
'วรวัจน์'ปัดข่าวพรฎ.ขอปิดสภาเข้าครม.
"วรวัจน์" ปัด ข่าวพรฎ.ขอปิดสภาเข้าครม.อังคารนี้ แย้มเลื่อนพรบ.ปรองดองไม่มีกำหนด เหน็บปชป.คิดมากไป ชี้คำสั่งศาลรธน.ไม่สามารถระงับการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติได้
เมื่อเวลา18.00 น. วันที่ 2 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวจะมีการเสนอพรฎ.ปิดประชุมรัฐสภาสมัยนิติบัญญัติ เข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันอังคารที่ 5 มิ.ย.นี้ ว่า ไม่น่าจะเข้าได้ เพราะตอนนี้ที่รอการพิจารณาของสภาอยู่คือ พรบ.เรื่องการฟอกเงิน และพรบ.เรื่องการก่อการร้าย ซึ่งครม.มีความจำเป็นที่ต้องผลักดันกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ก่อน และยังมีเรื่องมาตรา 190 ที่เหลืออยู่ 6 ฉบับ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องผ่านตรงนี้ให้ได้ก่อน ซึ่งวิปของทั้ง 2 ฝ่ายกำลังจะประสานงานกัน อย่างไรก็ตามการที่ประธานสภาประกาศเลื่อนการประชุมสภาในวันที่ 6-7 มิ.ย.นี้จะมีผลให้ไม่สามารถออก พรฎ.ปิดสภาได้
นายวรวัจน์กล่าวว่า ส่วนพรบ.ปรองดองหากมีปัญหามากก็จะต้องเลื่อนออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด และต้องเอาเรื่องฟอกเงินกับก่อการร้ายนั้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งต้องให้ประธานวิปทั้ง 2 ฝ่ายประสานงานกันในเรื่องนี้ก่อน เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญของครม.ถ้าสองเรื่องนี้ไม่ผ่านก็ยังจะไม่ขอปิดสภา เนื่องจากเป็นปัญหาที่สำคัญของภาคเอกชนในทางการธุรกรรมทางการเงินทางสภาหอการค้าก็ได้ขอร้องมา
นายวรวัจน์กล่าวว่า ความจริงเรื่องพรบ.ปรองดองไม่ได้มีเจตนาอะไรทั้งสิ้น แต่กำลังจะทำให้คนที่อยู่ในขบวนการที่ติดคดีทั้งหมดซึ่งมีจำนวนมากที่ติดคดี ได้ถูกถอดชนวนเพื่อให้ความปรองดอง ความสงบในประเทศได้เกิด และความจริงขั้นตอนกฎหมายนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถมาคุยทำความตกลงได้ว่ามีข้อไหนจะแก้ไข มาทำความตกลงกัน เพราะรัฐบาลฟังเสียงฝ่ายค้านอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามถ้าช่วงนี้ยังมีความไม่สบายใจก็จะยังไม่ผลักดัน ถือว่าเลื่อนออกไปก่อน
เมื่อถามว่าแนวโน้มที่จะมีการนำร่างพรบ.ปรองดองกลับมาพิจารณาอีกเมื่อใด นายวรวัจน์ กล่าวว่า คิดว่าตอนนี้จะยังไม่นำพรบ.ปรองดองมาพูดกัน เมื่อถามว่าเป็นการลดความร้อนแรงทางการเมืองหรือไม่ นายวรวัจน์ กล่าวว่า ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนก็ยังไม่ดำเนินการ ถ้ายังคุยกันไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาเรารอได้ เมื่อถามว่า แสดงว่าเจอกันใหม่สมัยประชุมหน้าเลยใช่หรือไม่ นายวรวัจน์ ยิ้มและกล่าวว่า ความจริงไม่มีอะไรเลย พรรคประชาธิปัตย์คิดมากไป
เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปก่อนจนกว่าจะมีการตัดสินนายวรวัจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีข้อบทบัญญัติ หรืออำนาจใดให้ศาลรัฐธรรมนูญสามารถยับยั้งกระบวนการนิติบัญญัติได้ ส่วนจะดำเนินการใดต่อนั้นต้องแล้วแต่ประธานรัฐสภา ทั้งที่การแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ต้องให้สภาฯและรัฐสภามีลงมติในวาระ 3 ภายใน 15 วัน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีนักวิชาการพูดถึงเรื่องการถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญนายวรวัจน์ กล่าวว่า นั่นคงเป็นเรื่องของคนที่มีหน้าที่ในการถอดถอน แต่ในมุมของกฎหมายนั้นไม่เห็นมีข้อไหนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมายับยั้งอำนาจนี้ได้ แม้แต่กฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่า เช่น ตราพระราชบัญญัติที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยได้ว่ากระบวนการถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องให้ผ่านวาระ 3 เสียก่อน ทั้งที่กระบวนการนิติบัญญัติกำลังดำเนินการตามหน้าที่
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีก็โฟนอินระบุต้องการให้สภาหารือกันว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวรวัจน์ กล่าวว่า ส่วนตัวตนมองว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะดำเนินการ ไปตรวจดูข้อกฎหมายใดๆก็ไม่มี ไม่มีแม้แต่การคุ้มครองชั่วคราว



