ข่าว

'พท.'นัดจ้อสส.พิจารณา'รธน.'5 มิ.ย.นี้

'พท.'นัดจ้อสส.พิจารณา'รธน.'5 มิ.ย.นี้

04 มิ.ย. 2555

'พท.'นัดประชุม สส. 5 มิ.ย.นี้ พิจารณารัฐธรรมนูญในวาระ 3 ชี้ศาลรธน.ไม่มีสิทธิออกคำสั่งให้สภาฯยุติการพิจารณา รธน. เรียกร้องให้ 'อภิสิทธิ์-สุเทพ-บัญญัติ'ออกมาขอโทษประชาชน

                  เมื่อเวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการเรียกประชุม สส. ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ซึ่งประเด็นที่จะหารือกับสมาชิกพรรค เป็นการพิจารณารัฐธรรมนูญในวาระ 3 ซึ่งขณะนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไปยังรัฐสภาฯ เพื่อชะลอไว้ก่อน ซึ่งคาดว่าประธานสภา จะเรียกประชุมสภาฯ ในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ รวมถึงจะมีการหารือเกี่ยวกับร่าง พรบ.ปรองดองแห่งชาติอีกด้วย

 

''พท.''ชี้ศาลรธน.ไม่มีสิทธิออกคำสั่งให้สภาฯยุติการพิจารณา รธน.วาระ 3


                  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ นายวสันต์ สร้อยพิสุจน์ ประธานศาล รธน.ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญ มีอำนาจรับคดีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นไว้ ว่า  ขอให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไปดูรัฐธรรมนูญให้ดี เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจในการรับคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนได้ไปตรวจสอบในรัฐธรรมนูญ รวมถึงการพิจารณารับคำร้องของตุลาการทั้ง 8 คน ไม่มีอำนาจในคดีนี้แน่นอน เพราะศาลรัฐธรรมนูญสามารถรับคำร้องจากประชาชนเพียงกรณีเดียวคือการร้องตาม มาตรา 212 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งขอให้ นายวสันต์ ไปดูรายงานการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50  โดยในรายงานเขียนไว้ชัดเจนว่าอัยการสูงสุดเท่านั้นเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประชาชน ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น

                   “ อยากถามนายจรัญ ภักดีธนากุล นายสุพจน์ ไข่มุก นายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ยังจำคำพูดในช่วงสมัยเป็นคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ลองไปอ่านดู นี่คือสิ่งที่ผมมองว่าขณะนั้นนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ได้พูดถึง มาตรา 67 คือ มาตรา 68 ในปัจจุบันว่า จะมีการยื่นขอให้ยื่นต่ออัยการสูงสุดเท่านั้น ผมก็แปลกใจว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีความรู้ด้านกฎหมายอย่างดี แต่ทำไมอ่านกฎหมายง่ายๆอย่างนี้ไม่เข้าใจ หรือแกล้งทำความจำสั้น รู้ทั้งรู้ไม่มีอำนาจแต่ยังรับไว้ แสดงว่าเรื่องนี้มีนัยยะซ่อนเร้นแน่นอน ดังนั้นเมื่อไม่มีอำนาจรับก็ไม่มีอำนาจออกคำสั่งใดๆทั้งสิ้น โดยการออกคำสั่งให้รัฐสภาฯ ชะลอพิจารณารัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 ยิ่งไม่อาจทำได้ เพราะไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ และการที่นายวสันต์บอกว่าต้องการถ่วงดุลก็ไม่ถูกต้อง เพราะการถ่วงดุลย์ มีรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนแล้ว ดังนั้นวันนี้ยังกลับตัวและเปลี่ยนแปลงคำสั่งทันเพื่อเพิกถอนคำสั่งที่ผิดระเบียบ นี่คือสิ่งที่ผมมองว่าการกระทำของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ผิดขั้นตอน มาตรา68 ถือเป็นการก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติ สุพนธ์ ธนูกฤติ

 

 

เรียกร้องให้ ''อภิสิทธิ์-สุเทพ-บัญญัติ''ออกมาขอโทษประชาชน


                   นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาสัมภาษณ์ว่า กรณีที่มีการเสนอให้รัฐบาลปิดสมัยประชุมสภาฯ เพราะห่วงว่าจะมีความขัดแย้งเกิดสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น ว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์คาดการณ์ล่วงหน้าอาศัยตรรกะอะไร หรือสิ่งที่มีการแสดงอัปยศในสภาฯจากพฤติกรรมดิบ เถื่อน ถ่อย  ตนขอถามว่า เบื้องหลังที่จะเกิดสงครามความขัดแย้งทำไมฝ่ายค้านรู้ก่อนล่วงหน้า อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาตัวเองก่อน  วันนี้สิ่งที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ให้ปิดสภาฯเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองนี้คือคำขู่รัฐบาลและคำขู่ประชาชนเป็นการพูดไม่เห็นหัวประชาชน คนเป็นส.ส.เงินเดือนเป็นแสน แต่วันนี้ประชาธิปัตย์ทำสันหลังยาวจะให้ปิดประชุมสภาฯทั้งที่มี พรบ.ค้างอยู่อีกจำนวนมาก

                   นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และนายบัญญัติ" ออกมาขอโทษประชาชน กรณีลูกพรรคปั่นป่วนการประชุมสภาให้วุ่นวาย พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้กระทำ เพื่อแสดงความรับผิดชอบโดยด่วน อย่างไรก็ตาม อยากเตือนผู้นำฝ่ายค้านว่านักการเมืองต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย วันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังทำเหมือนม๊อบข้างถนน ตนอยากให้มาพูดคุยในสภาฯมากกว่าการไปพูดข้างนอกนี่คือการจุดชนวนความขัดแย้ง ซึ่งหากมีความรุนเกิดขึ้นต้องโทษพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกันนั้น

                   "พฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ แตกต่างจากตอนที่พพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคฝ่ายค้าน ชี้เป็นพฤติกรรมผู้สูญเสียอำนาจ การที่เปิดเกมส์นอกสภาเป็นการเพิ่มพื้นที่ขัดแย้ง โดยที่ไม่เห็นประโยชน์ประชาชน" โฆษกเพื่อไทย กล่าว