน่นอน

                   สิ่งที่ทำให้เห็นว่าอดีตนักเตะรางวัลบัลลงดอร์ปี 2004 ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่มากมายคือเกมที่ ดินาโม เคียฟ เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ในศึกยูโรปาลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

                   ขณะที่ดาวรุ่งในทีมที่น่าจับตามองไม่พ้นไปจาก อังเดร ยาร์โมเลนโก กองกลางตัวรุกวัย 22 ปีจากดินาโม เคียฟ ที่ติดทีมชาติชุดใหญ่อย่างเต็มตัวมาตั้งแต่เกมกับ อันดอร์รา เมื่อปี 2009 และเป็นคนปั้นเกมให้ทีมทำประตูในนัดอุ่นเครื่องกับเยอรมนี โดยที่ผ่านมารับบทหนักทั้งการเล่นให้ทีมยู 21 และทีมชุดใหญ่ จึงมีประสบการณ์ในเกมระดับชาติมามากมาย ที่สำคัญคือการเล่นอยู่สโมสรเดียวกับเชฟเชนโก น่าจะทำให้ทีมเวิร์กในทีมชาติไหลลื่นเป็นอย่างดี

 

----------

คุณรู้หรือไม่?

                   ปัจจุบันยูเครนมีอันดับโลกอยู่ที่อันดับ 50 เป็นรองทีมอย่าง เวลส์, อาร์เมเนีย และเวเนซุเอลาด้วยซ้ำไป

 

----------

(หมายเหตุ : เจาะยูโร 2012 : กลุ่ม ดี - ยูเครน : (13) ยูเครนเจ้าภาพมองถึงแชมป์
: โดย...จิตติ)

----------