ข่าว

ผลจากการพยายามปรองดองยกที่หนึ่ง

ผลจากการพยายามปรองดองยกที่หนึ่ง

05 มิ.ย. 2555

ผลจากการพยายามปรองดองยกที่หนึ่ง : คอลัมน์ประชาธิปไตยที่รัก โดย 'พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์' ([email protected])

          ก็เป็นไปตามที่ได้กล่าวถึงไว้แล้วในสัปดาห์ก่อนนั่นแหละครับ ว่า ยิ่งพยายามปรองดองหรือเท่าไหร่ความพยายามปรองดองก็จะห่างไกลไปมากขึ้นเท่านั้นก็เป็นไปอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ วันเวลาเหมือนจะย้อนกลับไปที่สมัยปี 2006, 2008 และ 2011 เมื่อฝ่ายเสื้อเหลืองต่อต้านรัฐบาลทักษิณ​รัฐบาลสมัคร และสมชาย และรัฐบาลของอภิสิทธิ์เอง ในเรื่องของกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา

          ที่สำคัญ มาครั้งนี้ยังเกิดการประสานกันจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามระหว่างพันธมิตรและประชาธิปัตย์เข้าไปอีก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่สุดของที่สุดหรอกครับ ผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญที่ควรจะเข้าใจนั้นมีด้วยกันสองเรื่อง เรื่องแรกคือ ความไม่เข้าใจเรื่องที่เรียกว่า "เครือข่ายอำนาจ" (เน็ตเวิร์ก) ที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนี้ และเรื่องที่สองก็คือ การไม่เข้าใจถึงเรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญที่ว่าด้วยเรื่องของหลักนิติรัฐ-นิติธรรม-ประชาธิปไตย

          ขออภัยทุกๆ ฝ่ายนะครับ ที่เขียนเรื่องเหล่านี้แล้วคงไม่มีใครชอบอ่าน แต่ก็คงจะต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่เขียนและสิ่งที่เชื่อ

          เรื่องแรก ก็คือ ไม่ว่าเสื้อแดงจะอ้างว่ามีคนมากกว่าหรือไม่ จะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ประเด็นก็คือ เสื้อแดง ทักษิณ ฝ่ายที่อ้างว่าตัวเองก้าวหน้า และฝ่ายที่เชื่อว่าตนเป็นประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งนั้น มีความอ่อนแอมากกว่าในเรื่องของความเป็นสถาบัน และเครือข่ายอำนาจ

          ดังนั้นไม่ว่าจะเรื่องของการชุมนุมประท้วงนอกสภา พฤติกรรมที่เกิดในสภา การออกแถลงการณ์ของฝ่ายประชาสังคมทั้งคณะกรรมการสิทธิที่ห่วงใยสถานการณ์ และจากองค์กรสื่อต่างๆ รวมทั้งการบุกไปถึงสถานีโทรทัศน์ ไม่นับการส่งไปให้ศาลรฐธรรมนูญตีความ

          สิ่งเหล่านี้คือเครือข่ายที่กฎของจำนวนใช้ไม่ได้

          แต่ในทางกลับกัน การโจมตีว่าคนพวกนี้เป็นอำมาตย์ หรือเป็นฝ่ายตรงข้ามประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ท่าทีที่ทำให้เข้าใจปรากฏการณ์บางอย่างได้ง่ายนัก เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่า ไม่ได้มีความร่วมมือแบบแนบแน่น หรือประชุมลับ

          แต่หมายถึงเขามีคุณค่าบางอย่างร่วมกันที่ชัดเจน และมีการสื่อสารระหว่างกันผ่านคุณค่าเหล่านั้น รวมทั้งมีทรัพยากรทางอำนาจในระดับองค์กรอยู่มากมาย

          ถามจริงๆ เถอะครับ เสื้อแดงวันนี้มีอะไรนอกจากจำนวน? และข่าวความแตกแยกซึ่งกันและกัน

          เรื่องนี้ไม่ใช่การตำหนิ หรือมองไม่เห็นคุณค่าของการเลือกตั้ง แต่สิ่งนี้คือสิ่งที่ฝ่ายเสื้อแดงต้องทำความเข้าใจว่า นอกจากเสียง/จำนวนแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่จะต้องมีในการต่อสู้ทางการเมือง

          แต่ผมไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนถูกนะครับ ผมมองว่าการเมืองคือการระดมทรัพยากรและต่อสู้ต่อรองซึ่งกันและกัน และทรัพยากรเหล่านั้นก็ไม่ใช่แค่เสียง หรือเงิน หรือศีลธรรมเท่านั้น

          เรื่องนี้ใหญ่กว่าเรื่องการบอกว่าต้องสามัคคีกัน หรือต้องไม่วิจารณ์กัน แต่คำถามก็คือฝ่ายที่อ้างตนว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น มีทรัพยากรอะไรในมืออีกบ้าง สิ่งนี้ต้องคิดต่อ และต้องสร้างขึ้นมา

          เรื่องที่สอง ผมอยากจะย้ำว่า ในประเด็นเรื่องของหลักการทางกฎหมายนั้น ไม่มีใครถูกทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการตีความ และจุดยืนทางการเมือง แทนที่จะบอกว่าใครถูกกฎหมายกว่ากัน

          การเคลื่อนไหวของเครือข่ายต้านกฎหมายนั้น ชี้ให้เห็นว่า มีความพยายามสร้างเงื่อนไขว่าอะไรคือสิ่งที่แก้ได้หรือแก้ไม่ได้ในกฎหมายต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้มีพื้นฐานมาจากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ในประเทศนั้นๆ เอง ว่าอะไรควรแตะ อะไรไม่ควรแตะ จะใช้หลักสากลอย่างเดียวคงจะไม่พอ

          หรือถึงจะพอก็ไม่ทำให้หยุดได้

          นั่นคือการสถาปนาอำนาจและขอบเขตการเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านกฎหมาย ซึ่งเหนือไปจากความเข้าใจว่ากฎหมายนั้นแก้ได้หรือแก้ไม่ได้ตามตัวบท เพราะมันเป็นเรื่องของการตีความและต่อสู้วันต่อวันเพื่อสถาปนาอำนาจในเชิงสถาบัน ซึ่งต้องสู้กันไปอีกนานครับ

 

......................

(หมายเหตุ : ผลจากการพยายามปรองดองยกที่หนึ่ง : คอลัมน์ประชาธิปไตยที่รัก โดย 'พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์' [email protected])