ข่าว

พท.ชี้เหตุเด้ง'วินัย-วิชัย'ปล่อยม็อบล้อมสภา

พท.ชี้เหตุเด้ง'วินัย-วิชัย'ปล่อยม็อบล้อมสภา

03 มิ.ย. 2555

'พร้อมพงศ์' ชี้เหตุเด้ง'วินัย-วิชัย'มาจากปล่อยม็อบเพียงหยิบมือล้อมสภา เชื่อตร.ปอด กลัวจะเหมือนปี 51 เลยอยู่นิ่ง จวก'ปชป.'เผยธาตุแท้ตัวเองออกมาแล้ว พร้อมปัดปิดข่าวลือ'รบ.'เตรียมออก 'พรฎ.ประชุมสภาฯ 5 มิ.ย.' อีกทั้งขอบคุณ ประชาชน หลังชนะ เลือกตั้งเชียงใหม่ ด

                    3 มิ.ย.55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรค กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น. มาช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ว่า ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของตำรวจหละหลวม เพราะคนมาชุมนุมไม่เยอะ แค่พันกว่าคน แต่ตำรวจกลับปล่อยให้มีการทำผิดกฎหมาย มีการปิดล้อมสภาทั้งที่เข้าข่ายการเป็นกบฏ ซึ่งขั้นตอนควบคุมฝูงชนมีตั้งแต่เบาไปหาหนัก แต่ตำรวจกลับทำงานหละหลวม ไม่ทำอะไร อาจเป็นเพราะได้รับบทเรียนเดือน ต.ค.2551 ก็เลยกลัวเกินเหตุ ดังนั้น ผบ.ตร.จึงอาจพิจารณาเปลี่ยนตัวได้

 

 

"พร้อมพงศ์"จวก“ปชป.”เผยธาตุแท้ตัวเองออกมาแล้ว

                     นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรค กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของพรรคประธิปัตย์ ที่ลานคนเมือง เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตนได้ติดตามการชุมนุมโดยตลอดพบว่าสิ่งที่พรรคปรชาธิปัตย์ ดำเนินการเป็นลักษณะเผยตัวตนให้เห็นธาตุแทนไม่ว่า นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สุดท้ายเมื่อแพ้การเลือกตั้ง แพ้เสียงโหวตในสภา ก็เริ่มใช้วิธีนอกระบบ เปิดเวที แจกผ้าโพกหัว สายล่อฟ้า การทำหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ ที่อ้างว่ายึด ระบอบสภา ระบอบประชาธิปไตย สุดท้ายกำลังแสดงพฤติกรรม ให้เห็นว่าค้านทุกเรื่องที่จะล้มรับบาล เป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบบ และเป็นการท้าทายระบอบประชาธิปไตย

                     ทั้งนี้ หากย้อนไป นายอภิสิทธิ์ ได้นำลูกพรรคบอยคอร์ทการเลือกตั้ง ปี 48 - 49 ต่อมาตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร จากนั้นสลายการชุมนุม ซึ่งไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ ไม่เคยขอโทษประชาชน เลยไม่แปลกใจ ว่า นายอภิสิทธิ์ น่าจะอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ที่ให้ลูกน้องทำตัวเป็นอันพาลในสภา อาทิ นายอภิชาต สุภาแพ่ง นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม โดยที่นายชวน และนายบัญญัติ ไม่ตำหนิ และได้ข่าวว่า มีการยกย่องกันในพรรคด้วย ทำตัวเป็นแก๊งการเมืองในสภา จึงขอให้ฉายาว่า “ปี 2555 อันธพาลสภาครองเมือง” ลักษณะเผด็จการเสียงข้างน้อย ทำให้สภาไทยถูกประชาชนมองว่า เสื่อมเพราะการกระทำของสมาชิกฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการฆาตกรรมทางการเมืองของประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

                     ส่วนกรณี นายชวน ปราศรัยว่า รัฐบาลอยู่เบื้องหลังการเสนอ พรบ.ปรองดอง ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมินั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลังการเสนอกฎหมายปรองดอง เพราะการเสนอกฎหมายเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ รู้สึกผิดหวังกับ นายชวน ที่คิดแบบสไตล์เดิมๆ มองโลกแง่ร้าย และแปลกใจที่ไม่เสนอให้นายอภิสิทธิ์ เสนอร่าง พรบ.ปรองดอง ฉบับที่ 5 หรือพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งจากการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร จึงอยากเตือนสติผู้อาวุโส วิธีคิดแบบนี้ ตนเป็น สส.ใหม่ก็คิดได้ และ พล.อ.สนธิ ก็เป็นถึง อดีต ผบ.ทบ. หัวหน้าคณะปฎิวัติ ท่านก็มีศักดิ์ศรี

                     ทั้งนี้ ยังขอปฎิเสธที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งเดินหน้าสู้และถอยเรื่อง พรบ.ปรองดอง ตามที่ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหา เพราะการเสนอร่าง พรบ.ปรองดอง เป็นการดำเนินการของฝ่ายนิติบัญญัติ ดำเนินการตามข้อบังคับทุกอย่าง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วย ก็ยื่นองค์กรอิสระตรวจสอบได้ อย่าเป็นการบิดเบือน ใส่ร้าย โดยโยนบาปให้ พ.ต.ท.ทักษิณ การพูดเช่นนี้ถือว่า นายชวนนท์ ปากพาจน ทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจยื่นฟ้องเอาผิดข้อหาหมิ่นประมาทต่อไป

                     นอกจากนี้ กรณี นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เตือนรัฐบาลอย่าละเมิดสิทธิของผู้ชุมนุมนั้น ตนรู้สึกแปลกใจว่า สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์สลายการชุมนุมจึงไม่ออกมาพูด นางอมรา ควรทำตัวเป็นกลาง อย่าอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง นางอมรา ควรเตือนพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มพันธมิตรฯให้ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่ายุยงผู้ชุมนุมมาปิดเส้นทางจราจร อย่าสองมาตรฐาน ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นตรวจสอบการทำหน้าที่ไม่เป็นกลางของนางอมราอยู่

 

 

“พท."ปัดปิดข่าวลือรบ.เตรียมออก พรฎ.ประชุมสภาฯ 5 มิ.ย.

                     นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรค กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่เสนอให้มีการปิดประชุมสมัยนิติบัญญัติในวันที่ 5 มิ.ย. ว่า จากการตรวจสอบยังไม่ปรากฎเป็นความจริง เพราะมีกฎหมายค้างอยู่ และต้องให้สภาผลักดันกฎหมาย ทั้งเรื่อง พรบ.ฟองเงิน พรบ.ก่อการร้าย และยังมี มาตรา 190 ที่ยังค้างอยู่ ซึ่งการเปิดประชุมสภาไม่ได้พิจารณาแค่ปรองดองและแก้รัฐธรรมนูญ และทางพรรคเพื่อไทย ยังไม่มีสัญญาณจากรัฐบาล


 

 

“เพื่อไทย” ขอบคุณ ประชาชน หลังชนะ เลือกตั้งเชียงใหม่

                     นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรค กล่าวถึงกรณีชนะเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จ.เชียงใหม่ และคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งจากพรรคประชาธิปัตย์ 5 - 6 เท่าตัว เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า กราบขอบคุณพี่ประชาชน จ.เชียงใหม่ เขต 3 และประชาชนทั่วประเทศที่มาเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทย บริหารบ้านเมืองเกือบ 10 เดือน ตอบโจทย์ประชาชนและกระแสและความนิยมไม่ได้ตก หาเสียงอย่างไร ทำตามนโยบาย ตามที่หาเสียง แก้ปัญหาประชาชน แก้ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และความปรองดอง และนโยบายทั้งหมดเป็นสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ จึงเทคะแนน ทำให้เพื่อไทยมีกำลังใจขับเคลื่อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 

"โฆษก ตร."ยันย้าย"วินัย"ไม่มีนัยยะแฝงเร้น

                     พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวการปรับแผนยุทธวิธีการปฎิบัติงานควบคุมการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาชนและประชาธิปไตรหน้าอาคารรัฐสภา ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสนับสนุนการทำงานกองบัญชาการตำรวจนครบาลทุกด้านแต่ยังคงรักษามาตรการเดิมคือจัดการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้ารัฐสภาให้อยู่ในความเรียบร้อย พร้อมจัดการการเผชิญหน้ากันของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันและอำนวยการในเรื่องเส้นทางจราจรให้กับประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้มีการปรับเปลี่ยนให้ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) รับผิดชอบเป็นควบคุุมดูแลการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา พร้อมให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละพื้นที่ โดยฝากไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลการชุมนุมทุกฝ่ายโดยใช้แผนกรกฎ 52

                     โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังปฎิเสธคำสั่งย้าย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่าเป็นการเปิดทางให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มารักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาควบคุมและสั่งการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา โดย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เป็นเพียงการมุ่งปรับยุทธวิธีปรับแผนงานการรับผิดชอบซึ่งไม่ได้มีนัยยะแฝงเร้นแต่อย่างใด